bg-single

‘นิยาย’ เรื่องชนชาติไทย ในหนังสือเรียนประวัติศาสตร์

15.01.2023

‘นิยาย’ เรื่องชนชาติไทย ในหนังสือเรียนประวัติศาสตร์

 

ชนชาติไทย คือ เชื้อชาติไทยสายเลือดบริสุทธิ์ที่ไม่มีจริงในโลก

ดังนั้น หนังสือเรียนเรื่องประวัติศาสตร์ชนชาติไทย จึงเป็น “นิยาย” ที่แต่งขึ้นตามต้องการของชนชั้นนำ เพราะเป็นเรื่องไม่จริง

หนังสือเรียนประวัติศาสตร์ของกระทรวงศึกษาธิการ มีบางเรื่อง อ่านไม่ง่าย เข้าใจไม่สะดวก โดยเฉพาะหัวข้อเกี่ยวกับชนชาติไทยในพงศาวดารและตำนาน ดังจะคัดจากหนังสือเรียนโดยจัดย่อหน้าใหม่เพื่อลดความยุ่งยากมาให้อ่าน ดังนี้

 

การตั้งถิ่นฐานของชนชาติไทยในดินแดนไทย

“จากการศึกษาตำนานและพงศาวดารเก่าแก่ของชนชาติไทย ที่มักจะเล่าเรื่องถึงการอพยพและเคลื่อนย้ายของชนชาติไทย โดยมีถิ่นฐานดั้งเดิมอยู่เหนือดินแดนไทยขึ้นไปเคลื่อนย้ายลงมาทางใต้เข้าสู่ดินแดนล้านช้างในภาคเหนือของลาว และบริเวณลุ่มแม่น้ำทางภาคเหนือของดินแดนไทย

แม้ว่าตำนานและพงศาวดารไทยจะเล่าเรื่องในลักษณะอัศจรรย์และปาฏิหาริย์ แต่ใจความที่เป็นสาระสำคัญแสดงการตั้งถิ่นฐานบ้านเมืองในดินแดนที่เป็นประเทศไทยในปัจจุบัน ดังจะสรุปเรื่องราวจากตำนานและพงศาวดารโดยย่อๆ ดังนี้

พงศาวดารล้านช้าง บอกความเป็นมาของเมืองหลวงพระบาง ศูนย์กลางของล้านช้างในหุบเขา มีแม่น้ำโขงไหลผ่าน [ภาพจากฝั่งตรงข้ามเมืองหลวงพระบาง เป็นลายเส้นฝีมือช่างชาวยุโรป ที่เดินทางเข้าไปสำรวจระหว่าง พ.ศ.2409-2411 (ตรงกับไทยสมัยปลายแผ่นดิน ร.4 ถึงต้นแผ่นดิน ร.5)]

พงศาวดารล้านช้าง กล่าวถึงชนชาติไทยตั้งถิ่นฐานบริเวณลุ่มแม่น้ำโขงในลักษณะเป็นแว่นแคว้น ตั้งตนเป็นอิสระไม่ขึ้นแก่กัน แต่ละแคว้นจะมีเจ้าปกครองเรียกรวมๆ กันว่า ‘สิบสองเจ้าไทย’ ต่อมากลายเป็นแคว้น ‘สิบสองจุไทย’ ศูนย์กลางการปกครองอยู่ที่เมืองแถง (เดียนเบียนฟูในปัจจุบัน)

พงศาวดารกล่าวถึงเจ้าไทยองค์หนึ่งมีนามว่า ‘ขุนบรม’ ซึ่งมีลูกชาย 7 คน เมื่อลูกชายโตเป็นหนุ่มขุนบรมจึงส่งลูกชายพร้อมทั้งช้าง ม้า วัว ควาย ข้าราชบริพารไปสร้างเมืองใหม่ตามบริเวณลุ่มน้ำที่อุดมสมบูรณ์ทางบริเวณภาคเหนือของลาว ลุ่มแม่น้ำโขง สิบสองพันนา หัวพันห้าทั้งหก ลุ่มแม่น้ำกก บริเวณภาคเหนือของประเทศไทย

อนึ่ง เรื่องราวของเจ้าไทยที่ส่งลูกชายไปสร้างเมืองต่างๆ ในภาคเหนือของไทยปรากฏอยู่ในตำนานและพงศาวดารไทยคล้ายๆ กันหลายฉบับ

ระหว่างพุทธศตวรรษที่ 14 -15 เป็นระยะที่ชนชาติไทยกำลังเคลื่อนย้ายลงมาเพื่อสร้างบ้านสร้างเมืองอยู่ทางแถบเหนือดินแดนไทยขึ้นไป เวลานั้นชาวพื้นเมืองเดิมอาศัยอยู่กันเป็นบ้านเมืองมาก่อนแล้ว ชาวไทยเรียกพวกพื้นเมืองเดิมว่าพวก ‘กร๋อม’ หรือ ‘ขอมดำ’ คือพวกที่มีเชื้อชาติที่ใช้ภาษาตระกูลมอญ-เขมร บางตำนานเรียกว่าพวกละว้าหรือมิลักขุ

เมื่อชนชาติไทยเคลื่อนย้ายลงมาทางใต้ จึงต้องแย่งชิงที่ดินบริเวณที่ราบอันอุดมสมบูรณ์ของชาวพื้นเมืองเดิมทำให้เกิดการรบพุ่งกัน ชนชาติไทยเป็นฝ่ายชนะเข้ายึดครองพื้นที่ทำกินของชาวพื้นเมืองเดิม สามารถสร้างเป็นชุมชนชาวไทยได้สำเร็จ และได้พัฒนาชุมชนมาเป็นเมืองและแคว้น ต่อมาก็ได้ขยายอำนาจใหญ่โตขึ้นกลายเป็นอาณาจักรโดยมีหัวหน้าเป็นเจ้าปกครอง

ตำนานสิงหนวัติ กล่าวถึงเจ้าชายไทยองค์หนึ่งนามว่าเจ้าชายสิงหนวัติ ได้นำกำลังเข้ายึดพื้นที่ทำกินของพวกกร๋อมหรือขอมดำ และสร้างเมืองขึ้นมาใหม่โดยเรียกชื่อว่า ‘นาคพันธุ์สิงหนวัตินคร’ พร้อมทั้งตั้งตนเป็นกษัตริย์

เจ้าชายสิงหนวัติขยายอำนาจโดยส่งกองทัพเข้ายึดเมืองของพวกกร๋อมหรือขอมดำ พวกนี้สู้ไม่ได้จึงถอยร่นลงทางใต้ เป็นโอกาสให้ชาวไทยรุกไล่ขยายอำนาจลงไปทางใต้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทำให้แคว้นนาคพันธุ์สิงหนวัติขยายอำนาจใหญ่โตขึ้นกลายเป็นอาณาจักร และมีกษัตริย์สืบทอดต่อมาอีกหลายองค์

ในตำนานสิงหนวัติได้กล่าวว่าชนชาติไทยได้สู้รบกับพวกกร๋อมตลอดเวลา บางครั้งเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ต้องตกอยู่ใต้อำนาจของพวกกร๋อมก็มี แต่สุดท้ายชนชาติไทยเป็นฝ่ายชนะและอพยพเคลื่อนย้ายไปสร้างเมืองใหม่หรือไม่ก็เข้าปกครองเมืองของพวกกร๋อมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

จนกระทั่งมาถึงสมัยพระเจ้าพรหม สามารถรบชนะพวกกร๋อม ได้สร้างเมืองใหม่บริเวณแม่น้ำกก และตั้งชื่อเมืองใหม่นี้ว่า ‘ไชยปราการ’ เมืองต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสมัยพระเจ้าพรหมตั้งอยู่บริเวณลุ่มแม่น้ำกก จังหวัดเชียงรายในปัจจุบัน”

ตำนานสิงหนวัติ บอกความเป็นมาของบ้านเมืองบริเวณโยนก จ.เชียงราย- จ.พะเยา (ภาพทิวเขาขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย)

 

ประวัติศาสตร์คลาดเคลื่อน

คําอธิบายยังคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับพงศาวดารล้านช้างกับตำนานสิงหนวัติในหนังสือเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้

1. พงศาวดารล้านช้างเกี่ยวข้องกับการสถาปนารัฐล้านช้างในลาว จึงเป็นเรื่องเล่ากล่าวถึงบรรพชนลาว ที่ไม่เกี่ยวกับชนชาติไทยสายเลือดบริสุทธิ์ และไม่เกี่ยวกับการสถาปนารัฐสิบสองจุไทย (สิบสองเจ้าไทย) ในเวียดนามตามที่หนังสือเรียนบอกไว้

[สิบสองจุไท หรือสิบสองเจ้าไท คำว่า “ไท” หมายถึงวัฒนธรรมไท-ไต เช่น ทำนาทดน้ำ เป็นต้น แต่ไม่ใช่ “ไทย” ที่หมายถึงคนไทยในประเทศไทย ซึ่งเพิ่งเรียกตนเองว่า “ไทย” สมัยอยุธยา]

พงศาวดารล้านช้าง เป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับความเป็นมาของล้านช้างในลาว ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่เมืองหลวงพระบาง มีโครงเรื่องโดยสรุป ดังนี้

(1) เดิมเป็นพื้นที่ของข่า (พูดตระกูลภาษามอญ-เขมร) มีความเชื่อในบรรพชนเรื่องนางเมรี (กังฮี) ซึ่งเป็นต้นเรื่องพระรถ นางเมรี

(2) ต่อมาขุนลอ (โอรสองค์โตของขุนบรม) จากเมืองแถน (ในเวียดนาม) เคลื่อนไหวไปมาถึงดินแดนของข่า (เรียกเมืองเชียงดงเชียงทอง) จึงตั้งถิ่นฐานแล้วเรียกเมืองหลวงพระบาง (ได้ชื่อจากพระพุทธรูปคือพระบาง)

(3) ขุนลอสืบเชื้อสายถึงเจ้าฟ้างุ้ม จากนั้นมีเชื้อวงศ์ถึงพระไชยเชษฐายึดได้เวียงจันท์ จึงย้ายศูนย์กลางอำนาจจากหลวงพระบางไปเวียงจันท์

2. ตำนานสิงหนวัติเกี่ยวข้องการสร้างบ้านแปลงเมืองบริเวณโยนก (จ.เชียงราย-จ.พะเยา)

(1) บริเวณโยนกแต่ก่อนเป็นพื้นที่ของลัวะ (พูดตระกูลภาษามอญ-เขมร) ชำนาญถลุงเหล็กและตีเหล็กทำจอบ (เรียก “จก”) ปลูกข้าวไร่บนที่สูง (เรียก “เฮ็ดไฮ่”)

(2) สิงหนวัติเป็นผู้นำคนกลุ่มหนึ่งจากลุ่มน้ำสาละวิน (ในพม่า) อยู่ทางตะวันตกของแม่น้ำโขง พูดตระกูลภาษาไท-ไต ทำนาทดน้ำที่ลุ่ม ต่อมาได้เคลื่อนไหวไปทางทิศตะวันออกถึงบริเวณโยนก ซึ่งเป็นพื้นที่ของลัวะ จึงผสมเผ่าพันธุ์กัน แล้วก่อบ้านสร้างเมืองบนที่ราบ

(3) พระเจ้าพรหม (เป็นทายาทสืบจากสิงหนวัติ) ครองเวียงพานคำ (ริมน้ำรวก อ.แม่สาย จ.เชียงราย) ได้ขยายอำนาจถึงเวียงเชียงแสน (ริมแม่น้ำโขง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย) และเวียงไชยปราการ (ริมน้ำกก อ.เวียงชัย จ.เชียงราย)

(4) พระเจ้าไชยสิริ (เป็นโอรสพระเจ้าพรหม) ถูกข้าศึกขับไล่หนีลงไปทางทิศใต้สู่บริเวณลุ่มน้ำปิง-ยม-น่าน

 

ตำนาน-พงศาวดาร

พงศาวดารล้านช้างและตำนานสิงหนวัติ เป็นเอกสารโบราณอ่านไม่ง่าย เข้าใจไม่สะดวก แม้นักปราชญ์ราชบัณฑิตและนักวิชาการก็ยัง “เคี้ยว” ลำบาก โดยเฉพาะนักโบราณคดีส่วนมากหรือเกือบหมดปฏิเสธความน่าเชื่อถือ จึงใช้ไม่ได้ในการอ้างอิงทางวิชาการ

ตำนาน เป็นเรื่องเล่าทั่วไป พงศาวดาร เป็นตำนานเกี่ยวกับกษัตริย์

ทั้งตำนานและพงศาวดารก่อนใช้งานประวัติศาสตร์ต้องประเมินค่าความน่าเชื่อถือด้วยการตรวจสอบกับหลักฐานอื่น เช่น หลักฐานโบราณคดี เป็นต้น

เมื่อความจริงเป็นอย่างนี้ ควรพิจารณาว่าจะยังมีในหนังสือเรียนระดับนี้ไหม? •

 

| สุจิตต์ วงษ์เทศ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’
ฉบับประจำวันที่ 12-18 มิ.ย. 2569 ฉบับที่ 2391
E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี