
ภาพยนตร์ / นพมาส แววหงส์
STRONGER “บอสตัน สตรอง”
กำกับการแสดง David Gordon Green
นำแสดง Jake Gyllenhaal, Miranda Richardson, Tatiana Mastany
เมื่อวันที่ 15 เมษายน ค.ศ.2013 (พ.ศ.2556) เกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญที่สร้างความสะเทือนใจ และตกเป็นข่าวไปทั่วโลกต่อเนื่องอยู่หลายวัน
นั่นคือ ในวันแข่งวิ่งมาราธอนประจำปีที่บอสตัน เกิดเหตุระเบิดสองครั้งติดๆ กันบนบาทวิถีริมถนนใกล้เส้นชัย ขณะนักวิ่งกำลังทยอยกันเข้าสู่จุดสิ้นสุดของการแข่งขัน
การวิ่งมาราธอนที่บอสตันเป็นการแข่งขันประจำปีที่เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักวิ่ง และเป็นการวิ่งมาราธอนประจำปีที่เก่าแก่ที่สุดในโลก โดยจัดขึ้นในวันที่เรียกว่า “วันผู้รักชาติ” หรือ Patriots” Day ซึ่งตรงกับวันจันทร์ที่สามของเดือนเมษายน
หนังในชื่อว่า Patriots” Day ซึ่งออกฉายเมื่อปีที่แล้ว เล่าเหตุการณ์ความสับสนอลหม่านที่ตามต่อจากนั้นโดยมีพระเอกคือตำรวจบอสตัน ที่เล่นโดย มาร์ก วอห์ลเบิร์ก นำทีมสืบสวน ควานหาตัวมือระเบิดที่มีมากกว่าหนึ่งคน ซึ่งเอาหม้ออัดแรงดันใส่ตะปูและโลหะไว้เพื่อสร้างความเสียหายรุนแรงกว่าแรงระเบิดปกติ
ระเบิดทำให้มีคนตายสามคน และผู้บาดเจ็บหลายร้อยคน
ท่ามกลางเบาะแสที่สับสนหลายหลากมากมาย ในที่สุดทีมสืบสวนก็รู้ตัวผู้ก่อการ ตามไปถึงตัวและเกิดการปะทะยิงกันถึงขั้นที่มีตำรวจเสียชีวิต และหนึ่งในผู้ต้องสงสัยก็เสียชีวิตด้วย
จากนั้นก็มีการประกาศปิดมหานครบอสตันทั้งเมืองโดยเฉพาะในเขตวอเตอร์ทาวน์ เพื่อตามล่าตัวผู้ก่อการร้ายคนที่ยังหลบหนีอยู่ ท่ามกลางความตื่นตระหนกตกตะลึงพรึงเพริดของคนอเมริกันทั้งประเทศและชาวโลก
ผู้เขียนเผอิญอยู่แถบฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกา ไม่ไกลจากบอสตันนัก ในช่วงนั้นพอดี และมีเวลาว่างพอที่จะคอยเฝ้าติดตามดูข่าวซีเอ็นเอ็นอย่างใจจดใจจ่อในช่วงเวลาสามวัน จวบจนจับตัวมือระเบิดได้ทั้งหมด
จึงเป็นธรรมดาที่รู้สึก “อิน” กับหนังเรื่องนั้น และเรื่อง Stronger ขณะนี้เป็นพิเศษด้วยเหมือนได้ผ่านประสบการณ์ในช่วงนั้นมา หนังทั้งสองเรื่องเล่าเรื่องราวคนละแง่คนละมุมจากบุคคลที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเหตุการณ์ครั้งนั้น
Stronger เป็นหนังที่มีนักแสดงฝีมือเยี่ยมสามคนที่จะทำให้คนดูนิ่งขึงตะลึงตะไลไปในหลายบทหลายตอน
เจค จิลเลนนาล ในบทของ เจฟฟ์ บาวแมน ต้องได้รับการยกย่องเป็นพิเศษจากบทบาทตัวนำของบุคคลที่ได้รับผลโดยตรงจากเหตุระเบิดครั้งนั้น เนื่องจากเจฟฟ์บังเอิญไปอยู่ในจุดที่เกิดระเบิดพอดี และแรงระเบิดทำลายขาทั้งสองข้างใต้เข่าลงไปจนไม่เหลือชิ้นส่วนให้กอบกู้คืนได้

ทาเชียนา มาสลานี ในบทของเอริน แฟนสาวที่บอกศาลากับเจฟฟ์ไปหลายครั้งหลายหนแล้ว แต่เจฟฟ์ก็ยังตัดใจไม่ขาด และพยายามพิสูจน์ความรักของเขาให้สาวเห็นใจ โดยการเขียนป้ายไปเชียร์เธอที่เส้นชัย เมื่อเธอสมัครเข้าร่วมวิ่งมาราธอนครั้งนั้น
และ มิแรนดา ริชาร์ดสัน ดาราสาวเจ้าบทบาทชาวอังกฤษ ซึ่งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์สองหนแล้ว และหลายคนอาจยังจำเธอได้ในบทบาทของมาดามจีรี ในหนังเรื่อง Phantom of the Opera ที่มี เจอราร์ด บัตเลอร์ เป็นแฟนทัม
คราวนี้มิแรนดามาในรูปลักษณ์ใหม่จากที่เราเคยพบเห็น กลายมาเป็นหญิงวัยกลางคน ด้วยสำเนียงบอสตัน และเป็นแม่ขี้เหล้าของเจฟฟ์ ซึ่งเลี้ยงลูกชายโค่งคนเดียว ให้กลายเป็นชายหนุ่มที่ยังคงมีภาวะจิตใจแบบวัยรุ่นชายอยู่ตลอดกาล ไม่ยอมโต ไม่ยอมแยกไปยืนด้วยลำแข้งของตนเอง ยังคงอาศัยอยู่บ้านแม่มาตลอด
เป็นหนึ่งในสองความสัมพันธ์ใกล้ชิดและยุ่งยากของเจฟฟ์ ซึ่งเป็นตัวนำของเรื่องนี้
จากพนักงานของร้านคอสต์โค ที่ใจจดจ่ออยู่กับการไปนั่งดูนั่งเชียร์เกมส์การแข่งกีฬาในร้านเหล้า มากกว่าจะอยากรับผิดชอบกับการงานในหน้าที่ของตัว เจฟฟ์พยายามเอาชนะใจสาวคนรักกลับคืนมาด้วยการกุลีกุจอช่วยเหลือเธอหาทุนสมัครวิ่งมาราธอน และสัญญาจะไปคอยให้กำลังใจเธออยู่ที่เส้นชัย
ทว่า ก่อนที่เอรินจะวิ่งเข้าสู่เส้นชัยและได้เห็นเจฟฟ์ยืนรอเธออยู่ตรงนั้น ระเบิดลูกย่อมๆ ที่ระเบิดขึ้น ส่งผลให้เจฟฟ์ขาขาดทั้งสองข้างในทันที และถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลในสภาพร่อแร่ไร้สติ
แทบจะในทันทีหลังจากที่เขาฟื้นคืนสติในสองวันต่อมา และรู้ตัวว่าเขาสูญเสียขาไปแล้วทั้งสองข้าง เจฟฟ์ก็บอกว่าเขาสามารถระบุตัวมือระเบิดได้ ซึ่งเป็นเบาะแสให้เจ้าหน้าที่เอฟบีไอสืบสวนจนนำไปสู่การจับกุมตัวมือระเบิดได้ในที่สุด
แต่หนังไม่ได้มุ่งประเด็นอยู่กับการตามหาตัวคนร้าย แต่มุ่งประเด็นอยู่กับมุมมองในชีวิตของเจฟฟ์โดยตรง
เจฟฟ์กลายเป็นฮีโร่ไปในทันใด ขณะที่เขาไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่าเขาทำอะไรที่จะเรียกว่าวีรกรรม นอกจากการไปยืนอยู่ในจุดเกิดเหตุจนตกเป็นเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายที่ได้รับผลจากการกระทำนั้นโดยตรง
และส่งผลเปลี่ยนแปลงชีวิตทั้งชีวิตของเขาไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ
ด้วยคำขวัญปลุกปลอบใจชาวเมืองบอสตันและผู้คนทั่วโลก ว่า “Boston Strong” เจฟฟ์กลายเป็นสัญลักษณ์ของความหวังและกำลังใจในการสร้างความแข็งแกร่งต่อสู้กับพลังชั่วร้ายที่ไร้มนุษยธรรม แต่เรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่ตัวเองด้วยการสร้างความประหวั่นพรั่นพรึงให้แก่คนอื่น
เขากลายเป็นโฉมหน้าของความแข็งแกร่ง ได้รับเชิญไปโบกธงในการแข่งขันกีฬาฮอกกี้ และไปขว้างบอลลูกแรกในพิธีการเปิดการแข่งขันเบสบอลที่เฟนเวย์ปาร์ก
แถมยังได้รับเชิญให้ออกรายการสัมภาษณ์ของโอปราห์
ขณะที่ครอบครัวและคนรอบข้างยินดีไปกับความชื่นชมและโอกาสดีๆ ที่หาได้ยากในชีวิต แต่เจฟฟ์ต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดและการบำบัดฟื้นฟู และความสัมพันธ์ที่ยากเย็นในชีวิต
นี่เป็นหนังอีกเรื่องที่แสดงให้เห็นจิตวิญญาณอันแข็งแกร่งไม่ย่อท้อของมนุษย์ ที่จะผงาดขึ้นเหนือเคราะห์ร้ายและความทุกข์ทรมานที่พลิกชีวิตไปอีกทางอย่างที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน
หนังมีอารมณ์ขันอยู่ประปราย ที่เวิร์กมากก็อย่างเช่น ตอนที่เจฟฟ์รู้สึกตัวขึ้นเป็นครั้งแรกหลังจากขาขาดไปทั้งสองข้าง เขาตอบคำถามที่ว่าเขารู้สึกยังไงบ้าง โดยบอกว่า “รู้สึกเหมือนผู้หมวดแดน” คนฟังงงไปเล็กน้อย แล้วก็ถึงบางอ้อ เมื่อนึกถึง “ผู้หมวดแดน” (แกรี ซินีส) ที่ขาด้วนทั้งสองข้างในหนังเรื่อง Forrest Gump
แต่มุขในตอนที่เจฟฟ์ถือพวงมาลัยขับรถ โดยมีเพื่อนมุดอยู่คอยกดคันเร่งและเบรก เนื่องจากเจฟฟ์ไม่มีขาจะเหยียบ และขับรถส่ายไปส่ายมาจนน่ากลัวอันตราย และโดนตำรวจเรียกให้หยุด ครั้นพอตำรวจเห็นหน้าเขาและจำได้ว่าเป็น เจฟฟ์ บาวแมน วีรบุรุษผู้เป็นสัญลักษณ์ของบอสตัน สตรอง คำแรกที่ออกจากปากตำรวจคือ “ขอถ่ายรูปด้วยได้ไหม” แหม มันก็ขำดีอยู่หรอกค่ะ แต่มันไม่ถูกไม่ควรอย่างไรก็ไม่รู้
มีเรื่องราวที่น่าประทับใจในฉากสั้นๆ ของชายสวมหมวกเคาบอย คาร์ลอส อาร์เรดอนโด ที่อยู่ในเหตุการณ์โดยไม่ได้รับบาดเจ็บ และคอยช่วยเหลือในขั้นต้นแก่ผู้เคราะห์ร้าย รวมทั้งเจฟฟ์ คาร์ลอสเองก็มีโศกนาฏกรรมส่วนตัวที่ทำให้เขาคอยช่วยเหลือเกื้อกูลเพื่อนมนุษย์ด้วยกันโดยไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน
สำหรับหนังเรื่องนี้ แค่ได้ดูบทบาทการแสดงที่ลึกลงไปถึงกึ๋นของนักแสดงนำทั้งสาม ก็คุ้มเกินคุ้มแล้วค่ะ
