ดินแดง ราชปรารภ น้ำใจ ไมตรี ระหว่าง ผู้ชุมนุม ก่อนสละชีพ โดยกระสุนเข้ม
ยุทธการ แดงเดือด
ดินแดง ราชปรารภ
น้ำใจ ไมตรี ระหว่าง ผู้ชุมนุม
ก่อนสละชีพ โดยกระสุนเข้ม
จากกรณีที่ 1 นายบุญทิ้ง ปานศิลา เข้าสู่กรณีที่ 2 นายกิตติพันธ์ ขันทอง จากการประมวลเข้ามาของ เวียงรัฐ เนติโพธิ์
นายกิตติพันธ์ ขันทอง ชื่อเดิมว่าเกรียงไกร อายุ 25 ปี
จากข้อมูลที่ญาตินายกิตติพันธ์ให้ไว้ในใบร้องทุกข์ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. นายกิตติพันธ์ได้เสียชีวิตจากการถูกยิงกราดของทหารในบริเวณราชปรารภ 22
ระหว่างเดินทางจะไปร่วมชุมนุมที่ราชประสงค์
กระสุนเข้าที่ท้องแล้วไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลราชวิถี โดยยังไม่มีภาพและวิดีโอที่ถ่ายเห็นนายกิตติพันธ์ไว้ได้
แต่มีพยานเล่าไว้ใน http://joblovenuk.blogspot.com
อันเป็นบล็อกของตนว่า นายกิตติพันธ์ได้พยายามจะเข้าไปช่วยนายบุญทิ้งจึงทำให้ถูกยิง
พยานได้เข้าไปในจุดที่เกิดเหตุบริเวณหน้าร้านไพศาลเอนจิเนียริ่งกับเพื่อนที่เป็นช่างภาพ ซึ่งได้ถ่ายภาพนายบุญทิ้งเอาไว้แต่ไม่มีภาพเต็มตัวของนายกิตติพันธ์ในจุดเกิดเหตุ
โดยไม่ทราบว่าทำไมจึงไม่ได้ถ่ายเอาไว้
ขณะเดียวกัน ทาง “ศปช.” ได้นำรูปศพนายบุญทิ้ง ปานศิลา ที่มีขาคนนอนอยู่ข้างศพให้นางสมศรี ขันทอง มารดาของนายกิตติพันธ์ดู ได้รับการยืนยันว่า วันนั้นนายกิตติพันธ์ใส่กางเกงสแลคไปทำงาน
และรองเท้าก็เป็นรองเท้าที่แม่เขาซื้อให้ ส่วนถุงเท้าสีเทาที่ใส่ในตอนเช้าแม่ก็เป็นคนเตรียมไว้ให้ก่อนออกไปทำงาน
จากการเล่าของพยานทำให้รู้ว่า ขาที่อยู่ข้างๆ ในภาพถ่ายรูปนายบุญทิ้งนั้นเป็นของนายกิตติพันธ์ ซึ่งเขายืนยันจากการที่ญาติของนายกิตติพันธ์ได้โทรศัพท์หาหลังจากที่นายกิตติพันธ์เสียชีวิต
โดยนายกิตติพันธ์ ขันทอง ได้เสียชีวิตในคืนวันที่ 14 พฤษภาคม เวลา 21.00 น. ณ โรงพยาบาลราชวิถี ตามมรณบัตรระบุตรงกับใบรับรองการตายว่า เสียชีวิตจากบาดแผลกระสุน
ทำให้เลือดออกในช่องท้องเป็นจำนวนมากจนเสียชีวิต
กรณีที่ 3 คือ นายธันวา วงษ์ศิริ อายุ 26 ปี เสียชีวิตจากการถูกยิงบริเวณใบหน้า ตามที่ญาตินายธันวา วงษ์ศิริ แจ้งในใบร้องทุกข์ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมว่า เมื่อเวลา 19.30 น.โดยประมาณ ที่ถนนราชปรารภ
นายธันวาเข้าร่วมชุมนุมโดยทำหน้าที่เป็นการ์ดได้ปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหารจนเป็นเหตุให้ถูกยิงเข้าที่บริเวณใบหน้า
เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ
จากนั้นศพถูกนำส่งไปยังโรงพยาบาลรามาธิบดี (ขณะที่ในมรณบัตรระบุว่าเสียชีวิตในวันที่ 15 พฤษภาคม เวลา 01.00 น. ที่โรงพยาบาลราชวิถี)
เมื่อเวียงรัฐ เนติโพธิ์ พิจารณาหลักฐานเพิ่มเติมจากคลิปวิดีโอ “20100514_อาจเป็นธันวา สรไกร_audanddao” บันทึกโดยพยานลำดับที่ 044 มอบให้ “ศปช.” เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2555
เห็นได้ว่ามีการหามผู้บาดเจ็บจากถนนรางน้ำถึงสามเหลี่ยมดินแดง ผู้บาดเจ็บเป็นคนหนุ่มใส่เสื้อสีดำถูกยิงที่ใบหน้า
พยานลำดับที่ 044 ซึ่งเป็นคนถ่ายวิดีโอไม่สามารถจำหน้าคนที่อยู่ในคลิปได้
แม้ว่าทาง “ศปช.” จะได้ลองนำภาพถ่ายขณะมีชีวิตให้ดูก็ตาม ขณะที่กำลังทำเอกสาร (เดือนสิงหาคม 2555) จึงยังไม่สามารถระบุตำแหน่งที่เกิดเหตุชัดเจนของนายธันวาได้ว่าเป็นจุดใด
นอกจากเพียงเห็นทิศทางการนำตัวออกมาจากทางด้านในของถนนราชปรารภมาทางสามเหลี่ยมดินแดง และไม่ทราบว่าเป็นเวลาใดกันแน่
เนื่องจากพยานเองไม่สามารถจำเวลาที่ตัวเองถ่ายไว้ได้แล้ว
สำหรับบริเวณเดียวกันนี้ ความรุนแรงเกิดขึ้นอีกช่วงหนึ่ง คือระหว่างเวลา 22.00-22.30 น. บริเวณแยกดินแดงติดถนนราชปรารภ ผู้ชุมนุมได้เผายางรถยนต์ ปิดกล้องซีซีทีวีทุกจุด ทุบหลอดไฟ
และมีแท็กซี่เข้ามาร่วมเกือบ 100 คัน รวมทั้งมีผู้ชุมนุมอีกส่วนขับรถส่วนตัวและจักรยานยนต์มาเพื่อจะไปราชประสงค์ แต่ผ่านไปไม่ได้
จึงรวมตัวกันบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงถึงถนนวิภาวดีรังสิตประมาณ 500 คน
ส่งผลให้การจราจรติดขัดเต็มบริเวณแยกดินแดง ผู้ชุมนุมต้องการกดดันทหารซึ่งตั้งแนวปิดถนนอยู่ และต้องการแสดงให้เห็นว่าจะเข้าไปร่วมชุมนุมที่ราชประสงค์ให้ได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตั้งแนวรับตั้งแต่โรงแรมเซนจูรี่พาร์คจนถึงแยกมักกะสัน
ช่วงเวลานั้นบริเวณรางน้ำมีเสียงปืนดังตลอด
บทความ เวียงรัฐ เนติโพธิ์ ระบุต่อไปว่า เหตุการณ์ความรุนแรงในช่วงนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอีก 1 กรณี
คือ นายเหิน อ่อนสา อายุ 39 ปี
จากหลักฐานพยานแวดล้อมเชื่อว่า นายเหิน อ่อนสา ถูกยิงช่วงเวลาจาก 22.00 น.-22.30 น.
จากหลักฐานพยานลำดับที่ 046 อัน “ศปช.” สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2554 กล่าวว่า ช่วงหลัง 3 ทุ่มไปแล้ว เขาได้เดินจากด้านในซอยราชปรารภ 16 (ซอยวัดตะพาน) ออกมาปากซอยซึ่งอยู่ตรงข้ามกับซอยรางน้ำ
เพื่อมาดูเหตุการณ์ที่ซอยรางน้ำ
เมื่อเดินไปถึง เขาพบคนถูกยิงบาดเจ็บอยู่ปากซอยจึงได้พยายามเข้าไปถ่ายรูปคนเจ็บ ในขณะถ่ายภาพอยู่ ก็มีการยิงออกมาจากปั๊มเอสโซ่จนกระสุนเกือบโดนขา เนื่องจากมืดจึงมองไม่เห็นคนยิง
แต่คาดว่ายิงมาจากทหารเพราะเขายังอยู่ด้านในซอย แนวกระสุนมาจากด้านปั๊มเอสโซ่เท่านั้นซึ่งทหารตั้งแนวอยู่
จากนั้น ได้มีชายคนหนึ่งพยายามเข้าไปช่วยโดยมีการตะโกนบอกว่าจะเข้าไปช่วยคนที่ถูกยิง การยิงจึงหยุดไป หลังจากช่วยมาแล้ว คนที่ถูกยิงยังไม่เสียชีวิตทันทีจึงเอาขึ้นจักรยานยนต์เพื่อนำส่งโรงพยาบาล
พยานไม่ทราบว่าหลังจากนั้นนายเหินเสียชีวิตหรือไม่ และไม่สามารถระบุได้ว่าเหตุการณ์ขณะที่นายเหินโดนยิงนั้นเป็นอย่างไร
จากรูปถ่ายภาพคนบาดเจ็บซึ่งพยานลำดับที่ 046 มอบให้ “ศปช.” ตรงกับรูปพรรณของนายเหิม (เมื่อดูจากรอยเลือดบนขากางเกงตามภาพซึ่งใกล้เคียงกับตำแหน่งบาดแผลของนายเหิน และเมื่อสอบถามกับญาติแล้ว ญาติบอกว่ารอยสักของคนในภาพตรงกับของนายเหิน)
เวียงรัฐ เนติโพธิ์ จึงสรุปได้ว่า
นายเหินถูกยิงจากทหารที่ตั้งแนวอยู่บริเวณปั๊มเอสโซ่ตั้งแต่ก่อนเวลา 22.00 น. และนอนรอความช่วยเหลืออยู่เป็นเวลานาน
โดยมีคนพยายามช่วย แต่โดนยิงสกัด
กว่าจะช่วยออกมาได้ก็เป็นเวลา 23.00 น. โดยมีคนอุ้มออกมาและพาขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ไปส่งโรงพยาบาล
ตามมรณบัตรระบุว่า นายเหิน อ่อนสา เสียชีวิตเนื่องจากบาดแผลกระสุนปืนลูกโดดที่บริเวณขาหนีบ ทำให้เส้นเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด
โดยเสียชีวิตในวันที่ 15 พฤษภาคม เวลา 00.30 น. ที่โรงพยาบาลราชวิถี
