bg-single

คณะราษฎรพลิกบทบาทกองโฆษณาการ : จากต่อต้านสู่เผยแพร่ประชาธิปไตย (1)

19.07.2023

กองโฆษณาการตั้งขึ้นโดยรัฐบาลพระยามโนปกรณ์ฯ โดยได้แนวคิดจากพรรคนาซีภายหลังการต่อต้านการปฏิวัติ 2475 และการปราบปรามคณะราษฎรเกือบแล้วเสร็จ

เป้าหมายเมื่อแรกตั้งกองโฆษณาการ

สำนักงานโฆษณาการ (2476-2483) ที่อาคารแบดแมนสมัยรัฐบาลคณะราษฎร

“กองโฆษณาการ” ก่อตั้งเมื่อ 3 พฤษภาคม 2476 โดยรัฐบาลพระยามโนปกรณ์ฯ ภายหลังการต่อต้านการปฏิวัติ 2475 และการปราบรามคณะราษฎรด้วยการรัฐประหารด้วยพระราชกฤษฎีกา (1 เมษายน 2476) เกือบแล้วเสร็จ ด้วย พ.ร.บ.จัดตั้งกระทรวงทบวง กรม 2476

ต่อมา รัฐบาลคณะราษฎรคุมสภาพการเมืองได้แล้วได้ยกฐานะกองขึ้นเป็น “สำนักงานโฆษณาการ” ( 9 ธันวาคม 2476) เทียบเท่ากรม และเป็น “กรมโฆษณาการ” (5 กรกฎาคม 2483) และ “กรมประชาสัมพันธ์” (8 มีนาคม 2495) ตามลำดับ

เมื่อครั้งแรกตั้งกอง มีสำนักงานตั้งที่ชั้น 2 ของอาคารกรมศิลปากร ตรงข้ามประตูวิเศษไชยศรี มีลักษณะเป็นกรมอิสระที่ขึ้นกับคณะรัฐมนตรี มีจัดระเบียบการบริหารภายในแบ่งเป็นแผนก แต่ยังไม่มีประกาศพระราชกฤษฎีกา แบ่งเป็นแผนกกลาง แผนกเอกสาร แผนกหนังสือพิมพ์ แผนกวิทยุกระจายเสียงและแผนกเสริมความรู้มหาชน

ภายหลังประกาศ พ.ร.บ.จัดตั้งกระทรวงทบวงกรมแล้ว ต่อมา รัฐบาลพระยามโนฯ แก้ไขกฎหมายดังกล่าวให้เพิ่มส่วนราชการระดับกระทรวงสำหรับกิจการราชสำนักขึ้น ชื่อ ศาลาว่าการพระราชวัง มีกรมใต้บังคับถึง 10 กรม

จากนั้น กองโฆษณาการถูกย้ายจากอาคารกรมศิลปากรเข้ามายังศาลาลูกขุน ในพระบรมมหาราชวัง (กรมประชาสัมพันธ์, 2506, 23-24; ประเสริฐ ปัทมะสุคนธ์, 2517, 66)

โดยลำดับแล้ว กองโฆษณาการถูกตั้งขึ้นภายหลังการรัฐประหารด้วย พ.ร.ฎ.และปิดสภาผู้แทนฯ งดใช้รัฐธรรมนูญเพื่อมิให้สภาผ่านสมุดปกเหลืองปฏิวัติทางเศรษฐกิจ โยกย้ายการคุมกำลังออกจากมือคณะราษฎร และเนรเทศนายปรีดี พนมยงค์

พระยามโนปกรณ์ฯ และที่ตั้งกองโฆษณาการเมื่อแรกตั้ง ณ อาคารกรมศิลปากร

ยาตาเบ ทูตญี่ปุ่นบันทึกว่า จากนั้น รัฐบาลจัดตั้งกองโฆษณาการขึ้นด้วยอ้างว่า เพื่อจัดระเบียบข่าว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือการจำกัดเสรีภาพของการนำเสนอข่าวหนังสือพิมพ์ รวมทั้งจำกัดการแสดงออกซึ่งความเห็นของประชาชน รวมทั้งเลื่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนฯ ที่เคยกำหนดให้มีกลางเดือนเมษายนนั้นเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด โดยอ้างว่าเตรียมการไม่ทัน

ทำให้เกิดความสงสัยในหมู่ชนอย่างกว้างขวางว่า รัฐบาลกำลังเตรียมรื้อฟื้นระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ขึ้นมาอีกครั้ง (ยาตาเบ, 92)

จากบริบทข้อสังเกตจากทูตญี่ปุ่น และความสงสัยของสังคมที่เชื่อว่า การกระทำต่างๆ ของรัฐบาลพระยามโนปกรณ์ฯ เป็นเตรียมการรื้อฟื้นระบอบเก่าให้กลับขึ้นมาใหม่ ดังนั้น จึงเป็นไปได้ว่า ภารกิจหน้าที่ของกองโฆษณาการที่ก่อตั้งขึ้นเป็นไปเพื่อควบคุมข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งให้ความรู้แก่ประชาชนจำนวนมากเป็นส่วนหนึ่งของแผนการรื้อฟื้นระบอบเก่าด้วย

อย่างไรก็ตาม ปัญหาการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ท่ามกลางเศรษฐกิจตกต่ำด้วยความเร่งด่วนในการก่อตั้ง นั่นคือ การขาดแคลนงบประมาณและกำลังคน นับแต่สภาหมดหน้าที่ลงจากการถูกปิดลงอย่างฉับพลัน รัฐบาลโอนข้าราชการสำนักงานเลขาฯ สภาผู้แทนฯ ที่ตกงานจากการปิดสภา ให้มาปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานใหม่ของรัฐบาลแทน

โดยรัฐบาลอนุรักษนิยมโอน ม.จ. สกลวรรณากร วรวรรณ (2431-2496) ปลัดกระทรวงเกษตรพนิชการ เจ้านายผู้สนับสนุนคณะราษฎรและเห็นใจนายปรีดี กรณีสมุดปกเหลืองให้มาเป็นเพียงหัวหน้าหน่วยงานใหม่ชื่อ กองโฆษณาการ อันเป็นระดับกองเท่านั้น (สกลวรรณากร, 2499, 5-6)

สมุดปกเหลืองของนายปรีดี และสมุดปกขาวของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ

การลดตำแหน่งของ ม.จ.สกลฯ จากระดับปลัดกระทรวงมาเป็นเพียงหัวหน้ากองนั้น ไพโรจน์ ชัยนาม ข้าราชการชุดแรกของกองเห็นว่า

“เพราะเหตุผลทางการเมืองสมัยนั้น” แต่ ม.จ.สกลฯ เป็นนักประชาธิปไตยมาก เขาเล่าว่า เมื่อร่วมงานกับท่านเพียงหนึ่งถึงสองวัน ท่านเรียกประชุมข้าราชการทุกคนและบอกว่า จะไม่ยุ่งกับความคิดทางการเมืองของเหล่าข้าราชการหนุ่มที่นิยมระบอบประชาธิปไตย แต่ขอให้ทุกคนร่วมมือทำงานใหม่นี้ “เพราะเป็นงานของชาติ ไม่ใช่ของบุคคลใด” (ไพโรจน์, 2538, 23)

ทั้งนี้ ข้าราชการจากสำนักงานเลขาธิการสภา ที่ถูกโอนไปกองโฆษณการที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ รุ่นแรกจำนวน 7 คน คือ ทวี ตะเวทิกุล (2451-2492) สมประสงค์ หงสนันทน์ (2453-2554) ปราโมทย์ พึ่งสุนทร (2448-2524) บุญช่วย ศรีชุ่มสิน ตุ๊ แหลมหลวง เปรื่อง ศิริภัทร (2444-2520) และไพโรจน์ ชัยนาม (2454-2537) และต่อมาอีกไม่กี่วัน หลวงสารานุประพันธ์ (2439-2497) ถูกส่งมาจากกระทรวงกลาโหม มาเป็นหัวหน้าแผนกหนังสือพิมพ์

ที่ตั้งใหม่ของกองโฆษณาการสมัยพระยามโนปกรณ์ฯ ณ ศาลลูกขุน พระบรมมหาราชวัง
เครดิตภาพ : Thailand Heritage

ต่อมา เมื่อคณะราษฎรทำการรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลพระยามโนฯ ลง เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2476 เพื่อยุติการขัดขวางความเปลี่ยนแปลงและความพยายามพลิกฟื้นระบอบเก่าให้กลับมาลง พร้อมคืนการปกครองระบอบประชาธิปไตย คืนรัฐธรรมนูญฉบับ 10 ธันวาคม คืนการแบ่งแยกอำนาจสู่ระบอบประชาธิปไตย

คณะราษฎรจึงเข้ากุมสภาพการเมืองไทยได้อีกครั้ง แต่ความพยายามต่อต้านของคณะเจ้าไม่จบสิ้นลง ในที่สุด พวกเขาเลือกใช้กำลังทางทหารก่อกบฏบวรเดช (ตุลาคม 2476) อันเป็นสงครามกลางเมืองครั้งแรกที่เกิดขึ้นจากการระดมทหารหัวเมือง ปลุกระดมข้าราชการและประชาชนที่ยังภักดีกับระบอบเก่าให้เข้าร่วมการก่อกบฏ

เมื่อรัฐบาลพระยาพหลฯ ปราบกบฏบวรเดช (ตุลาคม 2476) ลงได้แล้ว รัฐบาลยกฐานะจากกองโฆษณาการขึ้นเป็นสำนักงาน มีฐานะเทียบเท่ากรม มี 3 กอง กองสำนักงานเลขานุการ มี 2 แผนก แผนกสารบรรณ แผนกคลัง กองเผยแพร่ มี 5 แผนก แผนกเอกสาร แผนกวิทยุกระจายเสียง แผนกปาฐกถา แผนกภาพยนตร์ และแผนกการแสดงเบ็ดเตล็ด และกองหนังสือพิมพ์ (สุวิมล พลจันทร์, 19-20)

ต่อมา รัฐบาลพระยาพหลฯ ให้ย้ายหน่วยงาน ย้ายออกจากสภาพแวดล้อมแบบจารีตในศาลาลูกขุน พระบรมมหาราชวัง มายังอาคารใหม่ที่ห้างแบดแมนหรือโรงเรียนกฎหมาย

สร้างพลเมืองใหม่งานใหม่ของสำนักงานโฆษณาการ

ม.จ.สกลวรรณากร และหลวงสารานุประพันธ์

รัฐบาลคณะราษฎรต้องการส่งเสริมให้พลเมืองมีความผูกพันและตระหนักในคุณค่าระบอบประชาธิปไตยเพื่อร่วมพิทักษ์ประชาธิปไตยให้มั่นคง

ครั้งนั้น รัฐบาลประเมินการรับรู้ของผู้คนในปี 2477 ขณะนั้นยังอยู่ในภาวะแกว่งไกวว่า คนที่ “พอใจและนิยมชมชอบ” ในระบอบประชาธิปไตยมีร้อยละ 25 คนที่ไม่พอใจร้อยละ 15 ส่วนที่เหลือร้อยละ 60 นั้น “ไม่รู้ไม่ชี้อะไรด้วยเลย”

ดังนั้น รัฐบาลตระหนักดีถึงความจำเป็นในการเผยแพร่การปกครองใหม่ให้พลเมืองตามชนบทที่ให้รู้และตระหนักในสิทธิเสรีภาพและความเป็นเจ้าของประเทศให้กว้างขวาง

ข้อเสนอจากหลวงรณสิทธิพิชัย (2442-2515) สมาชิกคณะราษฎร ผู้ปฏิบัติงานสำนักงานโฆษณาการว่า

“ฝ่ายบริหารซึ่งน่าจะจัดการให้ประชาชาติอีก 60 ในร้อยนั้นได้รู้ว่า เขามีส่วนได้อะไรในระบอบการปกครองใหม่นี้บ้าง… เพราะหากไม่กระทำดั่งนั้น จะบังเกิดการต่อต้านระหว่างพวกที่นิยมกับไม่นิยมขึ้น แม้พวกที่นิยมจะมีมากกว่าพวกไม่นิยม อันหวังผลชนะได้ก็จริง แต่ถ้าเราเป็นพวกที่มีกำลังน้อย เราจะต่อต้าน [พวกไม่นิยมระบอบประชาธิปไตย] ไปตลอดได้หรือ เราย่อมหากำลังพรรคพวกให้มากขึ้น พวกนั้นจะได้มาจากไหน ก็ได้มาจากพวก 60 ในร้อยซึ่งยังไม่รู้อะไรเลย เมื่อถูกปั่นไปทางไหน ใครมาพูดก่อน ย่อมไปทางนั้นแน่ๆ”

“ดังนั้น ฝ่ายบริหารจะต้องพยายามหาโอกาสชี้แจงกับพวกเขาเสมอเนืองๆ แล้ว พวกเขาย่อมคล้อยมาด้วยกับฝ่ายบริหาร ฝ่ายที่ต่อต้านเมื่อไม่สามารถหาพวกได้แล้ว ก็จำต้องระงับความคิดในการต่อต้าน และนานๆ ไปอาจกลับใจ หมดทิฏฐิมานะในการต่อต้านลงก็ได้” (หลวงรณสิทธิพิชัย, 2477, 5-7)

หน้าที่ใหม่ของสำนักงานในปี 2478 สมัยคณะราษฎรแล้ว คือ ทำให้เกิดความแน่นแฟ้นต่อระบอบการปกครอง เพื่อให้ประเทศไทยเป็นที่ไว้วางใจในนานาอารยประเทศ เพื่อประชาชนรู้ความเป็นไปในการบริหารของรัฐบาล และเพื่อให้ข้าราชการรับผิดชอบต่อตนเอง (สุวิมล, 22)

กล่าวโดยสรุป รัฐบาลคณะราษฎรเปลี่ยนบทบาทกองโฆษณาการที่ตั้งขึ้นสมัยรัฐบาลอนุรักษนิยมเพื่อต่อต้านการปฏิวัติ 2475 และปลุกกระแสสังคมไทยให้กลับไปนิยมระบอบเก่า กลายเป็นหน่วยงานที่ส่งเสริมและสนับสนุนประชาธิปไตยแทน

คณะราษฎรรัฐประหารล้มรัฐบาลอนุรักษนิยมลง 20 มิถุนายน 2476

เมื่อหน่วยงานมีฐานะเป็นกรมโฆษณาการที่อาคารแบดแมน

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’
ฉบับประจำวันที่ 12-18 มิ.ย. 2569 ฉบับที่ 2391
E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี