bg-single

ไปดูคอนเสิร์ต ‘พัลป์’ ที่ลอนดอน (2) : ‘Mis-Shapes’ หรือ ‘Common People’?

24.07.2023

ไปดูคอนเสิร์ต ‘พัลป์’ ที่ลอนดอน (2)

: ‘Mis-Shapes’ หรือ ‘Common People’?

 

 

เกือบ 30 ปีที่ผ่านมา “Common People” ถือเป็นเพลงที่สำคัญและโด่งดังที่สุดของ “พัลป์”

นอกจากนั้น ในราว 1-2 ทศวรรษหลัง เพลงดังกล่าวยังมักได้รับการจัดอันดับให้เป็นเพลง “บริตป๊อปจากยุค 90” ที่ยอดเยี่ยมและทรงอิทธิพลสูงสุด พร้อมๆ กับการเป็น “เพลงชาติ” ของวัฒนธรรมดนตรีนี้ไปโดยปริยาย

“Common People” ถูกขับเคลื่อนด้วยภาคดนตรีอันเรียบง่าย (เล่นแค่ 2 คอร์ดสลับกันไปมา) ขณะที่เนื้อร้องเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างชายหนุ่มสามัญชนนักเรียนศิลปะชาวอังกฤษ กับนักศึกษาสาวฐานะดีที่เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลจากประเทศกรีซ มาศึกษาที่วิทยาลัยเซนต์มาร์ติน

หญิงสาวเอ่ยกับชายหนุ่มหลังได้พบกันเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ ว่า เธออยากลองใช้ชีวิตแบบสามัญชนชาวอังกฤษ รวมทั้งอยากหลับนอนกับสามัญชนชนเช่นเขา

แต่วิมานรักกลับพังทลายลงไม่มีชิ้นดี เมื่อชายหนุ่มฉุดกระชากหญิงสาวออกจากจินตนาการด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด ผ่านความเป็นจริงที่ว่า คนอย่างเธอไม่มีทางจะมาเข้าใจและใช้ชีวิตปากกัดตีนถีบเหมือนสามัญชนอย่างเขาได้หรอก

สารทางการเมืองที่ปรากฏชัดในเพลง “Common People” คือการมุ่งวิพากษ์ความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นในสังคมอังกฤษ ที่ถูกกระหน่ำซ้ำเติมด้วยธุรกิจท่องเที่ยว-การศึกษาข้ามชาติ ตามกระแสโลกาภิวัตน์

ผ่านตัวละครนักศึกษา-นักท่องเที่ยวต่างชาติ ผู้มีอันจะกิน ซึ่งมองเห็นวิถีชีวิตยากลำบากของคนท้องถิ่น เป็นเพียงเรื่องน่าสนุก เก๋ๆ เท่ๆ คูลๆ ชวนขบขัน

นอกจากสองสถานะดังได้กล่าวถึงไปแล้วข้างต้น หลายคนยังมีความเห็นคล้ายกันว่า “Common People” ถือเป็น “เพลงการเมือง” ที่มีเนื้อหาแหลมคมที่สุดของ “พัลป์”

ไม่เพียงแต่เป็น “เพลงชาติของบริตป๊อป” ทว่า นักวิจารณ์บางรายยกย่องให้เพลงเอกของ “พัลป์” เป็น “เพลงชาติของสามัญชน” ในสหราชอาณาจักรเลยด้วยซ้ำ

แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป “Common People” ก็ถูกพิสูจน์-ท้าทายด้วยหลายๆ ปรากฏการณ์

เช่น บางคนตั้งคำถามว่า จากการเป็นเพลงที่แต่งและบรรเลงโดยคนหนุ่มสาวชนชั้นแรงงานแห่งเชฟฟิลด์ และการเป็นปากเสียงให้คนเล็กคนน้อยระดับล่างในสังคม

วิธีคิดแบบที่ปรากฏในเพลง “Common People” เมื่อกลางทศวรรษ 1990 ได้แปรผันกลายเป็นอารมณ์ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงและหวาดกลัวความเป็นอื่น ซึ่งนำไปสู่การโหวตเห็นด้วยกับกระบวนการ “เบร็กซิต” หรือไม่? มากน้อยแค่ไหน?

เมื่อผมได้มาชมคอนเสิร์ตของ “พัลป์” ที่ “ฟินส์บิวรีพาร์ก” ในปี 2023 ก็ต้องยอมรับว่าความรู้สึก-ปฏิกิริยาที่ตนเองมีต่อเพลง “Common People” นั้นเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร

“พัลป์” ร้อง-บรรเลงเพลงนี้เป็นลำดับรองสุดท้ายของคอนเสิร์ต โดยที่บรรดาผู้ชมจำนวนมากต่างก็มีส่วนร่วมไปกับเพลงอย่างครื้นเครงสนุกสนาน

“Common People” เวอร์ชั่นแสดงสดในปัจจุบันแทบไม่ได้บรรจุอารมณ์โกรธเกรี้ยวและสำนึกทางชนชั้นอันเข้มข้นเอาไว้อีกแล้ว สารหลักที่ถูกเน้นย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าของเพลงกลับกลายเป็นเนื้อร้องท่อนที่ว่า “Wanna live with common people like you” (ฉันอยากอยู่กับสามัญชนอย่างพวกคุณ)

ซึ่ง “พัลป์” มุ่งสื่อสารความปรารถนาดีไปยังแฟนเพลงเบื้องหน้าเวทีทุกหมู่เหล่า ไม่ว่าพวกเขาจะเป็นสามัญชนคนอังกฤษ ผู้คนนานาชาติพันธุ์ที่กลายเป็นประชากรของสหราชอาณาจักร หรือกระทั่งนักท่องเที่ยวเช่นผม (จนบางที ผมยังรู้สึกว่ามึงจะเหยียดหรือตะคอกใส่กูบ้างก็ได้นะ)

“Common People” จึงกลายเป็นเพลงแห่งการเฉลิมฉลองและผนวกรวมความแตกต่างหลากหลายของผู้คน ที่แลดูอ่อนด้อยพิษสงเขี้ยวเล็บลงไป

แฟนเพลงของ “พัลป์” อาจจะตระหนักตรงกันว่าพวกเขามิได้มี “เพลงการเมือง” แค่เพียงเพลงเดียว เพราะอย่างน้อยที่สุด ในอัลบั้ม “Different Class” เมื่อปี 1995 ก็ยังมีบทเพลงที่กล่าวถึงประเด็นความขัดแย้งทางชนชั้นแบบชัดๆ อยู่อีกสองเพลง

เพลงแรก คือ “I Spy” (“พัลป์” ใช้เพลงนี้เปิดหัวคอนเสิร์ตในทัวร์ปี 2023) และ “Mis-Shapes” เพลงแรก (เพลงหนึ่งหน้าเอ) ของอัลบั้ม “Different Class” ซึ่งถูกเล่นเป็นลำดับที่สามในคอนเสิร์ตที่ “ฟินส์บิวรีพาร์ก”

และ “Mis-Shapes” ก็กลายเป็นเพลงที่ผมประทับใจมากที่สุดในคอนเสิร์ตเที่ยวนี้

แม้จะมีคำร้องที่คมคาย ดุดัน เปี่ยมอารมณ์ขัน (จริงๆ แทบจะเป็นการปราศรัยปลุกระดม) ท่วงทำนองที่คึกคักติดหู และมิวสิกวิดีโอที่ดูสนุก แต่เกือบสามทศวรรษที่ผ่านมา เพลงเพลงนี้กลับถูกกลบรัศมีโดย “Common People”

“จาร์วิส ค็อกเกอร์” เคยเล่าว่า เขาเขียนเพลงนี้โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากประสบการณ์จริงในเชฟฟิลด์ยุค 1980 ที่ตามสถานบันเทิงยามค่ำคืนในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ จะเกิดการปะทะกันระหว่างคนสองกลุ่ม

กลุ่มแรก คือ พวกผู้ชายที่ใส่เสื้อเชิร์ตแขนสั้นสีขาว กางเกงขายาวสีดำ และรองเท้าหนัง (คนงานปกขาว-พนักงานออฟฟิศ) ซึ่งแต่งกายและวางมาดคล้ายกันไปหมด

ส่วนอีกกลุ่มหนึ่ง คือ บรรรดาวัยรุ่นหญิงชายมาดเนิร์ดๆ ที่ดูแปลกแยกแปลกตา ทั้งด้วยบุคลิกและเครื่องแต่งกาย และมีเอกลักษณ์เฉพาะบุคคล จนมักโดนเขม่น เหยียด รังแกจากคนกลุ่มแรก

หากใครได้อ่านเนื้อหาของเพลง “Mis-Shapes” ที่ผม “ถอดความ” (ไม่อยากเรียกว่า “แปล”) เอาไว้ และเคยฟังเพลงเพลงนี้มาก่อน คุณย่อมสังเกตว่า “การถอดความ/พากย์ไทย” ของผมนั้นมีลักษณะ “บิดสาร” (บางคนอาจรู้สึกว่า “แปลผิด”) อยู่พอสมควร

ยกตัวอย่างเช่นเนื้อหาท่อนที่ว่า “เฮ้ย! ตรวจหวยงวดนี้รึยัง? / ถ้าถูกรางวัลขึ้นมา ชีวิตเอ็งจะพังพินาศแน่ๆ / เอ็งจะรวยไปทำไมวะ? / ถ้าเอ็งคิดไม่ออกว่าจะเอาเงินไปทำอะไร / เพราะหัวสมองเอ็งแม่งโคตรทึบฉิบหาย /เฮ่อ พวกเราทำอะไรไม่ได้สักอย่าง / เราเรียนหนังสือมามากมายในโรงเรียน /จนตอนนี้เรารู้ชัดแล้วว่า / อนาคตที่พวกคุณวางแผนไว้ / แม่งแทบไม่มีเหี้ยอะไรเลย”

คนฟังหรืออ่านเนื้อร้องภาษาอังกฤษหลายคนมักเข้าใจว่า ทั้งหมดคือคำกล่าวโต้ตอบอันเร่าร้อนรุนแรงที่บรรดาเด็กชายขอบผู้แปลกแยก มีต่อคนงานปกขาวที่ดูถูกเหยียดหยามพวกเขา ว่าสุดท้าย พวกคุณก็ไม่ได้ฉลาดไปกว่าพวกเรา และอนาคตของพวกคุณอาจกลวงเปล่ากว่าของพวกเราด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ดี เพื่อเพิ่มอรรถรสในการปะทะชน ผมกลับเลือกใช้สรรพนามบุรุษที่สองของเนื้อร้องท่อน “ตรวจหวย” ว่า “เอ็ง” เพื่อเพิ่มความคลุมเครือว่า ตกลงคนกล่าวเนื้อหาท่อนนี้คือผู้ใดกันแน่?

เพราะถ้าเราอยากปลดปล่อย “Mis-shapes” ให้หลุดลอยออกจากบริบทเฉพาะของเมืองเชฟฟิลด์ มาเป็นเพลงว่าด้วยความตึงเครียดระหว่าง “คนมี (อำนาจ-เงินตรา)” กับ “คนไม่มี”

เนื้อร้องท่อน “ตรวจหวย” ก็อาจถูกโยกย้ายกลายสภาพมาเป็นมุมมองของ “คนมั่งมี” ที่ดูแคลน “คนยากไร้” ว่าต่อให้พวกเอ็งถูกหวย เอ็งก็ไม่รู้วิธีจะจัดการกับชีวิตหรอก

ก่อนที่คนที่ถูกดูแคลนจะตอบโต้กลับไปว่า เฮ้ย! พวกเรามีความรู้เรื่องต่างๆ มากพอ จนตระหนักได้ว่า ชีวิตพวกคุณก็ไม่มีเหี้ยอะไรเลยเหมือนกัน

หรือในเนื้อร้องท่อนสำคัญปิดท้ายเพลงที่ว่า “We’ll use the one thing we’ve got more of / That’s our minds” ซึ่งบางคนอาจแปลความว่า “minds” หมายถึง “มันสมอง” (เด็กเนิร์ดกำลังบอกคนงานปกขาวว่า พวกข้าฉลาดกว่าพวกเอ็ง)

ทว่า ผมกลับจงใจถอดความคำว่า “minds” เป็น “หัวจิตหัวใจ” ซึ่งดูจะเป็นอาวุธสำคัญร่วมกันของพี่น้อง “ผู้ไร้อำนาจทั่วทุกมุมโลก”

ด้วยการถอดความแบบนี้ ผมจึงรู้สึกว่า การแสดงสดเพลง “Mis-Shapes” ในปัจจุบัน ยังบรรจุความรู้สึกอึดอัดคับข้องใจไว้เต็มเปี่ยม และสื่อสารอารมณ์โกรธเคืองออกมาได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ห้วงเวลาที่งดงามมาก คือ ตอนที่จาร์วิสร้องว่า “Just put your hands up, it’s a raid” (หยุดยกมือของคุณขึ้น นี่คือการปล้น!) แล้วแทบทุกคนหน้าเวทีต่างก็ยกมือขึ้นพร้อมๆ กัน

ไม่ว่านั่นจะเป็นการยกมือขึ้นในฐานะผู้ยินดีปรีดากับการปล้นสะดม, ผู้ยอมจำนนเพราะถูกปล้น หรือด้วยสถานภาพอื่นใดก็ตาม (เช่น ผมที่ยกมือซ้ายของตนขึ้นพร้อมชู “สามนิ้ว”)

ต้องสารภาพว่า นับจากวันที่ 1 กรกฎาคม จนถึงช่วงกลางเดือน เนื้อหาที่ “ข้ามเวลา-ข้ามบริบท” ของ “Mis-Shapes” ก็ยังวนเวียนอยู่ในหัวผม

ผ่านการตีความที่ว่า นี่ไม่ใช่เพลงที่ “พัลป์” ขับร้องให้สามัญชนชาวอังกฤษเมื่อเกือบ 30 ปีก่อนเท่านั้น แต่มันยัง “จูนติด” กับอารมณ์ความรู้สึกของโหวตเตอร์ชาวไทยกว่า 14 ล้านเสียงใน พ.ศ.2566 ได้อย่างน่าพิศวง

| คนมองหนัง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’
ฉบับประจำวันที่ 12-18 มิ.ย. 2569 ฉบับที่ 2391
E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี