ธรรมชาติ, ศิลปะ, ชีวะ, แฮ็กเกอร์ (1) | ภาคภูมิ ทรัพย์สุนทร

ภายนอกอพาร์ตเมนต์ในสิงคโปร์หลังนี้เป็นเพียงตึกเก่าเรียบๆ ที่พบได้ดาษดื่น
แต่บรรยากาศบนชั้นสองกลับดูพิลึกพิลั่น
ทางเดินแคบๆ ฝั่งซ้ายมีกระถางต้นไม้วางเกะกะ ปนกับถังเหล็กเกรอะสนิมบรรจุเถ้ากระดาษกงเต๊ก
ห้องเช่าทางขวามีตั้งแต่บริษัทขนส่ง สำนักพ่อปู่นารายณ์ ร้านขายยาจีน ฯลฯ
เป้าหมายเราที่สุดทางเดินคือ “Edible Makerspace” ห้องขนาด 25 ตารางเมตร แน่นไปด้วยชั้นวางอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แท่นบัดกรี ออสซิลโลสโคป และเครื่องพิมพ์สามมิติ
มุมช่างไม้ด้านซ้ายมีสว่าน คีม เลื่อยและค้อนหลายขนาดวางอยู่พร้อม
แมวสองตัวเดินวนไปมาเหมือนยามเฝ้า
ที่แปลกตาสุดน่าจะเป็นขวดโหลและภาชนะพลาสติกจุของเหลวสีน้ำตาลและก้อนวุ้นเหนียวๆ
มันให้ความรู้สึกเหมือนที่กบดานของแฮ็กเกอร์หัวขบถจากหนังไซไฟระทึกขวัญ

บรรยากาศภายใน Edible Makerspace ของ Saad และ Darin
นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของประสบการณ์เหนือจริงของงาน “BioArt : Intimacy with Nature”
เวิร์กช็อปที่รวบรวมศิลปิน นักวิจัย แฮ็กเกอร์ และผู้หลงใหลในการสำรวจจุดบรรจบระหว่างศิลปะและวิทยาศาสตร์ในยุคชีววิทยาสังเคราะห์
เวิร์กช็อปนี้จัดโดยศิลปินชาวไทย Henry Tan ผู้ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากการประชุมแนวๆ นี้ของ MIT ภายใต้ชื่อ “Global Community Bio Summit”
เขาได้รับทุนสนับสนุนจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะสิงคโปร์เพื่อจัดงานบรรยายสาธารณะสองครั้งระหว่างช่วงพำนักหกเดือนในสิงคโปร์
อย่างไรก็ตาม วิสัยทัศน์ของ Henry ที่จะการเชื่อมต่อกับผู้คนในสาขาวิชาต่างๆ ทำให้เขาเปลี่ยนเงินทุนให้เป็นเวิร์กช็อปนานาชาติที่จัดขึ้นในประเทศไทยและสิงคโปร์
เวิร์กช็อปเฟสแรกจัดเมื่อปีที่แล้วที่มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก มีศิลปิน 7 คนจาก 4 ประเทศเข้าพำนักหนึ่งเดือน และผู้เข้าร่วมอื่นเกือบ 50 คนจากสาขาวิชาต่างๆ กิจกรรมมีตั้งแต่ นิทรรศการศิลปะ แล็บอณูชีววิทยา การสำรวจวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น
ส่วนเฟสสองปีนี้เป็นโครงการ 5 วันที่จัดกระจายไปทั่วสิงคโปร์ทั้ง พิพิธภัณฑ์ศิลปะ สถาบันเกอเธ่ พื้นที่การเกษตร และแฮ็กเกอร์/เมกเกอร์สเปซ อย่าง Edible Makerspace

เวิร์กช็อป Foldscope กล้องจุลทรรศน์จากกระดาษพับของ Elaine
“นักประดิษฐ์มือสมัครเล่น” ที่เรียกตัวเองว่า “Hacker” หรือ “Maker” เป็นผู้เชื่อมรอยต่อระหว่างศิลปะ/การออกแบบและวิทยาศาสตร์/วิศวกรรม
พวกเขาเป็น “เนิร์ด” คล่องเทคโนโลยีและทักษะการแก้ปัญหาอย่างวิศวกรและนักวิทยาศาสตร์
แต่ก็แฝงความ “ติสต์” แบบศิลปินที่อยากจะแสดงออกอารมณ์ห้วงลึกผ่านการสร้างอะไรซักอย่าง
แม้ว่าเครื่องมือและเงินทุนของพวกเขาอาจด้อยกว่านักวิจัยในวงวิชาการหรือธุรกิจ
แต่พวกเขามีอิสระเต็มเปี่ยมที่จะสร้างและสำรวจตามความกระหายใคร่รู้ ไม่ถูกผูกมัดด้วยเป้าหมายธุรกิจหรือการตีพิมพ์ผลงานวิชาการ
พวกเราได้พบกับ Saad Chinoy และ Darin Lobo สองผู้ก่อตั้ง Edible Makerspace
ทั้งคู่พาเราเดินดูสิ่งประดิษฐ์ของพวกเขารอบห้องตั้งแต่กล้องจุลทรรศน์เชื่อมต่อ VR, ระบบรีไซเคิลพลาสติกเก่าสู่เครื่องพิมพ์สามมิติ, เครื่องปั่นแยกสารที่ประยุกต์จากหัวอ่านฮาร์ดไดรฟ์ ฯลฯ
ส่วนของเหลวสีน้ำตาลและก้อนวุ้นเหนียวๆ คือระบบผลิตนาโนเซลลูโลสจากการหมักชาและน้ำผลไม้ด้วยยีสต์และแบคทีเรีย
ของเหลวเอามาทำเครื่องดื่มโพรไบโอติกแบบคอมบูชา (kombucha)
ส่วนก้อนวุ้นๆ ก็อัดให้แบน ตากแห้ง และเคลือบขี้ผึ้งเป็นหนังเทียม
Edible Makerspace เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้ามาใช้แลกกับค่าบริการนิดหน่อยพอจ่ายค่าเช่าห้องและบำรุงรักษาอุปกรณ์
Saad เป็นวิศวกรซอฟต์แวร์วัยสามสิบปลายๆ และใช้เวลาว่างแกะนั่นสร้างนี่สนุกๆ ที่ Makerspace
แต่สิ่งประดิษฐ์หลายชิ้นจากงานอดิเรกของ Saad กลายเป็นอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการด้านสายตาหรือการเคลื่อนไหวร่างกาย
นอกจากนี้ Saad ยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง Spudnik Lab ธุรกิจเพื่อสังคมทำงานด้านการศึกษาและใช้ประโยชน์จากอินเตอร์เน็ตสำหรับผู้ด้อยโอกาสในสังคมที่เพิ่งเข้าถึงอินเตอร์เน็ตครั้งแรก
Saad เชื่อว่าเทคโนโลยีที่ถูก เรียบง่าย ใช้งานสะดวกอาจจะสร้างผลกระทบยิ่งใหญ่กับสังคมได้ยิ่งกว่าเทคโนโลยีที่หรูหราก้าวหน้าสุดๆ
Darin วัยเพียงยี่สิบสองเป็นตัวอย่างของแฮ็กเกอร์สายชีววิทยาที่ใช้ชีวิตโคตรคุ้ม
เขาเข้าวงการนี้ตั้งแต่มัธยมต้น เริ่มจากการไปโผล่ตามประชุมวิชาการและเวิร์กช็อปที่จัดกันอยู่บ่อยๆ รอบสิงคโปร์ บางรายการก็เข้าฟรี บางรายการก็อาสาทำงานแลกตั๋วเข้า
Darin ได้ทั้งผูกมิตรกับเหล่าผู้จัดงานและนักวิจัยระดับเวิลด์คลาส ทั้งเปิดโลกการศึกษาของเขาออกไป
หลังจบมัธยมต้น Darin ตัดสินใจเข้าเรียนต่อสายอาชีวะในโพลีเทคนิคด้านชีววิทยาโมเลกุลแทนที่จะเข้ามหาวิทยาลัย
ได้ไปเป็นผู้ช่วยวิจัยและผู้ช่วยสอนที่ Oxford อยู่เกือบปีก่อนจะกลับมาเกณฑ์ทหารที่สิงคโปร์อีกสองปี
ระหว่างนั้นก็ฝึกงานในแผนกเก็บกู้ระเบิดและหน่วยปฐมพยาบาล
นอกเวลาฝึกก็มาตั้ง Edible Makerspace กับ Saad และแล็บส่วนตัวประจำบ้านอีกแห่ง
Darin เล่าให้พวกเราฟังว่าที่สิงคโปร์มีศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัย และบริษัทเอกชนเงินหนาหลายเจ้าชอบเอาอุปกรณ์แล็บเจ๋งๆ ที่ตกรุ่นมาเลหลังขายเป็นเศษเหล็ก
เขาก็แค่เดินสายเป็นซาเล้งไปเก็บมารวบรวม ถอดประกอบ ซ่อม อัพเกรดไว้ใช้เองสบายๆ
Makerspace ที่จัดตั้งโดยนักประดิษฐ์มือสมัครเล่นอย่าง Saad และ Darin ผุดขึ้นมามากมายทั่วโลกช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการเข้าถึงอุปกรณ์ราคาถูกสำหรับทำงานด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ รวมไปถึงเทคนิคการสร้าง ซ่อม แฮ็ก ฯลฯ ที่หาได้ง่ายดายในอินเตอร์เน็ต
ส่วนอีกด้านหนึ่งก็มาจากความพยายามของสถาบันการศึกษาชั้นนำที่จะส่งเสริมการประดิษฐ์คิดค้นระดับรากหญ้า
ตัวอย่างเช่น คลาส “How to Make (Almost) Anything” และโครงการ Fab Lab ของ MIT Media Lab คลาส “Frugal Science” จาก Stanford ได้พยายามผลักดันนักประดิษฐ์มือสมัครเล่นเหล่านี้สร้างอุปกรณ์สำหรับการใช้งานจริงในการวิจัยทางวิทยาศาสตร์หรือการใช้งานด้านชีวการแพทย์
Elaine Regina จากอินโดนีเซีย หนึ่งในผู้เข้าร่วมของเรา เป็นส่วนหนึ่งของคลาสนี้และเล่าเกี่ยวกับโครงการ Foldscope กล้องจุลทรรศน์ที่ใช้กระดาษราคาไม่ถึงดอลลาร์ต่อตัวและมีความทนทานสูง ทำให้เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับการวินิจฉัยและการศึกษาภาคสนาม
นักประดิษฐ์มือสมัครเล่นอย่าง Saad และ Darin เริ่มต้นจากฝั่งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ จากนั้นก็ประยุกต์ใช้เครื่องมือพวกนี้ในการแก้ปัญหาทางชีววิทยา งานที่เกี่ยวข้องกับระบบสิ่งมีชีวิตโดยตรงมักเริ่มจากฝั่งจุลินทรีย์อย่างงานหมักเครื่องดื่มและนาโนเซลลูโลสที่เล่าไปข้างต้น หรืองานแบตเตอรี่ชีวภาพ (microbial fuel cell) ที่ทั้งคู่ได้มาสอนพวกเราทำระหว่างเวิร์กช็อป
อย่างไรก็ตาม งานระดับ makerspace ประจำบ้านหรือชุมชนพวกนี้ยังไม่ค่อยลงลึกถึงระดับพันธุวิศวกรรม และชีวสังเคราะห์
งานระดับนั้นอาจจะต้องการการสนับสนุนเริ่มต้นจากผู้ที่มีพื้นฐานทางชีวโมเลกุลอย่างลึกซึ้งและห้องแล็บวิจัยที่เครื่องมือพร้อมกว่า

งานของ Georg, Hideo, SynbioID และเวิร์กช็อปชีวโมเลกุล/พันธุวิศวกรรมที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะสิงคโปร์
ที่เวิร์กช็อป “BioArt : Intimacy with Nature” ทั้งสองรอบเราได้คนอย่าง Hideo Iwasaki และ Georg Tremmel
Hideo เป็นศาสตราจารย์ด้านชีววิทยาที่มหาวิทยาลัย Waseda ประเทศญี่ปุ่น ทำวิจัยด้านกลไกระดับยีนของนาฬิกาชีวิต (circadian rhythm) ในสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน
Hideo ก่อตั้งเครือข่าย metaPhorest ที่บุกเบิกงานด้าน BioArt แห่งแรกๆ ในเอเชีย
ห้องแล็บของ Hideo เปิดกว้างให้ศิลปินทั่วโลกเข้ามาใช้เครื่องไม้เครื่องมือและสัมผัสกับงานวิจัยระดับชีวโมเลกุลเชิงลึก
ผลงานของกลุ่ม metaPhorest เล่นกับคอนเซ็ปต์ของเวลา, การเกิด-ความตาย และมิติทางประวัติศาสตร์วัฒนธรรมในสิ่งมีชีวิต
Georg ศิลปินชาวออสเตรียทำงานในญี่ปุ่นมาสิบกว่าปีร่วมกับกลุ่ม metaPhorest และกลายเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง “BioClub Tokyo” ชุมชนของเหล่า hacker/maker ที่สนใจงานด้านชีววิทยาและชีวสังเคราะห์โดยเฉพาะ
งานศิลปะชอง Georg หลายชิ้นเล่นกับเครื่องมือการดัดแปลงดีเอ็นเอ ตั้งแต่การใช้รังสีดัดแปลงพันธุ์พืช แก้ไขยีนดอกไม้ GMO ให้กลับเป็นดอกไม้ป่า
กระทั่งถึงการเอาต้นไม้เป็นสุสานบันทึกดีเอ็นเอของผู้ล่วงลับ
เทียบกับงานฝั่งฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และจุลชีววิทยาพื้นฐานอย่างของ Saad และ Darin งานแนวชีวสังเคราะห์แบบของ Hideo และ Georg ต้องเจอกับความท้าทายหลายอย่างทั้งราคาวัสดุอุปกรณ์ ความซับซ้อนของเทคนิค
และที่สำคัญคือกฎระเบียบความปลอดภัยชีวภาพตลอดจนความหวาดระแวงของประชาชนทั่วไปต่องานสายนี้
ระหว่างเวิร์กช็อปเราเห็นตัวอย่างการเคลื่อนไหวระดับรากหญ้าจากกลุ่มนักศึกษาและนักวิจัยรุ่นใหม่ๆ ของอินโดนิเซีย (ภายใต้ชื่อ “Synbio.id”) ที่ใช้งานศิลปะผสมผสานกับการสื่อสารวิทยาศาสตร์
ส่วนทีมจัดงานของเราก็ได้ประสบการณ์ตรงจากความพยายามทำเวิร์กช็อปพันธุวิศวกรรมที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะ
แม้ว่าสิงคโปร์จะเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องกฎระเบียบแสนเข้มงวด พวกเราก็ได้ไฟเขียวจากคณะกรรมการด้านสิ่งมีชีวิตดัดแปลงพันธุกรรมให้ดำเนินงานต่อได้แทบจะทันทีหลังติดต่อขออนุญาต
โดยรวมแล้วบรรยากาศการยอมรับงานสายนี้กำลังเป็นไปในทางที่ดีขึ้น ถ้าพวกเราคนทำงานรู้จักหาจุดสมดุลระหว่างความสร้างสรรค์ไร้ขีดจำกัดกับความรับผิดชอบ โปร่งใส และการสื่อสารที่ชัดเจนกับภาคประชาชน และผู้รักษากฎหมาย
หลังจากจบงานที่ Edible Makerspace พวกเรากำลังเดินทางต่อไปอีกดินแดนที่แทบจะอยู่ตรงกันข้าม
โลกของบริษัทไบโอเทคข้ามชาติมูลค่าหลายหมื่นล้าน
โลกของเกษตรชุมชนยั่งยืนหวนคืนธรรมชาติ
และโลกของศิลปินฮาร์ดคอร์กับศิลปินสายธรรมะที่จะมาช่วยเราสรุปบทเรียนว่าเราจะอยู่กันยังไงต่อไปกับโลกหลายๆ ใบนี้
ติดตามต่อตอนหน้าครับ
ข้อมูลเพิ่มเติม : https://freaklab.org/residency-program/
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
