bg-single

สอนแซลมอนให้คืนถิ่น…ด้วยกลิ่นเมรัย | ป๋วย อุ่นใจ

26.07.2023

สมัยอยู่ที่อเมริกา ผมเลือกทำเลบ้านอยู่ใกล้ที่ทำงาน เลยไม่ต้องเดินทางผจญการจราจรที่ติดยืดยาวราวไม่มีวันสิ้นสุด เวลาว่างก็เลยค่อนข้างเยอะ ผมก็เลยมักจะหาความสุนทรีย์กับการฝึกทำอาหารสารพัดอย่าง กินได้บ้าง ไม่ได้บ้าง อย่างน้อยก็ได้ทดลองพอให้รู้

ตอนนั้นผมติดรายการทำอาหารแบบหนึบหนับ ช่องที่ผมเปิดดูบ่อยที่สุดก็คือ Food Network เปิดคลอไว้แทบตลอด ดูบ้าง ไม่ดูบ้าง แล้วแต่อารมณ์

แม้จะชอบดูรายการทำอาหาร แต่ที่แปลกคือผมไม่ค่อยอินกับการอ่านนิตยสารแนวๆ อาหารมากนัก

เพิ่งจะมีช่วงนี้ ที่เริ่มกลับไปส่องบทความ หรือไม่ก็เมนูแปลกๆ ในนิตยสารอาหารบ้างเพราะกำลังมีกระแสนวัตกรรมอาหารแบบใหม่ๆ อย่างเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงจากห้องทดลองออกมากระเพื่อมวงการ

หลังจากอ่านผ่านๆ สายตาผมก็แว้บไปเจออยู่บทความหนึ่งในนิตยสาร Food & Wine ที่พาดหัวออกมาแปลกๆ… “ในมหาสมุทรอันไพศาล เบียร์ช่วยให้แซลมอนหาทางกลับบ้านได้อย่างไร (How Beer Is Helping Salmon Find Their Way Home From the Ocean)”

น่าสนใจ เบียร์ไปเกี่ยวอะไรกับแซลมอน นอกจากเอามาแกล้มกินคู่กันได้อย่างลงตัว

ที่จริงแล้ว เรื่องของเรื่องเริ่มจากการอพยพของแซลมอน … ในฤดูผสมพันธุ์ แซลมอนจะเดินทางย้อนกลับไปยังต้นน้ำที่เป็นมาตุภูมิของพวกมัน ที่ซึ่งพวกมันเกิดและเติบโตเพื่อหาคู่ตุนาหงัน ร่วมหอลงโรง และวางไข่สืบต่อเผ่าพันธุ์ให้กำเนิดลูกหลานแซลมอนรุ่นต่อไป

ทว่า ที่น่าแปลกใจก็คือ แซลมอนที่เริ่มเจริญวัยจะเดินทางไกลลงสู่มหาสมุทรอาจเป็นระยะทางนับร้อยนับพันไมล์จากบ้านเกิด เพื่อหาอาหารประทังชีวิต

ในปี 2021 อุนดุน ริคาร์ดสัน (Audun Rikardson) และทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยอาร์กติกแห่งนอร์เวย์ (Arctic University of Norway) ศึกษาแผนที่การอพยพของแซลมอนแอตแลนติกและพบว่าฝูงปลาจะสามารถเดินทางตะลอนชิมไปได้ไกลสูงสุดถึงเกือบๆ 3,000 กิโลเมตร

แต่แล้วในฤดูผสมพันธุ์พวกมันจำได้อย่างแม่นยำว่าบ้านเกิดของพวกมันนั้นอยู่ที่ไหน อีกทั้งยังสามารถพุ่งตรงกลับบ้านได้เป็นอย่างดีราวกับมีกูเกิลแม็ปแบบที่ไม่หลอกไปหลงอีกด้วย

“สัตว์หลายชนิดสามารถใช้สนามแม่เหล็กโลกในการนำทางการเคลื่อนที่ของพวกมันได้” ลิวอิส ไนสเบตต์-โจนส์ (Lewis Naisbett-Jones) จากมหาวิทยาลัยนอร์ธแคโรไลนา ชาเปลฮิลล์ (University of North Carolina Chapel Hill) ตั้งข้อสังเกต “ไม่ว่าจะเป็นนก ตุ่นหนู ค้างคาว เต่าทะเล และล็อบสเตอร์”

ลิวอิสเชื่อว่าแซลมอนน่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตอีกชนิดที่สามารถรับรู้และนำเอาสนามแม่เหล็กโลกมาใช้ในการกำหนดทิศทางได้

ที่จริงแล้วกระบวนการรับรู้สัมผัสของสนามแม่เหล็กในสิ่งมีชีวิตนั้นเป็นปริศนาที่ทำให้เหล่านักวิทยาศาสตร์ฉงนสนเท่ห์กันมานานมากแล้ว แต่หลังจากการศึกษาวิจัยมานานนับศตวรรษ นักวิทย์เชื่อว่าสิ่งมีชีวิตพวกนี้น่าจะมีกลไกในการรับรู้สนามแม่เหล็กอยู่หลักๆ 2 วิธี ซึ่งอาจจะเป็นปฏิกิริยาทางชีวเคมีบางอย่างที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของสนามแม่เหล็กโลก หรือก็เป็นไปได้เช่นกันที่ในเซลล์ของสัตว์นั้นอาจจะมีผลึกแม่เหล็กเล็กๆ อยู่

ผลึกที่ว่ามักจะถูกเรียกว่า หินนำทาง (lodestone) หรือแมกนีไทต์ (magnetite) ที่ทำหน้าที่คล้ายกับเข็มทิศที่ช่วยให้สัตว์สามารถรับรู้ถึงทิศทางของสนามแม่เหล็กได้อย่างแม่นยำ (magnetoreception)

ส่วนตัวผมรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นอะไรที่ว้าวมากกกกก ในครั้งแรกที่ได้ยินว่า “นกพิราบมีแม่เหล็กอยู่ที่จะงอยปากบน” และเเม่เหล็กเหล่านั้นเกี่ยวโยงถึงความสามารถของพวกมันในการรับรู้ทิศทางของสนามแม่เหล็ก

และเป็นอะไรที่ว้าวยิ่งกว่าเมื่อตอนที่ได้เห็นภาพของผลึกแม่เหล็ก “แมกนีโทโซม (magnetosome)” ที่เรียงตัวกันอย่างสวยงาม ในเซลล์ของแบคทีเรียแบบชัดๆ แจ่มๆ ภายใต้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน

โครงสร้างผลึกพวกนี้ช่างดูเรียบง่ายแต่อลังการในแง่ของโครงสร้างและการทำงาน ซึ่งเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้นมาก แม้แต่เเบคทีเรียเล็กจิ๋วยังมีกลไกการรับรู้สนามแม่เหล็กที่น่าอัศจรรย์

 

ลิวอิสเชื่อว่าแซลมอนก็น่าจะมีกลไกแบบเดียวกันในการนำทางพวกมันกลับบ้าน และเพื่อทดสอบ ลิวอิสและทีมวิจัยทดลองกระตุ้นปลาแซลมอนชินูก (chinook salmon) ด้วยแรงแม่เหล็ก แล้วดูว่าพวกมันตอบสนองอย่างไร

ชัดเจนว่าพอได้รับแรงแม่เหล็กในระยะใกล้ ปลาแทบทุกตัวก็จะเริ่มตอบสนองในแบบเดียวกัน และถ้าแบบแผนของสนามเเม่เหล็กเปลี่ยนไป พวกมันจะเริ่มเปลี่ยนแนวทางการตอบสนองไปเป็นคนละแบบในทันที

นั่นหมายความว่าสนามแม่เหล็กน่าจะมีผลต่อกลไกการนำร่องในแซลมอน

“ในภาพใหญ่ แซลมอนพวกนี้รู้ดีว่าพวกมันอยู่ที่ไหน พวกมันควรจะไปที่ไหน จะไปยังไง และจะต้องเปลี่ยนทิศเมื่อไร” เดวิด โนเอกส์ (David Noakes) หนึ่งในทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยรัฐโอเรกอน (Oregon State University) กล่าว

“เวลาที่อยู่ในน้ำจืด พวกมันจะฝังใจกับองค์ประกอบพวกสารเคมีในน้ำ เเต่เมื่อพวกมันเข้าสู่น้ำเค็ม พวกมันจะเปลี่ยนไปใช้สัญญาณบ่งชี้ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์จากสนามแม่เหล็กเพื่อระบุละติจูดและลองจิจูด พวกมันจะรู้ว่านี่คือองศาที่พวกมันจะต้องกลับมาอีกครั้ง”

เดวิดเล่าต่อ “เเละเมื่อมันกลับมาถึงปากแม่น้ำที่นำพามันออกสู่ทะเลในครั้งแรก พวกมันจะเริ่มว่ายทวนน้ำย้อนกลับไปผสมพันธุ์กันในพื้นที่เดิมในที่ที่พวกมันเคยอยู่และเคยฟักออกมา”

“เวลาอยู่ในแม่น้ำ พวกมันจะเน้นพึ่งพาสัญญาณทางเคมีเป็นหลัก” เดวิดกล่าวต่อ ที่จริงแล้วความสามารถในการรับกลิ่นของแซลมอนนั้นดีเลิศประเสริฐมาก โดยเฉพาะในน้ำ อาจจะดีกว่าของสุนัขเสียด้วยซ้ำ พวกมันจะรับรู้และตอบสนองได้ไวมากว่านี่คือกลิ่นของพรรคพวก พี่น้อง อาหาร หรือเภทภัย

แซลมอนเกิดใหม่จะฝังใจกลับกลิ่นของถิ่นที่อยู่และมาตุภูมิของพวกมันแทบจะในทันทีที่ฟักออกมาจากไข่ และนั่นคือกลิ่นที่จะพาให้พวกมันว่ายย้อนกลับมาเวลาที่ถึงฤดูผสมพันธุ์

ประสาทรับกลิ่นขั้นเทพของพวกมันทำให้แซลมอนสามารถย้อนกลับไปยังถิ่นที่เกิดได้ค่อนข้างเป๊ะ

แต่ด้วยปัญหาสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง โลกรวน ทำให้บางทีโปรไฟล์ของกลิ่นในถิ่นที่อยู่เปลี่ยนไป แซลมอนบางกลุ่มก็จะเริ่มงงๆ ว่าจะไปที่ไหนดี

ปัญหานั้นมักจะเกิดหนักมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับแซลมอนที่ฟักและถูกประคบประหงมมาจากศูนย์เพาะพันธุ์และอนุบาลลูกปลา

พวกมันมักจะโตเร็วกว่าและมีขนาดใหญ่กว่าแซลมอนที่ฟักออกมาในธรรมชาติ ที่หลายคนมักเรียกว่า แซลมอนเถื่อน (Wild Salmon) แต่ถ้าเทียบความอึด พวกนี้มักจะเปราะกว่ามาก ปัญหาคือเมื่อเเซลมอนหลงถิ่นพวกนี้หลงเข้าไปในเขตผสมพันธุ์ของเเซลมอนเถื่อน และไปผสมพันธุ์กันกับแซลมอนเถื่อน ลูกผสมที่ออกมาส่วนใหญ่จะค่อนข้างเปราะและมักจะล้มหายตายจากไปก่อนที่จะถึงวัยผสมพันธุ์ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่กับกลุ่มประชากรของเเซลมอนในธรรมชาติ

ปัญหานี้ส่งผลกระทบกับจำนวนประชากรแซลมอนในธรรมชาติอย่างชัดเจนจนถึงขั้นน่ากังวล ในปี 2016 สำนักงานพิทักษ์ปลาและสัตว์ป่าแห่งรัฐโอเรกอน (Oregon Department of Fish and Wildlife) จึงได้มอบหมายให้ศูนย์วิจัยและเพาะพันธุ์ปลาแห่งรัฐ (Oregon hatchery research center) หาวิธีปลูกฝังกลิ่นฝังใจให้เหล่าลูกปลา ให้พวกมันจดจำและว่ายกลับมาแพร่พันธุ์ที่ศูนย์

ไม่ไปเที่ยวปั่นป่วนแหล่งผสมพันธุ์ของพวกแซลมอนในธรรมชาติ เมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์

 

มาร์ยัม คัมเเรน (Maryam Kamran) นักวิจัยจากศูนย์ก็เลยทดลองเอาสารพัดกลิ่นจิปาถะ มาหยอดลงในบ่อเลี้ยงลูกปลา ทั้งสารสกัดจากกุ้ง หนังปลาเรนโบว์เทราต์ ไปจนถึงดีปลาซิว แล้วให้อาหารตาม เพื่อฝึกลูกปลาให้รู้ว่ากลิ่นประหลาดๆ พวกนี้หมายถึงอาหาร แบบเดียวกับที่ไอแวน พาฟลอฟ (Ivan Pavlov) ใช้ฝึกน้องหมาให้น้ำลายย้อยในเวลาที่ได้ยินเสียงกระดิ่ง

มาร์ยัมทดสอบสารสกัดอีกมากมายกับลูกปลา ทั้งฮอร์โมน ฟีโรโมน อีกทั้งยังมีสารสกัดแปลกๆ อีกสารพัดสารพัน หลายสูตรก็ดูเหมือนจะได้ผล ลูกปลาดูตื่นเต้นราวกับว่าจะจดจำกลิ่นได้

แต่เพื่อให้ชัวร์ว่าลูกปลานั้นฝังใจกับกลิ่นของสารสกัดที่ให้ลงไปจริงๆ เธอตัดสินใจที่จะสร้างความร่วมมือด้านงานวิจัยกับแอนดี้ ดิตต์แมนน์ (Andy Dittmann) นักวิจัยจากองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ (US National Oceanic and Atmospheric Administration, NOAA) ซึ่งช่วยเธอตรวจวัดการส่งกระแสประสาทในลูกปลาหลังจากที่ได้รับแต่ละกลิ่น

“เราอยากรู้ว่าจากกลิ่นที่เราเลือกมา จมูกของลูกปลาตรวจเจอกลิ่นพวกนี้ได้จริงมั้ย” มาร์ยัมกล่าว

หลังจากเวลาผ่านไปหลายปี ในที่สุดเธอก็เจอกลิ่นที่ปลาฝังใจ ซึ่งตัวที่ดูจะเวิร์กที่สุดเป็นสารผสมของพวกกรดอะมิโนหลายๆ ตัวที่เธอลองซื้อมาทดสอบเล่นกับลูกปลาที่ศูนย์เพาะพันธุ์ที่แม่น้ำเอลก์ (Elk river)

แม้ว่าผลจะดูมีแววสดใส ทว่า พอดูราคาแล้วก็เหี่ยวใจ เพราะสารผสมที่ว่าราคาค่อนข้างดุเดือด เกินกว่าจะเอามาละลายลงบ่อลูกปลาแบบขำๆ

แม้จะเจอทางตัน แต่มาร์ยัมก็ยังผลักดันงานนี้ต่อ เธอยังคงทดสอบและเฟ้นหาสารสกัดแปลกๆ ตัวอื่นๆ อยู่อย่างต่อเนื่อง

และในที่สุด ก็มาลงเอยที่เบียร์ และยีสต์หมักเบียร์!!!

 

“กรดอะมิโนตัวหนึ่งที่ดูจะมีอิทธิพลของพฤติกรรมลูกปลาซึ่งก็คือกลูตาเมตนั้นพบได้เยอะในยีสต์หมักเบียร์”

ไอเดียนี้มาจากเซธ ไวต์ (Seth White) ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและเพาะพันธุ์ปลาแห่งรัฐโอเรกอนที่จับพลัดจับผลูมีงานอดิเรกเป็นนักหมักเบียร์มือสมัครเล่นก็ได้เห็นผลงานของมาร์ยัม พอรู้ว่าสิ่งที่จะทำให้ลูกปลาฝังใจได้คือกรดอะมิโน เซธก็เสนอไอเดียใช้เบียร์ล่อปลาขึ้นมาทันที

เพื่อไม่เป็นการเสียเวลา เซธแวะไปโรงหมักเบียร์โร้ก (Rogue) ในนิวพอร์ต (Newport) และขอซื้อตะกอนยีสต์หมักเบียร์ (trub) ใส่คูลเลอร์น้ำแข็ง แล้วพุ่งตรงกลับไปที่ศูนย์วิจัยทันที เพื่อให้แอนดี้ทดลอง

“ดูเหมือนว่าสูตรนี้จะกระตุ้นลูกปลาได้ดีมาก” แอนดี้เผย “นี่คืออีกหนึ่งสารสกัดที่น่าสนใจ”

ในปีที่ผ่านมา เป็นปีแรกที่ปลาที่เคยถูกทำให้ฝังใจด้วยสารผสมกรดอะมิโนเริ่มที่จะกลับมายังเเม่น้ำเอลก์ ผลการทดลองยังไม่ได้ถูกวิเคราะห์ออกมาอย่างละเอียด แต่โดยรวมแล้วดูจะมีความหวัง

สำหรับเบียร์ ตอนนี้ผลดูดีมาก เซธเผยต่อว่ายังมีการทดลองอีกหลายอย่างที่ต้องทำก่อนที่จะเอามาใช้จริงกับปลาในศูนย์

ซึ่งถ้าเวิร์กขึ้นมาจริงๆ ละก็ ไม่แน่เราอาจจะได้เห็นแคมเปญใหม่ “อนุรักษ์แซลมอน ดริงก์เบียร์” ขึ้นมาก็ได้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร