bg-single

ยาอี วิถีวัยรุ่น กับสังคมวุ่นๆ ของหนูและหมึก | ภาคภูมิ ทรัพย์สุนทร

11.07.2023

“ทลายปาร์ตี้ยาอี พบโจ๋ชายหญิง เปิดห้องสูท 2 ห้อง มั่วสุมอย่างเมามัน”

“บุกจับแก๊งนักท่องเที่ยวเปิดห้องวีไอพี เสพยาอีกลางเมือง”

พาดหัวข่าวที่คุ้นเคยพวกนี้อาจจะทำให้เราส่วนใหญ่รู้จัก “ยาอี (Ecstacy)” ในฐานะยาเสพติดที่ใช้ปาร์ตี้มั่วสุม แต่ในมุมของนักประสาทวิทยาสารเคมีสุดอันตรายชนิดนี้อาจจะช่วยไขความลับของวิวัฒนาการสมองกับพัฒนาการทางสังคม และรักษาโรคระบบประสาทอย่างออทิสติก

สมองบรรจุความทรงจำ ความคิด การรับรู้ การเคลื่อนไหว นิสัยและพฤติกรรม ทั้งหมดทั้งมวลในก้อนหยุ่นๆ ใต้กะโหลกปริมาตรเพียง 1.3 ลิตร กลไกที่ซับซ้อนซ่อนอยู่ในทุกระดับตั้งแต่กายวิภาคของบริเวณต่างๆ บนสมอง สู่การเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทหลายหมื่นล้านเซลล์ ถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่างยีนและโมเลกุลในแต่ละเซลล์

การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยของโมเลกุลที่เรียบง่ายอย่างสารสื่อประสาท ฮอร์โมน และยา ส่งผลไล่ขึ้นไปถึงปรากฏการณ์กึ่งนามธรรมในระดับอารมณ์ความรู้สึกและพฤติกรรม

แสดงผลของ MDMA หรือยาอี เปลี่ยนทิศทางของปั๊มที่คอยกำจัดซีโรโทนินทำให้ปริมาณที่ควรลดลงกลับคงอยู่นานกว่าเดิม
Cr : ณฤภรณ์ โสดา

ทีมวิจัยของกูล โดเลน (Gul Dolen) จากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ (Johns Hopkins University) สนใจเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมทางสังคมกับกลไกระดับโมเลกุลที่เซลล์ประสาท

หัวข้อวิจัยนี้ทำให้ทีมของกูลมาข้องเกี่ยวกับโมเลกุลที่ชื่อว่า 3, 4-Methylenedioxymethamphetamine (MDMA) หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกว่า “ยาอี (Ecstasy)” นั่นเอง

MDMA มีฤทธิ์เหนี่ยวนำพฤติกรรมการเข้าสังคม (prosocial properties) รวมไปถึงการถูไถใกล้ชิดสัมผัส นี่คือเหตุผลที่ปาร์ตี้ยาอีดึงดูดคนหลายสิบมามั่วสุมแออัดกันอย่างเมามันในห้องแคบๆ ร้อนๆ น่าอึดอัด

การทำงาน MDMA เกี่ยวข้องการสารสื่อประสาทซีโรโทนิน (serotonin) ที่คนทั่วไปอาจจะรู้จักในฐานะ “สารแห่งความสุข” จริงๆ แล้วซีโรโทนินมีหน้าที่อีกหลายอย่างในสมอง “ความสุข” จากซีโรโทนินโยงกับความรู้สึก “ได้รางวัล (rewarding)” จากการทำพฤติกรรมอะไรสักอย่าง ถ้าทำแล้วซีโรโทนินพุ่งก็มีแนวโน้มจะชอบทำต่อไป

ปกติแล้วเซลล์ประสาทในสมองจะไม่ปล่อยซีโรโทนินทิ้งไว้นาน พอใช้งานเสร็จก็จะมีระบบปั๊มคอยกำจัดซีโรโทนินตกค้างด้วยการดูดกลับเข้าเซลล์ MDMA ทำให้ปั๊มตัวนี้ทำงานกลับทิศ ระดับซีโรโทนินเลยสูงอยู่นาน

ระบบสื่อกระแสประสาทด้วยซีโรโทนินมีวิวัฒนาการมายาวนานพบได้ในสัตว์แทบทุกชนิด ยาที่ออกฤทธิ์ผ่านระบบนี้จึงมีผลกับสัตว์คล้ายกับในมนุษย์ MDMA ส่งเสริมการเข้าสังคมในหนูทดลอง นักประสาทวิทยาทราบเรื่องนี้ดีตั้งแต่เมื่อหลายสิบปีที่แล้ว

MDMA หรือยาอีช่วยช่วยให้หมึกชอบเข้าสังคม
Cr : ณฤภรณ์ โสดา

หนูเป็นสัตว์สังคมอยู่รวมกันเป็นกลุ่มตั้งแต่ 5-10 ตัวหรือมากกว่านั้น แม่หนูเลี้ยงดูลูก กลุ่มสังคมหนูช่วยกันดูแลหนูตัวอ่อน หนูแรกรุ่นเรียนรู้พฤติกรรมจากกลุ่มเพื่อน หนูในฝูงช่วยกันปกป้องอาณาเขต และมีการแบ่งลำดับชั้นในสังคม ฯลฯ พฤติกรรมคล้ายมนุษย์พวกนี้ทำให้หนูเป็นโมเดลชั้นดีในการศึกษาประสาทวิทยากับพฤติกรรมสังคมที่เราทำไม่ได้ในมนุษย์หรือไพร์เมตด้วยข้อจำกัดด้านเวลา งบประมาณ และจริยธรรมการวิจัย

ในทางกลับกัน “หมึกสาย (octopus)” แทบทุกชนิดเป็นสัตว์สันโดษหวงถิ่น จะยอมให้หมึกตัวอื่นเข้าใกล้ก็เพียงช่วงสั้นๆ ระหว่างผสมพันธุ์เท่านั้น

บรรพบุรุษของหมึกวิวัฒนาการแยกจากพวกเราตั้งแต่หลายร้อยล้านปีก่อน กายวิภาคของสมองต่างจากเราโดยสิ้นเชิง กระนั้นพวกมันก็ถูกวิวัฒนาการคัดเลือกจนมีสมองที่ใหญ่โตและสำแดงพฤติกรรมฉลาดล้ำอย่างการจดจำบุคคล การวางแผนหลบหนีหลอกล่อ การใช้เครื่องมือพวกหิน เปลือกหอย ขวด ฯลฯ เพื่อป้องกันตัวหรือล่าเหยื่อ

ปี 2018 ทีมวิจัยของกูลค้นพบตัวปั๊มซีโรโทนินในหมึกสาย ตัวปั๊มนี้มีวิวัฒนาการสัมพันธ์กับตัวปั๊มที่พบในสัตว์มีกระดูกสันหลังอย่างหนูและมนุษย์ ไม่เพียงเท่านั้น ตัวปั๊มและระบบซีโรโทนินเพื่อการเข้าสังคมในหมึกยังอาจจะมีกลไกคล้ายกับในพวกเราอีกด้วย

MDMA ทำให้หมึกงงๆ เพี้ยนๆ ตีลังกาวนไปมาหรือคว้าฟองอากาศมาเล่น

เมื่อทีมวิจัยปรับระดับ MDMA ให้เหมาะสม สัตว์หวงสันโดษอย่างหมึกก็เปลี่ยนไปชอบเข้าหาหมึกตัวอื่นเสียงั้น

การทดลองนี้บอกเราว่ากลไกเบื้องหลังความสัมพันธ์ระหว่าง MDMA กับพฤติกรรมชอบสังคมน่าเก่าแก่ มีวิวัฒนาการมายาวนานมาก และไม่ได้ยึดติดอยู่กับโครงสร้างสมองของสัตว์มีกระดูกสันหลังอย่างที่เราคุ้นเคยกัน

ทีมวิจัยของกูลกำลังเดินหน้าวิจัยหมึกสายต่อไป ตอนนี้กำลังโฟกัสที่การถอดรหัสพันธุกรรมหมึกพันธุ์หายากหนึ่งเดียวที่เป็นสัตว์สังคมตามธรรมชาติ ข้อมูลพันธุกรรม, กายวิภาคและชีวเคมีของเซลล์ประสาทหมึกชนิดนี้อาจจะช่วยเติมช่องว่างขององค์ความรู้เรื่องระบบประสาทกับการเข้าสังคม

อีกด้านหนึ่งทีมวิจัยของกูลใช้หนูเป็นโมเดลศึกษากระบวนการระดับเซลล์เบื้องหลังสร้างความสัมพันธ์ในสังคม

แม้ว่าตัวปั๊มซีโรโทนินจะเป็นเป้าหมายหลักของ MDMA แต่ระบบอื่นก็คงจะได้รับผลกระทบไปด้วยไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

หนึ่งในนั้นคือฮอร์โมนและสารสื่อประสาทแห่งความรักความสัมพันธ์ที่ชื่อว่า ออกซิโทซิน (oxytocin)

ยาหลอนประสาททั้ง 5 ชนิดสามารถทำให้หนูวัยผู้ใหญ่เปิดรับการเข้าสังคมแต่ผลของยามีระยะเวลาต่างกัน
Cr : ณฤภรณ์ โสดา

กูลเล่าว่า ออกซิโทซินที่ร่างกายเราใช้แบ่งเป็นสองกลไกหลักๆ

กลไกแรกเป็นการหลั่งออกซิโทซินปริมาณมหาศาลท่วมท้นระบบประสาทส่วนกลาง กลไกนี้เป็นกลไก “คลั่งรัก (mad love) ” หลงใหลผูกพันไร้เหตุผลการใคร่ครวญใดๆ แบบเวลาตกหลุมรักใหม่ๆ หรือเวลาแม่รักลูก

กลไกที่สองเป็นการหลั่งออกซิโทซินปริมาณน้อยกว่าแบบแรกมาก หลั่งมาเฉพาะบางตำแหน่งในสมอง กลไกแบบหลังนี้เกี่ยวข้องกับ “รักผูกพัน (platonic love)” แบบมิตรสหายและการเรียนรู้ จดจำ ใช้ประโยชน์อย่างมีเหตุผลจากความสัมพันธ์ในสังคม (social cognition) รวมไปถึงความสามารถในการอ่านความคิดความรู้สึกของบุคคลอื่น (theory of mind)

งานวิจัยของกูลตั้งแต่ช่วงปี 2013 ค้นพบว่าการทำงานร่วมกันระหว่างซีโรโทนินและออกซิโทซินจำเป็นต่อการเกิดความพึงพอใจในการเข้าสังคม (social rewarding)

หนูทดลองที่สูญเสียการทำงานของระบบซีโรโทนินหรือออกซิโทซินในสมองส่วนนิวเคลียสอคัมเบน (nucleus accumbens) จะเสียพฤติกรรมการเข้าสังคมไปด้วย

การทำงานร่วมกันระหว่างซีโรโทนินและออกซิโตซินยังเกี่ยวข้องกับพัฒนาการทางสังคมตามช่วงวัย

 

สัตว์สังคมอย่างมนุษย์และหนูในแต่ละช่วงวัยอ่อนไหวต่อการให้รางวัลและลงโทษจากสังคมต่างกัน ตอนเด็กๆ เราแคร์แต่แม่กับคนในครอบครัว เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นก็จะติดเพื่อนคิดมากกังวลเป็นพิเศษว่าคนรอบข้างโดยเฉพาะเพื่อนจะมองเรายังไง พอเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวก็จะเริ่ม “ช่างแม่ง” กับสังคมรอบข้างได้มากขึ้น

ในมุมวิวัฒนาการและการพัฒนาสมอง ช่วงเวลาอ่อนไหวของวัยรุ่นนี้ช่วยเราเปิดรับการขัดเกลารู้กฎกติกามารยาทการเอาตัวรอดต่างๆ ในสังคมที่กว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ความอ่อนไหวแบบนี้สูบพลังชีวิตมากมายเกินไป

ดังนั้น พอเราหาจุดยืนหากลุ่มสังคมเฉพาะของเราได้ในวัยผู้ใหญ่ความอ่อนไหวแบบนี้ก็จึงทุเลาเบาบางลง

ความผิดปกติของพัฒนาการทางสังคมนี้ทำให้เกิดโรคอย่างออทิสติก (autism) ความสามารถในการอ่านความคิดความรู้สึกคนรอบข้างบกพร่องไป คนเป็นออทิสติกเลยมีปัญหาการเข้าสังคม ทำอะไรที่ดูผิดมารยาทหรือทำร้ายจิตใจคนรอบข้างได้บ่อยๆ

ไม่ใช่เพราะเขาตั้งใจ แต่เพราะเขาไม่รู้ ตรงข้ามกับพวกไซโคพาธ (psychopath) ที่อ่านความคิดความรู้สึกคนรอบข้างโคตรเก่งแต่ดันไปแกล้งปั่นหัวเขาเอามัน

ช่วงเวลาสมองอ่อนไหวเปิดรับต่อการเรียนรู้ทางสังคม (critical period) อาศัยการประสานงานกันอย่างเหมาะเจาะของซีโรโทนินและออกซิโทซิน พอเลยช่วงนี้ไปพัฒนาการทางสังคมจะบกพร่องอย่างถาวรแก้ไขอะไรแทบไม่ค่อยได้

นักประสาทวิทยาก็เลยพยายามคิดหาวิธีปลดล็อกเปิดช่วงเวลาอ่อนไหวดังกล่าวขึ้นมาใหม่

 

ปี2019 ทีมของกูลรายงานการใช้ MDMA ปลดล็อกช่วง critical period ในหนูทดลองวัยผู้ใหญ่

ปกติแล้วหนูวัยรุ่นอายุประมาณ 5-7 สัปดาห์เป็นช่วงที่เปิดรับต่อการเข้าสังคมมากที่สุด เลยจากช่วงนี้ไปแล้วต่อให้เอาไปเลี้ยงรวมกับหนูอื่นมันก็ไม่ได้จะสนใจกลับไปหาสังคมหนูอีก

แม้ว่าผลของ MDMA ต่อการเข้าสังคมในมนุษย์และสัตว์ทดลองจะมีการศึกษามายาวนาน แต่ก่อนหน้านี้เป็นการศึกษาเพียงผลระยะสั้นช่วงที่ยังมึนเมากับการเสพยาอยู่ งานวิจัยชิ้นเป็นการศึกษาผลระยะยาวจากการให้ MDMA แค่ครั้งเดียว ทีมวิจัยค้นพบว่า MDMA ไปปลดล็อกเปิดการทำงานของระบบออกซิโทซินในสมองของหนูวัยผู้ใหญ่อายุเลยไปไกลถึงช่วง 14 สัปดาห์ หนูวัยผู้ใหญ่นี้สามารถเรียนรู้ที่จะสนใจการเข้าสังคมเทียบเท่ากับหนูวัยรุ่น

คำถามที่ตามมาคือมีอะไรพิเศษเกี่ยวกับ MDMA ในการปลดล็อก critical period หรือเปล่า

ล่าสุด (ปี 2023) ทีมของกูลทดลองใช้ยาหลอนประสาทห้าชนิดทั้ง ketamine (ยาเค), psilocybin (สารหลอนจากเห็ดขี้ควาย), MDMA (ยาอี), LSD และ Ibogaine (สารหลอนจากไม้พุ่มอัฟริกัน) กับหนูทดลอง ยาทั้งห้าชนิดนี้มีเป้าหมายการทำงานระดับเซลล์และผลหลอนประสาทระยะสั้นในมนุษย์ต่างกันไป มี MDMA แค่ตัวเดียวที่เรารู้ว่าส่งเสริมการเข้าสังคมระหว่างช่วงมึนเมา

ผลการทดลองออกมาเซอร์ไพรส์ทีมของกูลและสะเทือนวงการประสาทวิทยา

 

ยาทั้งห้าชนิดนี้ปลดล็อก critical period ในหนูทดลองได้ทั้งหมด

เพียงแต่ระยะเวลาการปลดล็อกสั้นยาวต่างกันไป และความยาวของระยะเวลาปลดล็อกนี้แปรผันตามระยะเวลาการหลอนประสาทที่เคยมีการรายงานมาในมนุษย์ ketamine ที่ออกฤทธิ์ช่วงสั้นๆ แค่ครึ่งถึงสองชั่วโมงในมนุษย์ปลดล็อก critical period ในหนูได้สองวัน

psilocybin กับ MDMA ออกฤทธิ์ 3-6 ชั่วโมงในมนุษย์ปลดล็อกในหนูได้สองสัปดาห์

ส่วน LSDและ Ibogaine ออกฤทธิ์ในมนุษย์ได้ 8-10 ชั่วโมงและ 36-72 ชั่วโมง ปลดล็อกหนูได้สามสัปดาห์และเกินกว่าสี่สัปดาห์ตามลำดับ

ยาทั้งหมดออกฤทธิ์ผ่านการทำงานของออกซิโทซิน และมีผลต่อการแสดงออกของยีนที่เกี่ยวข้องกับโปรตีนที่ผิวเซลล์และรอบเซลล์หลายชนิดที่น่าจะไปเปลี่ยนความไวต่อการตอบสนองของเซลล์ประสาท

การค้นพบนี้บอกเราว่ากลไกหลอนประสาททั้งหลายน่าจะมาบรรจบกันที่การแสดงออกของยีนในเซลล์ประสาท ประสบการณ์หลอนประสาทอาจจะสัมพันธ์กับความสามารถในการปลดล็อกของยาเหล่านี้อย่างแยกไม่ออก

กูลให้ความเห็นว่าการค้นพบนี้อาจจะเป็นข่าวร้ายว่าเราไม่น่าจะสามารถสร้างยาปลดล็อกที่ปราศจากผลข้างเคียงหลอนประสาทได้

แต่ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสใหม่ๆ ให้เราเข้าใจการทำงานของสมองในมิติของการเรียนรู้ทางสังคม

การค้นพบนี้สอดคล้องกับเรื่องบอกเล่าของเหล่าผู้เคยใช้สารหลอนประสาทว่าประสบการณ์ช่วงหลอนทำให้พวกเขาเหมือนกลับไปเป็นเด็กที่เพิ่งสัมผัสโลกครั้งแรก ทุกประสาทสัมผัสที่เหตุการณ์ช่างดูสดใหม่น่าสนใจดื่มด่ำ

แน่นอนว่าประสบการหลอนและความอ่อนไหวเปิดรับต่อการเรียนรู้ไม่ใช่สิ่งดีเสมอไป

ยังมีอีกหลายมิติของกลไกนี้ที่เรายังต้องค้นหาไขปริศนาก่อนจะนำไปใช้จริง

 


อ้างอิง

http://www.dolenlab.org/

https://www.scientificamerican.com/article/how-molly-works-in-the-brain/

https://www.nhm.ac.uk/discover/octopuses-keep-surprising-us-here-are-eight-examples-how.html

https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0960982218309916

https://www.nature.com/articles/nature12518

https://www.nature.com/articles/s41586-019-1075-9

https://www.nature.com/articles/s41586-023-06204-3

https://www.nature.com/articles/d41586-023-01920-2#:~:text=D%C3%B6len%20suspects%20that%20the%20drugs,indicate%20the%20neurons%20were%20responding.

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เหรียญรูปเหมือน 2477 สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดสุปัฏนาราม จ.อุบลฯ
แก้ท่วมซ้ำซาก ‘น่าน’
‘กับดัก’
เอ็กซ์คลูซีฟ ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ ขอเป็น ‘เดอะแบก’ ให้ประเทศ ‘ซ่อม-สร้าง (บุญใหม่)’ เศรษฐกิจไทย
นักวิชาการแนะ ‘2 ยุทธศาสตร์’ กู้ระเบิดเวลา ศก.ไทย!!
สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาหันคา 2 ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
รัฐบาลสายลมแสงแดด (กับ Singing Cabinet) | สุรชาติ บำรุงสุข
ไพร่ติดมหาวิทยาลัย และกิจกรรมภาคบังคับ ประวัติย่อของนักศึกษาไทย ที่ผู้มีอำนาจไม่ยอมให้เติบโต
เพื่อทุกความฝันจะมีวันมั่นคง : หนังสือบันทึกความหวังและการต่อสู้ทีมประกันสังคมก้าวหน้า
ตลาดแฝดอสังหาฯ
All-New Lexus ES อลังการขึ้น เจาะ 2 ขุมพลังใหม่ไฟฟ้าและไฮบริด
ผัดพริกหยวกหมูสไลซ์