เห็ดหลอนประสาทกับสัมผัสพระเจ้า | ภาคภูมิ ทรัพย์สุนทร

“I believe the God left certain drugs growing naturally upon our planet to help speed up and facilitate our evolution”
Bill Hicks (Comedian)
ซีรีส์ “The Last of Us” เล่าเรื่องโลกหลังการล่มสลายของอารยธรรมมนุษย์จากการระบาดของเห็ดราซอมบี้ [1]
เชื้อนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องจริงของราปรสิตกลุ่ม Cordyceps [2] ที่กัดกินแมลงจากภายใน แมลงซอมบี้ถูกราคุมระบบประสาทเปลี่ยนพฤติกรรมให้ออกไปแพร่เชื้อ อย่างการขึ้นไปเกาะที่สูง ดึงดูดคู่ผสมพันธุ์ ฯลฯ
แม้ว่าเห็ดราซอมบี้แบบนี้จะยังไม่พบในคน แต่เห็ดราออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทมนุษย์ก็เป็นที่รู้จักกันมายาวนาน
เห็ดหลอนประสาทอย่าง “เห็ดขี้ควาย (magic mushroom)” ถูกใช้ในตำรับแพทย์โบราณ บำบัดอาการจิตเวท เสพเพื่อความบันเทิง ระเบิดพลังสร้างสรรค์ของศิลปิน กระทั่งใช้เป็นสูตรยาเข้าหาพระเจ้า (entheogen) ในพิธีกรรมทางศาสนาของบางชนเผ่า
ทำไมเห็ดขี้ควายจึงมีฤทธิ์หลอนประสาท?
ทำไมเห็ดนี้อาจจะมีความสำคัญต่อการกำเนิดและก้าวต่อไปของอารยธรรมมนุษย์?
เดี๋ยวบทความนี้จะเล่าให้ฟัง

สมองภายใต้ฤทธิ์เห็ดหลอนเหมือนวงดนตรีที่ยุ่งเหยิง
Psilocybin เป็นสารกลุ่มแอลคาลอยด์ที่พบในเห็ดกว่าร้อยสายพันธุ์ เมื่อเข้าสู่ร่างกายมนุษย์จะถูกเปลี่ยนเป็น psilocin สารออกฤทธิ์ซึ่งสามารถไปจับกับตัวรับสารสื่อประสาท serotonin ในเซลล์สมอง
เนื่องจาก serotonin มีบทบาทหลายอย่างทั้งอารมณ์ความรู้สึก ความเข้าใจ การเรียนรู้ ความจำ ฯลฯ
psilocin จึงมีผลรุนแรงกับสมอง แต่เรายังไม่ทราบแน่ชัดว่ากลไกระดับเซลล์นี้เชื่อมโยงกับประสบการณ์รับรู้ระดับสมองอย่างไร [3]
ถ้าเปรียบการทำงานร่วมกันของส่วนต่างๆ ในสมองเหมือนกับนักดนตรีคณะใหญ่ที่บรรเลงเพลงด้วยกันในวงออเคสตรา วงจรในสมองส่วนที่รับรู้ความเป็นตัวตนของเราก็เปรียบเหมือนวาทยกรที่คอยควบคุมระดับบนสุดว่าใครต้องเล่นอะไรเมื่อไหร่ psilocin อาจจะไปหยุดการทำงานของวาทยกรชั่วคราว ปล่อยให้นักดนตรีในวงจับกลุ่มเล่นกันโดยอิสระ [4]
ผลที่ตามมาคือความรับรู้ถึงตัวตนเลือนหายไป ขณะเดียวกันก็เกิดการเชื่อมโยงระหว่างส่วนต่างๆ ที่ไม่เคยเชื่อมกันมาก่อน [5]
สิ่งนี้อาจทำให้การรับรู้ผิดเพี้ยนไปจากเดิม เราอาจจะมองเห็นเสียง ได้กลิ่นรูปภาพ รับรสชาติของแสง ฯลฯ และปะติดปะต่อความรู้ความทรงจำที่ผ่านมาในแง่มุมใหม่ๆ
กลไกสมองแบบนี้อาจจะเป็นคำอธิบายถึงประสบการณ์ลี้ลับ (mystical experience) ความสร้างสรรค์ทะลุกรอบ การละทิ้งตัวตนเป็นหนึ่งเดียวกับจักรวาล ไปจนถึงอาการหลอนประสาทต่างๆ

สารออกฤทธิ์ในเห็ดอาจวิวัฒนาการมาเพื่อจัดการแมลง
แม้ว่าอาการเหล่านี้จะเกิดขึ้นชั่วคราวแต่ผู้ใช้จะยังคงจดจำประสบการณ์ระหว่างที่สมองถูกรีเซ็ตจนนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงชีวิตในระยะยาว
งานวิจัยหนึ่งที่มหาวิทยาลัย Johns Hopkins ในอาสาสมัครสุขภาพดีพบว่าอาสาสมัครกว่า 80% ลงความเห็นให้ประสบการณ์กับ psilocybin เป็นหนึ่งในห้าประสบการณ์ที่สำคัญที่สุดในชีวิต [6, 7]
ความสามารถในการปลดล็อกความเป็นตัวตนเดิมชั่วคราวทำให้สารนี้ถูกเอาใช้ทดลองรักษาอาการทางประสาทที่เกี่ยวข้องกับการยึดติดอยู่กับรูปแบบหรือตัวตนเดิมๆ ไม่ว่าจะเป็นอาการซึมเศร้าวิตกกังวล [8, 9, 10], PTSD [11], การติดยาเสพติด [12] ฯลฯ
เมื่อผู้ป่วยถูกปลดล็อก (จากการใช้ psilocybin ไม่กี่ครั้ง) และได้เห็นปมปัญหาที่ผ่านมาในมุมใหม่แล้วก็จะค้นพบทางออกที่ถาวรให้ตัวเองได้ได้ในที่สุด
กระบวนการสังเคราะห์ psilocybin ใช้อะมิโน tryptophan เป็นสารตั้งต้นและใช้เอนไซม์หลักถึงสี่ตัว ในปี 2018 ทีมวิจัยจาก Ohio State University ศึกษาเปรียบเทียบจีโนมของเห็ดหลากหลายสายพันธุ์ที่มีความสามารถนี้
ทีมวิจัยพบว่าเห็ดกลุ่มดังกล่าวน่าจะมีการส่งถ่ายชุดยีนผลิต psilocybin ระหว่างกัน (Horizontal Gene Transfer, HGT) แม้ว่าพวกมันจะอยู่ต่างสายวิวัฒนาการกันมาก กลไก HGT ลักษณะนี้พบได้บ่อยในแบคทีเรียที่แลกเปลี่ยนยีนจำเป็นต่อการอยู่รอดอย่างยีนดื้อยาปฏิชีวนะ แต่ไม่ค่อยพบในจุลินทรีย์หลายเซลล์ชั้นสูงอย่างเห็ดรา
ดังนั้น คำถามที่ตามมาคือแรงคัดเลือกตามธรรมชาติอะไรทำให้เห็ดรับและเก็บรักษายีนพวกนี้? [13]
สารออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทมนุษย์จากพืชและเห็ดราอย่างฝิ่น กัญชา กระท่อม กาแฟ ไปจนถึงเห็ดขี้ควาย และราเออร์กอต (แหล่งกำเนิดสารตั้งต้นผลิตยาหลอน LSD) มักจะมีผลรบกวนการทำงานของระบบประสาทแมลงเช่นกัน
ในกรณีของเห็ดขี้ควาย แรงคัดเลือกสำคัญอาจจะมาจากการต้องแข่งขันหรือการถูกกัดกินโดยแมลงกินซากในมูลสัตว์หรือขอนไม้ผุๆ ที่เห็ดเหล่านี้อยู่
สารสื่อประสาท serotonin พบได้ในสัตว์แทบทุกชนิดตั้งแต่หนอน แมลง ขึ้นมาจนถึงสัตว์มีกระดูกสันหลังรวมทั้งมนุษย์ [14]
สารอย่าง psilocybin ซึ่งเลียนแบบการทำงานของ serotonin อาจจะถูกวิวัฒนาการเพื่อต่อกรกับแมลงและมีผลกระทบต่อระบบประสาทของมนุษย์โดยไม่ได้ตั้งใจ
ในทางกลับกัน เรื่องไม่ตั้งใจทางวิวัฒนาการของเห็ดพวกนี้อาจจะเป็นกุญแจสำคัญของวิวัฒนาการมนุษย์ [15]

สารหลอนประสาทจากเห็ดอาจมีส่วนในวิวัฒนาการทางสังคมมนุษย์
ปัจจัยสำคัญต่อความอยู่รอดของมนุษย์คือสิ่งแวดล้อมที่เหล่าสังคมมนุษย์สร้างขึ้นมากันเอง
เราสามารถปรับตัวอยู่ได้แทบทุกภูมิประเทศภูมิอากาศตราบใดที่เราร่วมมือกันเป็นสังคมขนาดใหญ่และสืบทอดความรู้ถึงกันได้
ดังนั้น ทักษะทางสังคม การสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ ความเป็นผู้นำ การละทิ้งตัวตน ความเชื่อร่วม ฯลฯ จึงจำเป็นมากต่อการอยู่รอดของมนุษย์
และฤทธิ์หลอนประสาทจากเห็ดอาจจะมีผลส่งเสริมทักษะนี้
เห็ดที่ผลิตสารกลุ่ม psilocybin พบได้แทบทุกทวีป มีความเป็นไปได้สูงที่บรรพบุรุษของเราจะได้เคยลิ้มชิมรสเห็ดเหล่านี้ไม่ว่าจะด้วยการใช้เป็นแหล่งอาหาร หรือโดยสรรพคุณทางยา
ผลข้างเคียงทางจิตประสาททำให้พวกมันถูกนำมาใช้ในกิจกรรมทางสังคมต่างๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมความเชื่อทางศาสนา
ผู้เชี่ยวชาญเรื่องยาสมุนไพรรวมทั้งการใช้เห็ดพวกนี้ในชุมชนกลายมาเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ (shaman) ที่ผู้คนเชื่อว่ามีอำนาจสื่อสารต่อรองกับสิ่งเหนือธรรมชาติได้
มีตัวอย่างบันทึกของชุมชนที่ใช้สารหลอนประสาทเลียนแบบ serotonin ในหลากหลายพื้นที่ตั้งแต่เอเชียไกล ถึงยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกา และอเมริกา [15]
เห็ดหลอนประสาทอาจจะไม่ใช่ปัจจัยหลักหนึ่งเดียวของวิวัฒนาการมนุษย์ตามที่เคยถูกเสนอไว้ (Stone Ape Hypothesis [16]) แต่ก็มีความเป็นไปได้ไม่น้อยที่มันจะเป็นปัจจัยสำคัญในวิวัฒนาการร่วม (co-evolution) ระหว่างการพัฒนาการทางสังคมมนุษย์และวิวัฒนาการเชิงชีววิทยา
การบริโภคเห็ด (และสารหลอนประสาทตามธรรมชาติอื่น) อาจมีส่วนในการสร้างชุมชนที่เหนียวแน่นเป็นหนึ่งเดียว
ชุมชนแบบนี้ได้เปรียบในการอยู่รอดแข่งขัน สิ่งแวดล้อมทางสังคม (socio-cognitive niche) ที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นแรงคัดเลือกลักษณะเฉพาะของมนุษย์อย่างการคิดจินตนาการ การสื่อสาร การเรียนรู้ทางสังคม ฯลฯ จนเติบโตเป็นอารยธรรม

ประเด็นที่น่าสนใจคือ psilocybin ไม่ใช่สารเสพติด และมีระดับความเป็นพิษต่อร่างกายมนุษย์ต่ำมาก [17]
อันตรายที่เกิดขึ้นมักมาจากการใช้ร่วมกับยาอันตรายตัวอื่น หรือจากอุบัติเหตุและการทำร้ายตัวเองช่วงประสาทหลอนหากไม่ได้รับการดูแลเหมาะสม
การวิจัยและการใช้ประโยชน์จากเห็ดถูกกดเอาไว้นานด้วยข้อจำกัดทางกฎหมาย แต่งานวิจัยในปัจจุบันเริ่มศึกษาการนำของพวกนี้กลับมาใช้ประโยชน์ใหม่
นอกจากการศึกษาฤทธิ์ทางยาต่อโรคจิตประสาทที่กล่าวมาข้างต้นแล้วยังมีงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงระบบการผลิต ทีมวิจัยจากเดนมาร์ก นำยีนสี่ตัวดังกล่าวจากเห็ดไปตัดต่อใส่ยีสต์จนสามารถผลิตสาร psilocybin ออกมาได้สำเร็จ [18, 19]
มีตัวอย่างสตาร์ตอัพที่ขายกระบวนการผลิตและรักษา [20] กระทั่งมีการเสนอว่าสารออกฤทธิ์ต่อสมองพวกนี้อาจจะเป็นเครื่องสำคัญสำหรับมนุษยชาติที่ต้องปรับตัวในสิ่งแวดล้อมใหม่อีกครั้งอย่างการเดินทางในอวกาศยาวๆ [21]
อย่างไรก็ดี ด้วยฤทธิ์อันรุนแรงต่อระบบประสาทและความเข้าใจที่ยังมีอยู่จำกัดเกี่ยวกับกลการทำงานระดับสมองของสารจากเห็ดเหล่านี้ทำให้เราต้องวิจัยเรื่องนี้กันอีกเยอะ ส่วนการใช้งานควรอยู่ในการควบคุมใกล้ชิดของแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น
เห็ดราอาจจะไม่ได้กำจัดเราจากโลกแบบใน “The Last of Us” แต่กลับจะช่วยเราครองโลกและจักรวาลได้ต่างหาก
อ้างอิง
[1] https://www.hbo.com/the-last-of-us
[2] https://www.britannica.com/science/Cordyceps-militaris
[3] https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/35314062/
[4] https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/22308440/
[5] https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/35411074/
[6] https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/16826400/
[7] https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/18593735/
[8] https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/27909165/
[9] https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/33146667/
[10] https://www.nejm.org/doi/full/10.1056/NEJMoa2206443
[11] https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/32931403/
[12] https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/27441452/
[13] https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/30283667/
[14] https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/32121267/
[15] https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/34659037/
[16] https://bigthink.com/neuropsych/stoned-ape-return/
[17] https://web.cgu.edu/faculty/gabler/drug_toxicity.htm
[18] https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/32224264/
[19] https://www.technologynetworks.com/biopharma/blog/the-startup-turning-yeast-into-psychedelics-334690
[20] https://techcrunch.com/2022/05/04/psychedelics-startups-are-on-a-long-journey-to-consumer-markets-but-these-5-vcs-are-taking-the-ride/
[21] https://www.frontiersin.org/articles/10.3389/frspt.2022.899159/full
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
