ภาพยนตร์ นพมาส แววหงส์ / MURDER ON THE ORIENT EXPRESS “นักสืบบันลือโลก”

ภาพยนตร์/นพมาส แววหงส์
MURDER ON THE ORIENT EXPRESS “นักสืบบันลือโลก”
กำกับการแสดง Kenneth Branagh
นำแสดง Kenneth Branagh, Johnny Depp, Judi Dench, Derek Jacobi, Michelle Pfeiffer, Willem Dafoe, Penelope Cruz, Josh Gad, Daisy Ridley, Leslie Odom Jr., Tom Batemam
จากปลายปากกาของเจ้าแม่แห่งนวนิยายสืบสวนคดีลึกลับ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักอ่านเมื่อหลายสิบปีมาแล้ว
อากาธา คริสตี้ เขียนนิยายอาชญากรรม ซึ่งมีนักสืบบันลือโลกชาวเบลเยียม นามกร แอร์กูล ปัวโรต์ ที่ได้รับยกย่องว่าเป็นนักสืบที่เก่งที่สุดในโลก …ถ้าไม่นับ เชอร์ล็อก โฮล์มส์ จากปลายปากกาของ เซอร์อาร์เธอร์ โคนัน ดอยล์ ที่เขียนนิยายนักสืบในแนวนี้มาก่อนหน้า
แต่ อากาธา คริสตี้ ก็อยู่ในบรรดาคนเด่นคนดังของอังกฤษที่ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากพระราชินี จนใครๆ ต้องเรียกในตำแหน่งที่เทียบได้กับ “คุณหญิง”
เธอเขียนนวนิยายสืบสวนไว้กว่าหกสิบเรื่อง ในบรรดาเรื่องที่เป็นที่รู้จักกันดี คือ Murder on the Orient Express, Death on the Nile และ The Mousetrap ซึ่งเรื่องหลังนี้กลายเป็นละครเวทีที่แสดงต่อเนื่องอย่างยืดยาวและยืนยง จนครองประวัติการณ์ในวงการละครเวที นับจากเปิดการแสดงที่เวสต์เอนด์ในลอนดอนในปี ค.ศ.1952 ก็ยังแสดงต่อเนื่องมาไม่ได้หยุดจนถึงทุกวันนี้
เมื่อ ค.ศ.2012 ละครเรื่องนี้ฉลองการแสดงไปสองหมื่นห้าพันรอบ และยังไม่นับต่อได้อีกไม่หยุดไว้แค่นั้น
ลักษณะประจำตัวอันโดดเด่นของนิยายสืบสวนของ อากาธา คริสตี้ คือคดีฆาตกรรมซึ่งมีผู้ต้องสงสัยมากมาย และได้รับการคลี่คลายในที่สุดแบบที่มีตอนจบหักมุมเหนือคาด
Murder on the Orient Express เคยสร้างเป็นหนังใหญ่มาแล้วใน ค.ศ.1974 โดยมี ซิดนีย์ ลูเม็ต เป็นผู้กำกับฯ และมี อัลเบิร์ต ฟินนีย์ ในบทนำ พร้อมด้วยการรวมดาราระดับแนวหน้าคับคั่งไม่แพ้เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดที่เป็นฝีมือกำกับและนำแสดงของ เคนเนธ บรานาห์ ในขณะนี้…จำได้ว่ามี ฌอน คอนเนอรี่ สมัยยังหนุ่มฟ้อหล่อเฟี้ยวด้วย

เนื่องจากพล็อตเรื่องเป็นส่วนสำคัญของการติดตามเรื่องด้วยความสนุกสนานระทึกใจของนิยายและหนังประเภทนี้ ดังนั้น คนที่รู้เรื่องล่วงหน้าแล้ว อาจสูญเสียความใหม่สดของการค้นพบตัวฆาตกรและมูลเหตุในการฆ่าไปไม่น้อย หากรู้เรื่องล่วงหน้าแล้ว
สำหรับผู้เขียนก็เป็นดังนั้น คือไม่สามารถลบเลือนความรู้เก่าก่อนไปได้ แต่เวลาก็ผ่านไปกว่าสี่สิบปีแล้วนับจาก ค.ศ.1974 ดังนั้น คนดูหนังรุ่นนี้จำนวนมากอาจยังไม่มีสปอยเลอร์แบบนั้นก็ได้ และคนทุกรุ่นอายุก็อาจต้องมีเวอร์ชั่นหนังคลาสสิคในแบบฉบับของตัวเอง เหมือนที่หนังไทยละครไทยก็มี “คู่กรรม” และ “สี่แผ่นดิน” มาหลายเวอร์ชั่นแล้ว
และเชื่อว่าอีกหน่อยก็ต้องยังมีคนนำมาสร้างอีก
แอร์กูล ปัวโรต์ (เคนเนธ บรานาห์ ที่มีหนวดเฟิ้มเกือบครึ่งใบหน้า) มีชื่อเสียงเลื่องลือไปแล้วทั่วโลก และเป็นที่เรียกร้องต้องการของหน่วยสืบสวนทั่วโลกที่ต้องการความสามารถพิเศษ คือทักษะในการสังเกตสังกาทุกสิ่งด้วยสายตาแหลมคม และไม่ยอมให้อะไรหลุดรอดไปได้
หนังเริ่มเมื่อเขาได้รับเชิญไปสืบคดีของหายที่เยรูซาเลม ซึ่งมีผู้ต้องสงสัยเป็นนักบวชสามศาสนา คือ พระในคริสต์ศาสนา แรบไบ และอิหม่าม ซึ่งอยู่ในที่ประชุมพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนที่สมบัติล้ำค่าจะสูญหายไป
ปัวโรต์คลี่คลายคดีต่อหน้าฝูงชน โดยมีนักบวชทั้งสามยืนอยู่หน้ากำแพงแห่งการคร่ำครวญ หรือ Wailing Wall ในกรุงเยรูซาเลม และคลี่คลายปมปริศนาโดยจับคนร้ายได้ โดยการมองหา “รอยแตกบนกำแพง” ตามคำพูดของเขา
แคแร็กเตอร์ของปัวโรต์ได้รับการนำเสนอในลักษณะของคนที่หมกมุ่นใน “สมดุล” ของทุกสิ่ง เขาจู้จี้กับไข่ลวกสองฟองในตอนเช้า ที่ต้องใช้เวลาสี่นาทีพอดิบพอดี และไข่ทั้งสองฟองต้องมีขนาดเท่ากันเปี๊ยบ หาไม่ก็จะถูกส่งคืนไม่ยอมกิน เขาคอยบอกให้ใครๆ ขยับเน็กไทไม่ให้เบี้ยว และเมื่อเขาเผลอเดินเหยียบกองมูลสัตว์ด้วยเท้าขวาจนชะงักงันไปชั่วขณะ แต่เขาก็เดินต่อด้วยการใช้เท้าซ้ายเหยียบลงไปให้เปรอะเปื้อนอย่างสมดุลกัน!!
ความหมกมุ่นในดุลยภาพนี้ผลักดันให้เขาต้องหาตัวคนผิดหรือฆาตกรมาลงโทษเพื่อให้ตาชั่งของความเที่ยงธรรมมีความสมดุลลงตัวกันพอดิบพอดี
หลังจากคลี่คลายคดีในเยรูซาเลมได้ เขาก็เตรียมตัวจะหยุดจากการทำงานไปพักผ่อนสักพัก แต่ยังไม่ทันไร ก็ได้รับโทรเลขจากลอนดอนขอความช่วยเหลือให้เดินทางไปคลี่คลายคดีลึกลับ
และเขาตัดสินใจรับคดีในลอนดอน โดยถือโอกาสใช้เวลาพักผ่อนด้วยการเดินทางไปในขบวนรถไฟด่วนสายตะวันออก หรือ Orient Express จากอิสตันบูลไปลอนดอนซึ่งจะกินเวลาสามวัน บนรถไฟที่แน่นขนัดทุกที่นั่ง และจนต้องใช้อภิสิทธิ์ของผู้จัดการเดินรถสั่งการให้เขาได้ห้องพักบนขบวนซึ่งต้องมีเพื่อนร่วมห้อง
การเดินทางในช่วงแรกราบรื่นและถ่ายภาพเป็นทิวทัศน์สวยงามแบบน่าเที่ยวอย่างรื่นรมย์ที่สุดในฤดูหนาวของยุโรปตะวันออก
แต่ยังไม่ทันไร สภาพอากาศอันแปรปรวนด้วยพายุหิมะก็ทำให้เกิดหิมะถล่มทับถมบนรางรถไฟจนรถขบวนนี้ตกราง ณ จุดที่กำลังจะเข้าอุโมงค์ บนทางที่สร้างเลียบเขาสูงชัน
การสื่อสารขอความช่วยเหลือจากโลกภายนอกพลอยหยุดชะงักไปหมด เนื่องจากสภาพอากาศอันแปรปรวน หนทางเดียวที่ทำได้ คือนั่งรอนอนรออยู่บนขบวนรถ จนกว่าสถานีทางผ่านต่อไปจะรับรู้ว่าขบวนรถไม่มาถึงตามกำหนดเวลา และผิดสังเกตจนส่งทีมกู้ภัยออกมาช่วยเหลือ
ระหว่างนั้น เกิดเหตุฆาตกรรมลึกลับขึ้นในห้องโดยสารของชายผู้ได้รับจดหมายขู่เอาชีวิตซึ่งมาขอความคุ้มครองและถูกปฏิเสธแบบไม่มีเยื่อใยไม่มีการถนอมน้ำใจเลยจากปัวโรต์ ชายคนนั้นชื่อ แซมวล แรตเช็ตต์ (จอห์นนี่ เดปป์ ในบทคนเจ้าเล่ห์ขี้โกงแบบที่เขาถนัด)
ศพของแรตเช็ตต์ถูกค้นพบในห้องที่ปิดประตูล็อกและถูกแทงสิบสองครั้ง
ปัวโรต์ใช้เวลาระหว่างที่ผู้คนบนขบวนรถไฟติดอยู่กลางหิมะและไปไหนไม่ได้ สืบสวนด้วยอำนาจที่ได้รับมอบหมายจากผู้จัดการรถไฟ และค้นพบความเกี่ยวข้องที่โยงใยไปถึงคดี เดซีย์ อาร์มสตรอง เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งเด็กหญิงถูกลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่และโดนฆ่าทั้งๆ ที่พ่อแม่ยอมจ่ายค่าไถ่ให้แล้ว
เรื่องนี้มีตอนจบหักมุมตามแบบฉบับของนิยายสืบสวนทำนองนี้ ซึ่งถ้ารู้ล่วงหน้าเสียแล้ว จะทำให้ความสนุกลดทอนไป แต่ความสนุกอีกทางมาจากฝีมือการกำกับฯ และมุมกล้องที่พิถีพิถัน และนักแสดงระดับแนวหน้ามากหน้าหลายตาที่วนเวียนเข้ามาเป็นผู้ต้องสงสัยในคดี
อาทิ เจ้าหญิงดราโกมีรอฟฟ์ (จูดิ เดนช์) สาวสังคม แคโรไลน์ ฮับบาร์ด (มิเชลล์ ไฟเฟอร์) สาวผู้เคร่งศาสนา ปิลาร์ เอสตราวาดอส (เพเนโลปี ครูซ) คนรับใช้ชาย (ดีเรก จาโคบี) เลขานุการชาย (จอช แก๊ด) โปรเฟสเซอร์ชาวออสเตรีย (วิลเลม ดาโฟว์) และคนอื่นๆ อีกหลายคน
ตอนจบหนังยังทิ้งค้างไว้สำหรับภาคต่อไปในโอกาสหน้า โดยที่ปัวโรต์ถูกตามตัวไปคลี่คลายคดีฆาตกรรมบนแม่น้ำไนล์ ซึ่งจะเป็นหนังสืออีกเล่มของ อากาธา คริสตี้ ในชื่อตรงตัวเลยว่า Death on the Nile
ผู้เขียนเป็นคนชอบหนังสืบสวน และตอนนี้ก็กำลังดูซีรี่ส์ในทำนองเดียวกันนี้ชื่อเรื่อง Elementary อยู่ ตัวละครคือ เชอร์ล็อก โฮล์มส์ กับวัตสันในนิวยอร์กสมัยปัจจุบัน ความสามารถในการสังเกตและการประมวลสิ่งเล็กๆ ที่ไม่ปล่อยให้หลุดรอดสายตาไปแล้ว และนำมาประมวลหาข้อสรุปนั้น ทำให้ เชอร์ล็อก โฮล์มส์ เป็นนักสืบบันลือโลกที่เมื่อเอ่ยชื่อก็จะมีความหมายอย่างเดียวกับความสามารถอันเยี่ยมยอดในการสืบสวน
หนัง Murder on the Orient Express เป็นหนังในสไตล์ที่ผู้เขียนชอบอีกแบบหนึ่งค่ะ
