bg-single

ทำไมหญิงและชายคลั่งไคล้การมีกล้ามโต

08.03.2023

คลุกวงใน | พิศณุ นิลกลัด

Facebook : @Pitsanuofficial

 

ทำไมหญิงและชายคลั่งไคล้การมีกล้ามโต

 

ซีรีส์ Physical : 100 หรือ ร้อยแกร่งแข่งอึด เรียลลิตี้ ของเกาหลีที่ดัดแปลงจาก สควิดเกม กำลังมาแรงมากในตอนนี้ เขานำหญิงและชายแกร่ง 100 คนที่มีร่างกายฟิตสุดขีดมาแข่งขันเกมที่ทดสอบความแข็งแกร่งของร่างกาย เพื่อชิงเงินรางวัล 300 ร้อยล้านวอน หรือ 8 ล้านบาท

หญิงและชายที่เข้าแข่งขัน คือคนที่แข็งแรงจากหลายสาขาอาชีพ มีทั้งอดีตนักยิมนาสติกระดับเหรียญทองโอลิมปิก นักเพาะกาย หรือยูทูบเบอร์สายออกกำลัง

ใครที่ดูซีรีส์ Physical : 100 ก็อดไม่ได้ที่อยากจะมีรูปร่างที่ดีมาก หรือมีกล้ามใหญ่เหมือนผู้เข้าแข่งขัน

 

ร่างกายของมนุษย์มีกล้ามเนื้อมากกว่า 600 มัด คิดเป็น 40% ของน้ำหนักตัว กล้ามเนื้อมีบทบาทสำคัญในการเคลื่อนไหวร่างกายของมนุษย์และสิ่งมีชีวิต ช่วยให้ระบบอวัยวะภายในต่างๆ ทำงานเป็นปกติ การเผาผลาญดีเยี่ยม

ยิ่งคนที่เป็นนักกีฬาหรือทำงานประเภทต้องใช้พละกำลังสูง การสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงก็ยิ่งมีความจำเป็นต่อพวกเขามากขึ้น

วิธีสร้างกล้ามเนื้อก็คือการกินอาหารเน้นโปรตีน ออกกำลังกาย สลับกับการพักผ่อนร่างกายเยอะๆ

 

ปัจจุบันไม่เพียงแต่นักกีฬา นักเพาะกาย หรือคนที่ทำงานเฉพาะทางเท่านั้นที่จะหันมาสร้างกล้ามเนื้อ เพราะคนรุ่นใหม่ใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น เราจึงเห็นเพื่อนๆ และคนรู้จักเริ่มออกกำลังกายให้หุ่นดี เพิ่มกล้ามเนื้อกันจนเป็นเรื่องปกติ บางคนทำเพราะต้องการมีสุขภาพดี

แต่เป้าหมายหลักของหลายๆ คนก็เพื่อเสริมภาพลักษณ์ที่ดีและสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง เนื่องจากสังคมปัจจุบันให้ความสำคัญกับคนมีกล้ามกันมาก

 

มีงานวิจัยหลายชิ้นพยายามทดสอบหาเหตุผลแท้จริงว่าทำไมผู้หญิงและผู้ชายจึงคลั่งไคล้การมีกล้ามใหญ่ๆ ก็ได้ค้นพบเหตุผลที่น่าสนใจหลายประการ

เหตุผลหนึ่งและน่าจะเป็นเหตุผลหลักก็คือคนมีกล้ามดูเซ็กซี่

งานวิจัยของเดวิด เฟรเดริก (David A. Frederick) กับ มาร์ตี้ เฮเซลตัน (Martie G. Haselton) จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ให้ผู้หญิง 141 คนเลือกจัดลำดับคะแนนรูปร่างผู้ชายแบบต่างๆ ที่ตัวเองมองว่าเซ็กซี่ จาก 1 ถึง 9

ปรากฏว่าผู้ชายรูปร่างสมส่วน กล้ามโต (Built) ได้คะแนนเฉลี่ยสูงที่สุด 6.97 คะแนน

อันดับ 2 คือผู้ชายรูปร่างผอม เห็นกล้ามชัด (Toned) ได้ 6.87 คะแนน

อันดับ 3 ตัวใหญ่ๆ กล้ามเน้นๆ แบบนักเพาะกาย (Brawny) 6.37 คะแนน

อันดับ 4 รูปร่างผอมบาง (Slender) 5.42 คะแนน

อันดับ 5 รูปร่างสมส่วน (Typical) 4.28 คะแนน

อันดับ 6 รูปร่างจ้ำม่ำ (Chubby) 2.95 คะแนน

 

ในงานศึกษาอีกส่วนหนึ่งพบว่า คู่กุ๊กกิ๊กแบบระยะสั้นของผู้หญิงส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายที่มีกล้ามใหญ่กว่าคู่รักคนอื่นๆ ของพวกเธอ

งานศึกษาอธิบายว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ยินยอมจะมีสัมพันธ์กุ๊กกิ๊กระยะสั้นกับผู้ชายที่มีกล้ามโต โดยไม่ต้องไปสนใจคุณสมบัติอื่นที่จำเป็นในการครองรักระยะยาว อย่างเช่น ความน่าไว้วางใจ trustworthiness ความผูกพันทางอารมณ์ emotional intimacy หรืออะไรอื่นๆ

ที่เป็นเช่นนี้อาจเป็นเพราะผู้ชายที่มีกล้าม มีร่างกายแข็งแรง แสดงให้เห็นว่าผู้ชายเหล่านี้มีพันธุกรรมที่แข็งแรง เหมาะกับการกุ๊กกิ๊ก

 

จากนั้นนักวิจัยไปสอบถามกลุ่มผู้ชายรูปร่างต่างๆ ถึงประสบการณ์กุ๊กกิ๊กในอดีต พบว่าผู้ชายที่มีกล้ามมีประสบการณ์กุ๊กกิ๊กเป็นจำนวนมากกว่าผู้ชายรูปร่างอื่นๆ

นักวิจัยตั้งสมมุติฐานว่าที่ผู้ชายมีกล้ามได้กุ๊กกิ๊กจำนวนมากที่สุดนั้นเป็นเพราะพวกเขามีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง ทำให้กล้าเข้าหาคนที่ตัวเองอยากกุ๊กกิ๊กหรือเปล่า

ปรากฏว่าไม่ใช่เลย

ผู้ชายมีกล้าม ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเองหรือไม่ ก็มีจำนวนการกุ๊กกิ๊กเยอะกว่ากลุ่มอื่นอยู่ดี ซึ่งเป็นเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกล้วนๆ

 

สุดท้ายนักวิจัยถามผู้ชายแต่ละกลุ่มว่าเคยแอบกุ๊กกิ๊กกับผู้หญิงที่มีแฟนหรือสามีอยู่ในขณะนั้นเป็นจำนวนกี่ครั้ง

คำตอบที่ได้คือ กลุ่มผู้ชายมีกล้ามได้กุ๊กกิ๊กกับผู้หญิงที่กำลังคบแฟนหรือมีสามีอยู่แล้วเป็นจำนวนมากที่สุด

ในงานศึกษาหนึ่งเมื่อปี 2018 พบว่าผู้ชายกล้ามโตมีจำนวนการได้กุ๊กกิ๊กมากกว่าผู้ชายที่หล่อกระชากใจ

นักวิจัยได้ทำการถ่ายวิดีโอสั้นๆ ของอาสาสมัครผู้ชายจำนวน 157 คนที่มีรูปร่างหน้าตาแตกต่างกัน จากนั้นก็เปิดวิดีโอให้ผู้ชายอีกกลุ่มดู แล้วให้วิเคราะห์แนวโน้มว่าอาสาสมัครในวิดีโอนี้จะมีโอกาสต่อสู้ชนะอาสาสมัครอีกคนมากน้อยขนาดไหน

วิดีโอจำนวน 157 คลิปนี้ได้นำไปให้ผู้หญิงกลุ่มหนึ่งดู แล้วให้คะแนนความดึงดูดทางเพศด้วยเช่นกัน

18 เดือนต่อมา นักวิจัยให้อาสาสมัครชายทั้ง 157 คนในคลิปตอบแบบสำรวจเกี่ยวกับประสบการณ์กุ๊กกิ๊กในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา และก็ได้คำตอบว่าอาสาสมัครที่ได้รับคะแนนความแข็งแกร่งสูงในสายตาของผู้ชาย มีประสบการณ์กุ๊กกิ๊กเป็นจำนวนที่มากกว่าอาสาสมัครซึ่งได้รับคะแนนความดึงดูดทางเพศสูงในสายตาผู้หญิง

 

สรุปง่ายๆ ก็คือ ผู้ชายมีกล้ามใหญ่ แข็งแรง ถึงแม้จะไม่หล่อกระชากใจ แต่ก็ประสบความสำเร็จในการกุ๊กกิ๊กมากกว่าใคร

ซึ่งอันที่จริงแล้ว นักจิตวิทยาเชิงวิวัฒนาการจำนวนหนึ่งเคยกล่าวว่า ในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ ความมีอำนาจ dominance ช่วยให้ผู้ชายประสบความสำเร็จในการกุ๊กกิ๊กมากกว่าความมีหน้าตาดึงดูด attractiveness มาเป็นเวลานานแล้ว

ยกตัวอย่างเช่น เครา beards เรื่องนี้เสียงผู้หญิงค่อนข้างแตกไปคนละทางว่าคนมีเครานั้นเรียกว่าน่าดึงดูดหรือไม่

ผู้หญิงบางคนนิยมผู้ชายมีเครา แต่บางคนไม่ชอบ อีกส่วนหนึ่งบอกว่าขึ้นอยู่กับหน้าตาของแต่ละบุคคล แต่ที่ชัดเจนเลยคือผู้ชายด้วยกันเองมองผู้ชายที่มีเคราว่าดูน่าเกรงขามกว่าผู้ชายที่หน้าเกลี้ยงเกลา

หรือจะเป็นเรื่องน้ำเสียงที่เข้ม ผู้หญิงมักจะคิดว่าผู้ชายที่มีเสียงเข้ม เสียงทุ้ม มีเสน่ห์ดึงดูด แต่ผู้ชายด้วยกันจะมองว่าเป็นคนที่ดูน่าเกรงขาม

 

ความจริงก็คือ คุณสมบัติต่างๆ ที่ผู้ชายพยายามสร้าง พยายามพัฒนาตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการมีหนวดเครา ทำเสียงเข้ม หรือเรื่องการมีกล้ามโตๆ ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากแรงบันดาลใจเพื่อจะทำให้เป็นที่สนใจของสาวๆ แต่ทำเพื่อให้ผู้ชายด้วยกันเห็นแล้วรู้สึกเกรงขามมากกว่า

นี่เป็นสิ่งที่ ดร.เดวิด พุตส์ (Dr. David Puts) ค้นพบในงานศึกษาเมื่อปี 2010



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร