bg-single

หอมกลิ่นอะไร? | คำ ผกา

16.06.2023

วิบากกรรมของการเมืองไทยตอนนี้หนีไม่พ้นต้องย้อนกลับไปในช่วงก่อนมีรัฐประหารปี 2549 รวมถึงวิบากกรรมเรื่องหุ้นสื่อของว่าที่นายกฯ พิธา ลิ้มเตริญรัตน์ ตอนนี้

ที่มาของการกฎหมายห้ามนักการเมืองถือหุ้นสื่อเริ่มจากกลุ่มชินคอร์ปอเรชั่นของทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีในช่วงนั้นเข้าถือหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ทำให้เกิดกระแสต่อต้านจากพนักงานบางส่วนของสถานี มีฝ่ายบริหารและฝ่ายข่าว ตัดสินใจลาออก

อีกส่วนหนึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามของกบฏไอทีวี คือกลุ่มที่ออกแถลงการณ์ให้ผู้ถือหุ้นยุติการแทรกแซงการทำงานของฝ่ายข่าว

กลุ่มนี้ถูกเลิกจ้างเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2544 จำนวน 23 คน

8 คนโดนเลิกจ้างด้วยเหตุผลแถลงข่าวทำให้บริษัทเสียหาย

ที่เหลือถูกเลิกจ้างด้วยเหตุผลที่บริษัทต้องปรับลดพนักงานเนื่องจากประสบภาวะขาดทุนต่อเนื่อง ภายหลังมีการฟ้องศาลแรงงานเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม ในกรณีนี้ ที่ฉันจะไม่ลงรายละเอียดเพราะเป็นข่าวที่หาอ่านย้อนหลังได้

แต่ที่ต้องย้อนเหตุการณ์นี้เพราะนี่คือส่วนหนึ่งของการออกกฎหมายห้ามนักการเมืองถือหุ้นสื่อ

 

ในช่วงที่ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายรัฐมนตรี และพรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาล ปฏิเสธไม่ได้ว่า เมื่อมองย้อนกลับไปมันเป็นช่วงที่เราอยู่ในระบอบประชาธิปไตยเต็มใบ

และเป็นธรรมดาที่ “สื่อ” จะต้องทำหน้าที่วิพากษ์วิจารณ์ และตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้น

สังคมไทย ณ ขณะนั้นเป็นสังคมที่อวลไปด้วยกลิ่นอายชัยชนะของชนชั้นกลาง ปัญญาชน สื่อมวลชน นักวิชาการ ที่สู้กับเผด็จการทหารในยุคพฤษภาคม 2535 อวลไปด้วยกลิ่นอายของชัยชนะที่ปรากฏมาในรูปของรัฐธรรมนูญปี 2540 ที่ว่ากันว่าเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน

และอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งการถ่วงดุลอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งและนักการเมืองด้วยศัพท์ฮิตในเวลานั้นคือ “ธรรมาภิบาล”

อานันท์ ปันยารชุน ได้ชื่อว่าเป็น “นายกฯ คนนอก” ในอุดมคติของชนชั้นกลางปัญญาชน ทั้งวิทยฐานะ ชาติตระกูล การศึกษา และเป็นผู้อำนวยให้เกิดค่านิยมของการดำรงไว้ซึ่งความเป็นกลางทางการเมือง

อดีตนายกฯ คนนี้สนับสนุนให้มีองค์กรกลางดูแลการเลือกตั้ง บูรณาการความสัมพันธ์ระหว่างภาคประชาสังคม นักวิชาการ เอ็นจีโอ นักกิจกรรมทางการเมือง ปัญญาชนสาธารณะ สร้างเครือข่ายของ non partisan politics

และถ้าเรามองในบริบทที่ ณ วันนั้น เราเป็นประชาธิปไตย และรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเป็นรัฐบาลที่เข้มแข็งมาก การมีเครือข่ายภาคประชาชนที่มีความเป็น “กลาง” เพื่อถ่วงดุลรัฐบาลจึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเลยเส้นของการถ่วงดุลอำนาจรัฐบาลที่มาจาการเลือกตั้ง

นั่นคือกระบวนการ demonized ให้พรรคไทยรักไทย และทักษิณกลายเป็นปีศาจของการเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นเผด็จการรัฐสภา รัฐตำรวจ หรือแม้กระทั่งข้อหาบ่อนทำลายสถาบันหลักของชาติ

ในปีกของนักวิชาการ และฝ่ายซ้ายก็มองว่าทักษิณและพรรคไทยรักไทยคือนักการเมืองฉ้อฉล ทำเพื่อผลระโยชน์ตัวเองและพรรคพวก ไร้อุดมการณ์ บ้าอำนาจ

เรียกได้ว่าทั้งฝ่ายขวาจัดและฝ่ายซ้ายแม้จะมีอุดมการณ์คนละขั้ว แต่ทั้งสองฝ่ายเกลียดทักษิณ

สิ่งที่ตามมาคือการออกใบอนุญาตการรัฐประหารในปี 2549

หายนะของสังคมไทยก็เริ่มต้นจากตรงนั้น

 

ณ วันนี้ ที่สังคมไทยส่วนใหญ่ค่อนข้างเห็นตรงกันว่าการรัฐประหารเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย

แต่ประเทศไทยเมื่อ 20 ปีที่แล้ว คนไทยโดยเฉพาะชนชั้นกลางเห็นว่า การรัฐประหารคือทางออกของประเทศ เป็นวิธีเดียวที่จะเอานักการเมืองชั่วออกจากอำนาจ

กองทัพคือพระเอกขี่ม้าขาว และถ้าได้เขียนรัฐธรรมนูญใหม่ก็จะใส่ข้อห้าม ข้อกำหนด เกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้สมัคร ส.ส. เอาไว้เยอะแยะละเอียดลออไปหมด

จนลืมไปว่าหลักการประชาธิปไตย และการแข่งขันเพื่อชนะใจประชาชน มันเป็นระบบคัดกรองไปในตัวอยู่แล้ว

โดยไม่ต้องกำหนดเรื่องศีลธรรม จริยธรรม เพิ่มเติมไปจากกฎหมายปกติที่มีไว้ใช้กับประชาชนทั่วไป

กฎหมายปกติที่ใช้กับประชาชนก็เอาไปใช้กับนักการเมือง ฉ้อโกง ปล้น ฆ่า ค้ายาเสพติด ติดสินบน รับสินบน เหล่านี้ผิดกฎหมายอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องไปเขียนพิเศษสำหรับนักการเมืองอีก

รวมไปถึงโรคเกลียดกลัวนักการเมืองจนรู้สึกว่าต้องมีองค์กรอิสระไว้ลงดาบกับนักการเมืองโดยเฉพาะ

ถ้าสังคมไทยในวันนั้น ไม่ติดกับดัก “คนดี” และไม่งมงายอยู่กับวาทกรรมนักการเมืองเลว เราจะไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร และเราจะไม่เห็นด้วยการเขียนรัฐธรรมนูญให้มัดมือมัดเท้านักการเมือง พรรคการเมือง

เราจะไม่เห็นด้วยกับกฎหมายยุบพรรค เพราะเราต้องรู้ว่า พรรคการเมืองสำคัญขนาดไหนต่อความเข้มแข็งของประชาธิปไตย

แต่เพราะเราไม่เชื่อเช่นนั้น เพราะเราเชื่อว่า หากมีกฎหมายที่แรงๆ วันหนึ่งนักการเมืองเลวๆ จะสูญพันธุ์ จนเหลือแต่นักการเมืองที่ดี ซื่อสัตย์ เสียสละเพื่อประชาชน กล้าสู้ กล้าชน

เราจึงเห็นดีเห็นงามไปกับกระบวนการตุลาการภิวัฒน์ ที่ยืมมือกฎหมายมาไล่ล่า เข่นฆ่า สอยนักการเมืองร่วงไปทีละคน ทีละพรรค พรรคฝ่ายซ้าย ทั้งพรรคฝ่ายขวา (ในมาตรฐานแบบไทย)

จนท้ายที่สุด หากพรรคการเมืองไหนอยากอยู่รอดปลอดภัยก็ต้องลด ละ เลิก การทำงานเพื่อประชาชน แต่ต้องยอมศิโรราบต่ออำนาจ ของกลุ่มคนที่บงการกระบวนการตุลาการภิวัฒน์ได้

 

ในรัฐธรรมนูญ 2550 จึงมีการห้ามไม่ให้นักการเมืองถือหุ้นสื่อโดยอ้างว่าเพื่อมิให้พรรคการเมือง นักการเมืองครอบงำสื่อ

สิ่งที่เป็นตลกร้ายคือ กลุ่มคนที่ทำการรัฐประหารยึดอำนาจของประชาชน ใช้กฎหมายปิดปากสื่อ เป็นผู้เขียนกฎหมายห้ามมิให้นักการเมืองเป็นเจ้าของสื่อโดยอ้างเสรีภาพสื่อ

เป็นเรื่องชวนขำขื่นในประเทศนี้ และขำขื่นกว่านั้นคือ สื่อมวลชนในยุคนั้นเกือบทั้งหมด เห็นดีเห็นงามกับกฎหมายนี้และมีส่วนร่วมในการผลักดันการออกกฎหมายนี้ด้วยซ้ำ

ไม่ใช่เพราะอะไร แต่เพราะเกลียดกลัวนักการเมืองจนขึ้นสมอง

ถึงกับยอมต้อนรับการรัฐประหารเพราะกลัวนักการเมืองมาบงการสื่อ

และสื่อก็หาได้เข็ดหลาบอะไร เมื่อพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้ง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกฯ สื่อก็ทั้งด่าทอ วิพากษ์วิจารณ์ ถ่วงดุล ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างเข้มข้นสุดๆ

และด้วยพลังงานเดิม คือพลังงานแห่งการเกลียด กลัว ผีทักษิณ และข้อสมมุติฐานเดิมคือ พรรคนี้เป็นพรรคของตระกูล ทำการเมืองเพื่อผลประโยชน์ พวกพ้อง ยิ่งลักษณ์เป็นหุ่นเชิด จะเอาพี่ชายกลับบ้าน

ทั้งหมดนี้ สื่อและสังคมไทยก็ออกใบอนุญาตให้กับการรัฐประหารอีกครั้งในปี 2557

 

ฉันยังอยากจะพูดซ้ำๆ ว่า เพราะเราปกป้องรัฐบาลที่มาจากเสียงของประชาชนน้อยเกินไป

เพราะเราสุขกับการเห็นหายนะของพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้องกับตระกูลชินวัตรมากเกินไป

สุดท้ายสิ่งที่เราได้คือการมีชีวิตภายใต้รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ยาวนานถึง 9 ปี

เป็น 9 ปีที่ประยุทธ์และพวก วางขุมกำลังตัวเองเอาไว้เต็มไปหมดทั้ง ส.ว. ทั้งองค์กรอิสระทุกองค์กรแม้แต่ กกต.

สำคัญที่สุดคือ รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ทำให้พรรคการเมืองซึ่งชนะอันดับหนึ่งยังไม่สามารถตั้งรัฐบาลได้ และยังเผชิญวิบากกรมเรื่อง “หุ้นสื่อ” ที่สารตั้งต้นมาจาก “สื่อ” ที่กลัวนักการเมืองแทรกแซงสื่อมากกว่ากลัวรัฐประหาร

จากปี 2549 มาถึงวันนี้ วันที่พรรคฝ่ายประชาธิปไตยไม่ได้มีแต่พรรคเพื่อไทย แต่ชนชั้นกลาง นักวิชาการ ปัญญาชน คนทันสมัย คนเบื่อการเมืองเก่า ได้มีพรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนความฝันและรสนิยมของตนเองแล้ว นั่นคือพรรคก้าวไกล และเป็นโจทย์ที่ชวนปวดหัวสำหรับฝ่ายอนุรักษนิยมไม่น้อย

วันนี้ศัตรูของฝ่ายอำนาจเก่าไม่ใช่รากหญ้าเท่านั้น แต่เป็นกลุ่มคนที่เคยเรียกตัวเองว่าสามแสนเสียงคุณภาพ ที่วันนี้คุณภาพของพวกเขาได้รับชนะแล้วในสนามการเลือกตั้ง

การสอยพิธาจะไม่ง่ายเหมือนสมัยที่สอยทักษิณหรือยิ่งลักษณ์ หรืออาจจะถึงขั้นสอยไม่ร่วงเลยก็เป็นได้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การ์ตูน โกหน่อง
การ์ตูน พี่ขุน ราวแข
การ์ตูน อรุณ วัชระสวัสดิ์
การ์ตูน san_d1196
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 2 – 8 ตุลาคม 2569
การ์ตูน จุก ชายคา
การ์ตูน สะดุดยิ้ม by พล
‘อนุทิน’ ยิ้มสู้มหาอุทกภัย งัดเมกะโปรเจ็กต์แสนล้าน พิสูจน์ฝีมือแก้วิกฤตน้ำท่วม
สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษา มโนรมย์,หนองมะโมง และ วัดสิงห์ ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
สี พบ ทรัมป์ใครได้อะไรบ้าง?
ทำไมสี จิ้นผิง เอ่ยอ้างถึง ‘กับดัก Thucydides’กับทรัมป์อีกรอบ?
เศรษฐกิจโลกกำลังจะสะดุดอีกครั้ง?