“ขื่น”ในความ”ยินดี” | สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
สถานีคิดเลขที่12 | สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
“ขื่น”ในความ”ยินดี”
ถูกต้องและสมควรอย่างยิ่ง
ที่นายอนุทิน ชาญวีระกูล เปิดทำเนียบต้อนรับ ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย ซึ่งคว้าแชมป์เอเชียสมัยที่ 4 และ คว้าตั๋วไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2028 ได้สำเร็จ
และก่อนหน้านี้ ก็ได้เปิดทำเนียบรัฐบาล ต้อนรับ “เนเน่ รอยัล”-รัตติกานต์ อำลอย ศิลปินเยาวชนหญิงวัย 16 ปี จาก จ.ภูเก็ต ที่สร้างประวัติศาสตร์ ทะลุเข้ารอบสุดท้าย การประกวด“America’s Got Talent”
ทั้งนี้ เพราะทีมวอลย์บอลหญิงไทย และ เนเน่ ได้แสดงถึงความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์
ประจักษ์ จนต้องเปิดทำเนียบรับ
จึงไม่ควรเอาประเด็นการเมืองใดๆ”มาลดทอน”ความยอดเยี่ยมนั้น
เช่น หาว่านายอนุทิน และรัฐบาล โหนกระแส แอบแฝงหาคะแนนนิยม จากความสำเร็จพวกเธอ
ซึ่งไม่ควรเป็นเช่นนั้น เพราะพวกเธอเป็น”ของแท้”ที่สมควรยกย่อง
เปรียบเป็นเหล็ก ก็เป็นเหล็กแท้ ที่ไม่มีวันละลาย
ไม่เหมือน “ไอติม”ที่ละลายง่าย–ดั่งวาทกรรมทางการเมือง ที่นายอนุทิน กระแทกเข้าใส่ บางคนบางฝ่าย
แม้ไม่ระบุว่าเป็นใครแต่ก็รู้ๆกัน
แน่นอน”ใคร” ที่ว่า ย่อมสามารถเชื่อมโยงไปถึง “มุข”ที่นายอนุทินหยิบขึ้นมาเล่นระหว่างยินดีกับทีมวอลเลย์หญิงไทย ด้วยประโยคที่ว่า
“ช่วงนั้นไม่มีใครด่ารัฐบาลเลย ทุกคนมีแต่ใส่โพสต์ยินดีปรีดากับชัยชนะ”
แม้ มุขนี้ จะมีเสียง”หัวเราะ”ตอบรับ
แต่ คนปล่อยมุข ก็ย่อมรู้ดีว่า ในความ “ขัน” นั้น แฝงไปด้วยความ “ขื่น”อยู่มาก
ขื่นกับการเชื่อมโยงถึง”ใคร”ที่มัก”ด่า”หรือจะใช้คำให้เบาลงสักนิดคือ “วิพากษ์วิจารณ์(ด้านลบ)”รัฐบาลอยู่ตลอดเวลา
แต่คงปฏิเสธการ”ด่า”นั้นไม่ได้เพราะมีมูลให้ด่าอยู่มาก
ลองนับนิ้วดูว่าถูก ด่า หรือวิพากษ์ อะไรบ้าง
โครงการที่รัฐบาลคิดว่าดีและบวก อย่างTH-AI พาสปอร์ต ซึ่งเดินหน้าลุยอย่างไม่สนใจคำติติง
ปรากฏว่าเมื่อเข้าสู่ขั้นตอน”ปฏิบัติการจริง” เสียงด่า-วิพากษ์วิจารณ์ ก็ยังหนักหน่วง
แถมเรื่องนี้ถูกฝ่ายค้านลากยาวไปถึงมือป.ป.ช. และกำลังจะกลายเป็นปมร้อนในศึกซักฟอกด้วย
เช่นเดียวกับเรื่อง “ดาต้า เซนเตอร์” ที่รัฐบาลหมายมั่นปั้นมือว่านี่คืออนาคตใหม่ที่จะดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติเข้ามา
แต่เพียงแค่เริ่มต้น”ปัญหา”ก็มารอที่หน้าประตูเสียแล้ว
ทั้งเรื่องแหล่งที่ตั้งที่ไร้การควบคุม ทั้งการแย่งชิงทรัพยากรน้ำ-ไฟฟ้า รวมถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ไม่คุ้มค่าการลงทุน ขณะที่คนไทยได้ประโยชน์น้อย ฯลฯ
เรื่องควร”บวก “แต่กลับไม่บวกเหล่านี้
ได้กลายเป็นประเด็นที่เข้ามาร่วมซ้ำเติมให้ภาวะ”ถูกด่า”เดิมๆและยื้อเยื้อ หนักขึ้น
อย่างเรื่องนักลงทุน-นักแสวงหาประโยชน์เทาๆ ต่างชาติ ที่แก้ไม่ตก
ตอนนี้ที่กำลังร้อนขึ้นมาอีกใหม่อีกเรื่อง คือ “ทุนยิว”
ที่ถูกนำไปปลุกระดม ดึงม็อบลงถนน”ทวงคืนประเทศไทย” โดยนักเคลื่อนไหว”เจ้าเก่า”
ถือ เป็นการย้อนศรเข้าใส่รัฐบาลที่เคยมีจุดแข็งเรื่อง”ชาตินิยม”
แต่ตอนนี้เรื่องชาตินิยม กลับเป็นปัญหาเสียเอง
ขณะที่ปัญหาชาตินิยมอย่างกรณีกัมพูชา ต่อเนื่องไปถึงปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ยังไม่มีทางออก แถมหนักขึ้นเรื่อยๆ
มิพักพูดถึง “วิกฤตหนักๆ”อย่างเรื่อง ฮั้วส.ว. ที่งวดเข้ามาทุกที
เรื่องทุจริตโกงข้อสอบที่รัฐบาลอ้างว่า”ปิดจ๊อบ”แล้วแต่”ตัวการจริงๆ”ยังไม่ถูกลงโทษ
เหล่านี้ ทำให้ นายอนุทินและรัฐบาล จมอยู่ในภาวะเสียงด่าและการวิพากษ์
แม้จะมีเรื่องน่ายินดีอย่างกรณีวอลเลย์สาวไทยและเนเน่ มาลดความร้อนแรงของ”เสียด่า”ลง
และนำไปสู่มุขขำ-ขำ”เรื่องด่า”ที่นายอนุทินหยิบมาเล่น
ถึงจะเรียกเสียงหัวเราะได้ แต่ก็เพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น
ขณะที่ของจริงนั้นเต็มไปด้วยความ”ขม และ”ขื่น”
—————————-
