
พระอนุจ (น้องนางเธอ) พระองค์เจ้าหญิงนโรดม อรุณรัศมี พระธิดาในพระบาทสมเด็จนโรดม สีหนุ กับหม่อมเนียะมะเนียงมานีวัน พันนาวงศ์ เจ้าจอมหม่อมห้ามลำดับที่ 5 ซึ่งมีเชื้อสายลาว
ท้าวเธอมีพระธิดา 2 องค์ในราชวงศ์สีหนุแห่งกัมพูชาคือ พระองค์เจ้าหญิงนโรดม สุเจียตา และพระองค์เจ้านโรดม อรุณรัศมี (68)
ไม่ต่างจากเชื้อพระวงศ์คนอื่น นโรดม อรุณรัศมี เมื่อแรกรุ่นกำดัด ก็ถูกหมั้นหมาย และเสกสมรสกับ “โอรส” พระองค์เจ้าสีสุวัตถิ์ สิริมะตะ ลูกพี่ลูกน้องกับสมเด็จพ่อผู้ลาฐานันดรเพื่อไปเล่นกันการเมืองและมีพระยศว่า “พระองค์มจะนโรดม สีหนุ” คือท่านชายสีสุวัตถิ์ เสรีรัฐ (77)
นับว่าเป็นจริตวรรณะนิยมแบบกัมพูชาไม่ว่าจะเป็นเชื้อกษัตริย์หรือนักการเมือง ดังที่สมเด็จฮุน เซน เอง ก็จับคู่ให้บุตรีออกเรือนด้วยเหตุลผลทางการเมือง
และยังถือเป็นจารีตนิยมของราชสำนักเขมร ที่การแต่งงานในหมู่เครือญาติพี่น้องในราชสกุลเดียวกัน ดังจะเห็นว่า สมเด็จพระเรียม-พระองค์เจ้าหญิงนโรดม บุปผาเทวี ก็เคยเสกสมรสกับราชนิกุล ทั้งนโรดม-สีสุวัตถิ์ในการสมรส 4 ครั้งคือ พระองค์เจ้านโรดม นรินทรักษ์ทวงษ์ (1), พระองค์เจ้าสีสุวัตถิ์ มุนีชีวัน (2) และพระองค์เจ้าสีสุวัตถิ์ ชีวันมุนีรักษ์ (4)
ดังนี้ การที่องค์อรุณรัศมีจะไปแต่งงานกับท่านชายฝ่ายสีสุวัตถิ์องค์อื่น จึงใช่เรื่องแปลกอันใด
แต่มันมาติดตรงที่ พระบิดาโกนกมเลาะ/เจ้าบ่าว-องค์สิริมะตะ ซึ่งเป็นทั้งปิตุลาและว่าที่ “ออปุกขเมก” (พ่อสามี) ของพระองค์นั้น คือฝ่ายก่อการกบฏทำรัฐประหารล้มล้างพระบิดาพระองค์รัฐบาลสีหนุ ไม่เท่านั้น ต่อมายังจับสมาชิกราชวงศ์บางองค์ขังคุก ยุบสถาบันกษัตริย์
ซึ่งจริงเพคะ? เกี่ยวกับเรื่องเล่าลือที่ว่ามาแต่สมัยอินโดจีน ต่อความขันขื่นสัมพันธ์ของราชนิกุลทั้งสอง ทั้งการแย่งชิงราชสมบัติและปฏิปักษ์รักใคร่ที่เยื่อใยกันมา ว่ามิได้กุขึ้น!

credit : royalducambodge
แต่การเมืองก็ไม่ใช่เครื่องกีดกันความรักเสมอไป ในท่ามกลางเรื่องราวอันร้ายแรงที่น่าทรุดโทรมใจเหล่านี้ กระนั้น เจ้าหญิงอรุณรัศมีก็เข้าพิธีเสกสมรสกับคู่หมายในสิงหาคมหรือ 5 เดือนรัฐประหาร/1970
โดยเฉพาะท่านชายสีสุวัตถิ์ เสรีรัฐ นั้นไม่เห็นด้วยกับบิดา ดังนี้ เมื่อเสร็จสิ้นพิธีวิวาห์จึงพากันเดินทางไปฝรั่งเศสและตั้งรกรากเบื้องต้นที่นั่น
ต่อข้อสงสัยของผู้เขียนว่า ขณะนั้น องค์อรุณรัศมีอายุกี่ชันษาเล่า? หากนับตามปีเกิดปัจจุบัน (1955) ตามวิกิพีเดีย?
อนึ่ง เกี่ยวกับการ “ออกเรือน” ของตั้งแต่อายุยังน้อยตามแบบเจ้านายฝ่ายในเขมร คือราว 15-18 ปี ตัวอย่าง สมเด็จพระพี่นางนโรดม บุปผาเทวี ก็ทรงแต่งงานตอนอายุสิบห้า หรือสมเด็จพระมหากษัตรีย์นโรดม มุนีนาถ ก็เสกสมรสกับกษัตริย์นโรดม สีหนุ ขณะอายุ 16
ส่วนองค์อรุณรัศมีเองก็ไม่ต่างจากพระธิดานโรดมองค์อื่นๆ ที่เสกสมรสแต่อายุยังน้อยคือ 15 ชันษาเท่านั้น และเกือบทั้งสมรสในหมู่ราชนิกุล “นโรดม-สีสุวัตถิ์” ทั้งสิ้น
สำหรับคู่องค์อรุณรัศมีที่มีชันษาห่างกันถึง 9 ปี ที่เชื่อกันว่าการสมรสของทั้งสองนี้ มาจากการจับคู่ของสมเด็จย่า พระมหากษัตริยานีสีสุวัตถิ์ มุนีวงศ์ กุสุมา นารีรัตน์ ที่ได้ชื่อเรื่องยึดถือจารีตโบราณของราชสำนัก และด้วยเหตุนั้นหรือไม่ ที่ทำให้ความรักระหว่าง “นโรดม-สีสุวัตถิ์” ยังคงสถิตเป็นธรรมเนียม แม้จะเกิดวิกฤตมากทางการเมือง?
ชีวิตสมรสองค์หญิงฝ่ายนโรดมกับพระสวามี-สีสุวัตถิ์ “อรุณรัศมี-เสรีรัฐ” ต่างให้ทายาท 3 ราชนิกุล คือ สีสุวัตถิ์ นาเคีย, สีสุวัตถิ์ นันโด และสีสุวัตถิ์ เสรกิจฐานารี (ญ)

อย่างไรก็ตาม การฟันฝ่าบาดแผลการเมืองที่ยากจะจดจำ ความขันขื่นใน 2 ราชนิกุล โดยเฉพาะจากกรณีรัฐประหาร 1970 ที่เรื้อรังอาดูรเป็นสงครามกลางเมือง ผลพวงเหล่านี้ ไม่มีใครทราบนอกจาก “ราชสกุลทั้งสอง” ที่มัดดองกันมา
กระทั่งว่า เมื่อการเมืองกำลังจะเข้าสู่ภาวะปกติในปีแห่งความหวังที่น่าจดจำ 1991 ที่ทุกฝ่ายสามารถเดินทางกลับประเทศ ตลอดจนการสถาปนาระบอบพระมหากษัตริย์ตามราชวงศ์นโรดมอีกครั้ง ตามข้อตกลงสัญญาปารีส/1991
ทั้งสองก็พร้อมใจ หย่าขาดกัน!
ในปีเดียวนั้นเอง นโรดม อรุณรัศมี ก็สมรสครั้งที่ 2 กับนายแก้ว ปุต จากนั้นจึงติดตามพระบิดาเสด็จกลับประเทศพร้อมนโรดมองค์อื่นๆ ส่วนอดีตพระสวามี-ท่านชายสีสุวัตถิ์และลูกๆ ที่บรรลุนิติภาวะนั้น ต่างใช้ชีวิตอิสระในต่างแดนอย่างคุ้นเคยยาวนานและมิได้กลับมารับฐานันดรใดๆ ในกัมพูชา
องค์อรุณรัศมีที่สมรสใหม่ แม้จะชันษา 36 แล้ว แต่ทรงมีโอรสธิดาคือ ท่านชายนโรดม แก้วแพวมุนี และท่านหญิงนโรดม แก้ว โพนิตา : ใช้นามสกุลและฐานันดรศักดิ์ตามมารดาและกลายเป็น “เจ้านายน้อยรุ่นใหม่” ของราชสำนักซึ่งสร้างชื่อเสียงให้แก่ราชสกุลนโรดมอยู่ไม่น้อย
ขณะที่ในเจ้านายฝ่ายใน องค์อนุจ (ขนิษฐา) นโรดม อรุณรัศมี นั้น ก็ทรงงานทั้งการเมืองฐานะสมาชิกพรรคฟุนซินเปกเรื่อยมา เคียงข้างสมเด็จพระเรียม (เชษฐภคินี) นโรดม บุปผาเทวี โดยเคยดำรงตำแหน่งเอกอัครทูตประจำประเทศมาเลเซีย (2005-2018) และทรงงานฟื้นฟูกิจการของราชสำนักในพระราชกรณียกิจพระมหากษัตริย์และสมเด็จพระมารดาเธอพระมาตามุนีนาถอย่างสม่ำเสมอ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่นโรดม อรุณรัศมี เป็นพระขนิษฐาจึงมักออกงาน “คู่” กับกษัตริย์สีหมุนีบ่อยครั้ง โดยเฉพาะการเสด็จประพาสต่างประเทศ และกิจการฝ่ายในของราชสำนักอื่นๆ ซึ่งต้องไม่ลืมว่า พระบาทบรมนาถนโรดม สีหมุนี นั้น มิได้ทรงมีองค์รัชทายาท
การที่องค์อนุจอรุณรัศมี มีพระนัดดาในหลวงรูปโฉมสวยหล่อ การศึกษาดี ที่มักปรากฏตัวร่วมกับสมเด็จพระปิตุลาอย่างใกล้ชิดจึงเป็นที่สนใจต่อหมู่ชนเป็นธรรมดา
บ้างก็ร่ำลือไปเองว่า องค์อนุจนี่เองที่วางแผนจะเป็น “พระมารดาเธอ” ของกัมพูชาองค์ต่อไป?

การทรงงานอย่างหนักใดๆ ในภารกิจต่างๆ ที่ส่งเสริมกิจการราชสำนัก, ฟุนซินเปกและการเมือง ในขณะชันษา 68 นับเป็นตัวอย่างเจ้านายฝ่ายในของราชสำนักกัมพูชาที่น่ายกย่องรองจากสมเด็จพระเรียมนโรดม บุปผาเทวี ผู้บุกเบิกระบำอัปสราและเคยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงศิลปวัฒนธรรมอยู่หลายปี
ซึ่งเรื่องนี้จะเห็นว่า เจ้านายฝ่ายในของนโรดมเกือบทั้งหมด ได้รับเกียรติยศจากหัวหน้ารัฐบาลสมเด็จฮุน เซน พอเหมาะสม ต่างจากเจ้านายฝ่าย
ต่างจากเจ้านายฝ่ายภราดร ที่ต่างประสบมรสุม ตัวอย่าง สมเด็จกรมพระนโรดม รณฤทธิ์ นั้น ทรงต่อสู้กับพิษการเมืองจนถึงวันสุดท้ายที่ถึงแก่การพิราลัย หรือแม้แต่ “สีสุวัตถิ์” องค์อื่นๆ ก็เช่นกัน
ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระอัยกายุคอินโดจีน ถึงยุคสมเด็จพ่อในทศวรรษ 70 ที่มีส่วนทำให้ราชนิกุล “นโรดม-สีสุวัตถิ์” ร้าวลึกแตกหักติดหล่มกับดัก กว่าจะคืนสู่ความปรองดองของราชสำนักและองค์อนุจอรุณรัศมี เจ้าน้องนางเธอ นี่แหละที่เจริญรอยตามสมเด็จพระบรมนาถนโรดม สีหมุนี พระเชษฐา
อีกในความเป็นสตรีสูงศักดิ์ในฐานะแห่งเมียและแม่ของหน่อเนื้อเชื้อพระวงศ์ ที่โถมมาบ่นไหล่บ่าของขัตติยานีแห่งนโรดม ทรงเรียนรู้อย่างสมดุลในความเป็นพี่น้อง 2 ราชสกุลซึ่งตกอยู่บนเคราะห์กรรมอันวิบากอย่างทั้งมวลมาตลอดทั้งระบอบสถาบันและชีวิตส่วนพระองค์
ด้วยเหตุนี้ แม้คู่ชีวิตในอดีตกับท่านชายสีสุวัตถิ์ เสรีรัฐ จะสิ้นสุดลงไปกว่า 30 ปีก็ตาม แต่ความเป็น “เญียติวงศ์” สายโลหิตไม่เคยขาดลง
ไม่เท่านั้น ยังทำหน้าที่เป็นเหมือนตัวแทนบรรพชนในอดีตอันวิบัติ มาสู่ “นโรดม-สีสุวัตถิ์” รุ่นใหม่ที่ได้รับการเยียวยาแผลความเจ็บปวดจนเกือบจะสมบูรณ์แบบในวันนี้
วันที่รักคืนตำหนัก “นโรดม-สีสุวัตถิ์” จากมือเล็กๆ ของสมเด็จ “นางแบก”
พระ “อรุณรัศมี” ที่ฉายแสงอันอบอุ่นสู่ “นโรดม” ราชสำนัก

สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
