bg-single

ความตายของพริโกซิน ฝีมืออำมหิตของปูติน?

02.09.2023

ไม่นานหลังจากเหตุการณ์ที่ เยฟเกนี พริโกซิน เจ้าของและผู้ก่อตั้งกองกำลังทหารรับจ้าง “วากเนอร์” ก่อเหตุเขย่าบัลลังก์ของวลาดิมีร์ ปูติน ด้วยการกรีธาทัพนักรบรับจ้างเข้าไปประชิดมอสโกเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมายุติลง

มีผู้สอบถามความคิดเห็นของบิล เบิร์นส์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลาง หรือซีไอเอ ของสหรัฐอเมริกาว่า ชะตากรรมของพริโกซินในทัศนะของเบิร์นส์คืออย่างไร

คำตอบของ ผอ.ซีไอเอ ก็คือ จากประสบการณ์ของตนเอง ยากนักที่พริโกซินจะหลีกหนีจาก “การแก้แค้น” ของคนอย่างปูตินในอนาคตได้ ขึ้นอยู่กับว่ามันจะมาถึงเมื่อใดเท่านั้น

เหตุผลของเบิร์นส์ก็คือ ปูตินเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้น แต่ไม่ผลีผลามวู่วาม “เขาคือคนประเภทที่เชื่อว่า การแก้แค้นให้ดีที่สุดต้องเสิร์ฟเป็นอาหารจานเย็น” ทำนองเดียวกับประโยคที่ว่า การแก้แค้นสิบปียังไม่สาย ยังไงยังงั้น

นักการเมือง นักธุรกิจชาวรัสเซียที่เคยงัดข้อกับปูตินจนต้องระเห็จออกมาลี้ภัยนอกประเทศอีกหลายคนให้ความเห็นสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน หนึ่งในจำนวนนั้นถึงกับบอกอย่างตรงไปตรงมาว่า “พริโกซินต้องตาย” ไม่มีทางเป็นอย่างอื่น

เหตุผลเป็นเพราะ “ถ้ายังไม่ตาย อีกไม่กี่เดือนจะเกิดรัฐประหารในรัสเซียขึ้นอีกแน่”

 

ทั้งหมดนั้นดูเหมือนจะขัดแย้งกับสิ่งที่ปรากฏในมอสโกหลังความพยายามก่อรัฐประหารครั้งนั้น ทั้งสองฝ่าย “ทำความตกลง” กันได้ด้วยดี ปูตินถึงกับเปิดทำเนียบเครมลินต้อนรับพริโกซิน ที่ไม่นานต่อมาก็สามารถไปไหนมาไหนในรัสเซียได้ตามปกติ

แต่แล้ว 2 เดือนเป๊ะหลังเหตุการณ์ดังกล่าว ความตายของเยฟเกนี พริโกซิน ก็กลายเป็นความจริงขึ้นมา

เครื่องบินโดยสารแบบเอ็มบราเออร์ ผลิตในบราซิล ซึ่งพริโกซินใช้สำหรับเดินทางเพื่อ “ทำธุรกิจ” เพิ่งออกเดินทางจากท่าอากาศยานในกรุงมอสโกมุ่งหน้าไปยังเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก กำลังไต่ระดับขึ้นสู่ความสูง 30,000 ฟุต อันเป็นเพดานบินปกติ จู่ๆ ก็ร่วงลงสู่พื้นดินบริเวณพื้นที่ป่าละเมาะในเขตทีแวร์ โอบลาสต์ ห่างจากมอสโกไปทางตะวันตกเฉียงเหนือราว 160 กิโลเมตรเท่านั้น

นักบินและลูกเรือ 3 คน กับผู้โดยสารอีก 7 คนบนเครื่องเสียชีวิตทั้งหมด

2 คนในจำนวนผู้โดยสารถูกระบุว่า หนึ่งคือพริโกซิน อีกหนึ่งคือ ดมิตรี อุทกิน ผู้ร่วมก่อตั้งและเป็นหนึ่งใน ผบ.อาวุโสของวากเนอร์กรุ๊ป และเป็นผู้บัญชาการกองกำลังที่ตบเท้ามุ่งหน้าสู่มอสโกเมื่อเดือนมิถุนายน

สาเหตุการตกยังไม่มีการยืนยัน แต่ผู้ที่เห็นเหตุการณ์ระบุว่า ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นก่อนที่เครื่องจะร่วงวูบลงมา

ส่งผลให้เกิดเสียงลือสนั่น โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ว่า เครื่องบินลำดังกล่าวถูกระบบป้องกันภัยทางอากาศของมอสโกยิงตก “โดยเจตนา”

 

สาเหตุที่เป็นไปได้อีกประการก็คือ เหตุการณ์นี้อาจเป็น “อุบัติเหตุ” ทำนองเดียวกับที่กองทัพอิหร่านเคยยิงเครื่องบินโดยสารของสายการบินอิหร่านเองตกในเตหะรานเมื่อปี 2020 ระหว่างที่ระบบป้องกันภัยทางอากาศได้รับคำสั่งให้เตรียมพร้อมสูงสุด

ก่อนหน้านั้น มอสโกเคยตกเป็นเป้าโจมตีทางอากาศจากยูเครนด้วยโดรนมาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สมมุติฐานนี้ไม่ได้รับการเชื่อถือมากมายนัก แม้ว่า 7 วันก่อนหน้าวันเกิดเหตุจะมีการโจมตีจากโดรนทุกวันก็ตามที เหตุผลก็เพราะโดรนไม่เพียงบินช้ากว่า ยังเล็กกว่าและบินในระดับต่ำกว่าเครื่องบินโดยสารมากเลยทีเดียว

เจ้าหน้าที่ระดับสูงในหน่วยข่าวกรองของยูเครนรายหนึ่งระบุว่า พริโกซินถูก “หมายหัว” จากระดับสูงในเครมลินหลายคน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีกลาโหมที่ตกเป็นเป้าโจมตีของพริโกซินอยู่บ่อยครั้ง

แต่ปฏิบัติการบ้าระห่ำทำนองนี้ไม่มีวันเกิดขึ้นได้ หากไม่ได้รับ “ไฟเขียว” จากคนอย่างวลาดิมีร์ ปูติน แม้แต่โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกายังระบุไว้ว่า “มีน้อยเรื่องมากที่เกิดขึ้นในรัสเซียโดยที่ปูตินไม่ได้อยู่เบื้องหลัง”

ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมิถุนายน ไคริลโล บูดานอฟ หัวหน้าหน่วยเอชอาร์ยู หน่วยข่าวกรองของกองทัพยูเครน เคยออกมาอ้างว่า เอฟเอสบี หน่วยข่าวกรองรัสเซียที่สืบทอดมาจากเคจีบีของรัสเซีย ได้รับมอบหมายภารกิจให้ “ลอบสังหาร” เยฟเกนี พริโกซิน

 

ความตายของพริโกซิน ส่งผลกระทบต่อวากเนอร์กรุ๊ป ไม่ใช่น้อย เพราะไม่เพียงขาดผู้นำที่ห้าวหาญ กล้าได้กล้าเสียไปเท่านั้น ยังขาดมันสมองระดับ “ผู้จัดการ” ที่เชี่ยวชาญทั้งในการ “ส่งกำลังบำรุง” และเชี่ยวกรากในเชิงธุรกิจที่ทำให้วากเนอร์กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มทหารรับจ้างที่มี “น้ำเลี้ยง” ดีที่สุดเรื่อยมา

ผู้สันทัดกรณีเชื่อว่า นักรบรับจ้างในสังกัดวากเนอร์ มีทางเลือก 2 ทาง ทางหนึ่งคือยอมรับการขึ้นทะเบียนเป็นทหารสังกัดกองทัพรัสเซีย หรือไม่ก็แยกตัวออกไปเป็นอิสระ ประกอบ “ธุรกิจ” นอกกฎหมายของตนต่อไป เนื่องจากมีเครือข่ายเดิมรองรับอยู่แล้วโดยเฉพาะในทวีปแอฟริกา

วลาดิมีร์ ปูติน ดูเหมือนจะเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดจากการเสียชีวิตของพริโกซิน ภาพลักษณ์ของผู้นำทรงอิทธิพล แข็งแกร่ง มีอำนาจสูงสุดในประเทศ และ “ห้ามแตะต้องจาบจ้วง” หวนคืนมาอีกครั้ง

อย่างน้อยก็ในสายตาของสาธารณชนในรัสเซีย ที่มองปูตินว่าเป็นยิ่งกว่า “เจ้าพ่อมาเฟีย” ผู้สามารถรังสรรค์วิธีการสารพัดมายัดเยียดความตายให้กับใครก็ตามที่บังอาจจาบจ้วงล่วงละเมิด ไม่ว่าจะเป็นการใช้ไอโซโทปของสารกัมมันตภาพรังสี หรือการใช้ยาพิษทำลายประสาทก็ตาม

แต่ในเวลาเดียวกัน ภาพลักษณ์ดังกล่าวยิ่งทำให้ระบอบปูตินและรัสเซียยิ่งห่างไกลจากความเป็นรัฐปกติทั่วไปมากยิ่งขึ้น

รัสเซียทั้งประเทศยิ่งกลายเป็นเหมือน “รัฐส่วนตัว” หรือ “รัฐมาเฟีย” ที่ขับเคลื่อนด้วยความรู้สึกนึกคิดและจินตนาการของคนเพียงคนเดียวบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยเลือดมากขึ้นทุกที

ในทางกลับกัน ความตายแบบเฉียบพลันอาจยิ่งทำให้ชื่อเสียง ความนิยมชมชอบในตัวพริโกซินยิ่งทวีมากขึ้น

ความเชื่อที่ว่า พริโกซินตายเพราะพูด “ความจริง” อาจกลายเป็นเชื้อไฟสุมขอนที่สั่นคลอนเสถียรภาพของปูตินมากยิ่งขึ้นในอนาคต ด้วยการผลักดันฝ่ายต่อต้านให้รวมเป็นกลุ่มก้อน

ในแอพพลิเคชั่นเทเลแกรม “เกรย์โซน” ชื่อบัญชีที่เชื่อมโยงกับพริโกซินและวากเนอร์กรุ๊ปชนิดแยกกันไม่ออก ปรากฏข้อความว่า “การลอบสังหารครั้งนี้ จะมีผลถึงระดับหายนะ”

“ใครก็ตามที่ออกคำสั่ง ไม่ใส่ใจและไม่เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกและขวัญกำลังใจของทหารเลยแม้แต่น้อย”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | “ทางออก” อันเป็น “ทางเลือก” หาก อนุทิน ชาญวีรกูล อำลา
ควันหลงเยือนจีน… เพลงรักของไต้หวัน! ร้องเพลงหวานที่ปักกิ่ง กินยาขมที่กรุงเทพฯ
‘นี่ฉันไง ไม่ใช่ AI’
ดินแดง ราชปรารภ น้ำใจ ไมตรี ระหว่าง ผู้ชุมนุม ก่อนสละชีพ โดยกระสุนเข้ม
นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ชี้ทางสกัดโศกนาฏกรรมในรั้วโรงเรียน ‘ถ้าลิดกิ่งก้าน โดยไม่ปรับปรุงลำต้น เดี๋ยวปัญหาอื่นก็ปรากฏ’
ถ้าสังคมมันเปลี่ยนยาก แล้วโจทย์ต่อไปคืออะไร? ถามก่อนจะปลง
ความหวัง ‘ลงทุน’ ไทย พลิกชะตา ศก.หวังโต 3%
เช็กฐานที่มั่น ตท.26 ‘บิ๊กปู’ กุมบังเหียน ทบ.-ทร. แอนตี้ นโยบาย 2 ปีอัพ สโลว์ดาวน์ ‘ทัพภาค 1’ จับตา พลัง ตท.28
สพป.ชัยนาท แสดงพลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร เสียงหลัง”กำแพง”
E-DUANG | ภาพลักษณ์ ปฏิมา การเมือง ของ ทิม พิธา และ “น้องก้อย”
ขุมทรัพย์จากป่าสู่สูตรยาพลิกโลก ephedrine (1)