bg-single

‘นี่ฉันไง ไม่ใช่ AI’

17.08.2026

Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน

‘นี่ฉันไง ไม่ใช่ AI’

เมื่อนักเรียน นักศึกษาพร้อมใจกันใช้เครื่องมือ AI ทำงานส่งครู ครูก็ต้องปรับตัวด้วยการสอดส่องจับผิดว่างานชิ้นไหนนักเรียนทำด้วยฝีมือตัวเองจริงๆ หรืองานชิ้นไหนใช้ AI มาเขียนแทนให้

ถ้าจับพิรุธได้ถูกต้อง นักเรียนที่แอบใช้ AI ก็จะได้รับบทลงโทษไปตามแต่นโยบายของแต่ละสถาบัน

แต่อะไรจะเกิดขึ้นถ้าคุณเป็นนักเรียนที่ตั้งใจทำการบ้าน ทำรายงานด้วยตัวเองอย่างสุดฝีมือ แต่ถูกกล่าวหาว่าใช้ AI ทำ แล้วยังถูกคาดโทษจากสถาบันการศึกษาแบบที่อาจจะกระทบต่ออนาคตในการเรียนต่อและการทำงานได้

แบบนั้นก็คงจะไม่แฟร์สุดๆ เลยใช่ไหมคะ

BBC รายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาแพทย์วัย 20 ปีคนหนึ่งในสกอตแลนด์ ชื่อ Harrison Sharples ที่ช็อกสุดชีวิตเพราะอยู่ๆ ก็ได้รับคำเตือนจากมหาวิทยาลัยว่างานที่เขาส่งอาจารย์ไปถูกระบุว่าเป็นงานที่ทำโดยใช้ AI

เขาเล่าว่า งานที่ส่งไปนั้นเป็นฝีมือของตัวเขาเองล้วนๆ และเขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมมหาวิทยาลัยถึงได้กล่าวหาว่าเขาใช้ AI ทำขึ้นมา ทั้งๆ ที่เขามีเวลาเหลือเฟือในการทำงานชิ้นนี้

เขาบอกว่าเขามีความสุขที่ได้ทำงานด้วยตัวเองและลืมไปเลยด้วยซ้ำว่างานแบบนี้ AI ก็สามารถช่วยทำได้

มหาวิทยาลัยให้เหตุผลว่า งานเขียนทางวิชาการ หรือ Dissertation ของเขาถูกประเมินจากผู้ประเมินที่เป็นมนุษย์ 2 คน โดยหนึ่งในนั้นแสดงความกังวลว่างานชิ้นนี้อาจจะมาจาก AI ด้วยเหตุผลว่าเป็นงานเขียนที่ใช้ภาษาที่ดูสละสลวย เป็นระเบียบเรียบร้อย ไวยากรณ์ถูกต้องไม่มีที่ติ และโครงสร้างประโยคเหมือนกันมากเกินไปจนไม่มีความหลากหลายทางด้านรูปแบบ

นอกจากนี้ก็ยังบอกว่าโครงสร้างของย่อหน้าที่เขาใช้เป็นไปตามรูปแบบที่ AI มักจะใช้ คือเริ่มจากคำกล่าวอ้างโดยทั่วไป ตามมาด้วยตัวอย่าง ผลลัพธ์ และบทสรุป

อีกข้อสังเกตที่ผู้ประเมินหยิบยกมากล่าวถึงก็คือรายงานของเขายังใช้เครื่องหมายขีดกลางยาว หรือ em dash (—) ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อสังเกตลำดับต้นๆ ว่าอาจจะเป็นงานเขียนที่มาจากการเสกสรรของ AI

ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมา Harrison จึงถูกเรียกให้เข้าร่วมการพิจารณาออนไลน์โดยคณะกรรมการ

เขาจะต้องเตรียมหลักฐานมาสนับสนุนว่างานของเขาเป็นงานที่เกิดจากฝีมือของเขาจริง ไม่ใช่ AI ซึ่งก็ดูไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะเขาสามารถพิสูจน์งานของตัวเองได้อยู่แล้ว

เรื่องมาพลิกพันตรงที่ลิงก์เข้าร่วมประชุมที่ควรจะส่งมาให้เขาล่วงหน้าก่อนเวลาประชุมกลับมาไม่ถึงตามเวลา และเขาได้รับลิงก์เพียงแค่ 5 นาทีก่อนจะถึงเวลาประชุม ทำให้ Harrison ร้อนรนจนสมาธิกระเจิดกระเจิง ไม่สามารถนำเสนอหลักฐานของตัวเองได้ดีพอ

จนคณะกรรมการสรุปผลหลังการประชุมโดยยืนยันคำเดิมว่าเชื่อว่างานของเขาทำโดย AI จริง

มาถึงจุดนี้เขาก็นั่งไม่ติดอีกต่อไป เพราะการมีข้อกล่าวหาติดตัวว่าเขาแอบใช้ AI มาเขียนรายงานทางวิชาการอาจจะติดตัวเขาตลอดไปได้

เขาจึงยื่นอุทธรณ์ โชคยังดีที่ทางมหาวิทยาลัยเข้าใจว่าการส่งลิงก์ประชุมให้เขาช้าครั้งที่แล้วมีผลต่อการนำเสนองานของเขา โดยการพิจารณาครั้งใหม่เขาทำได้ดีกว่าเดิมมากจนสามารถยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเองได้

ถึงแม้ว่าในที่สุดรายงานทางวิชาการของ Harrison จะได้รับคะแนนเต็มและไม่ส่งผลใดๆ ต่อประวัติของเขา แต่ตัวเขาเองก็ต้องผ่านช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความเครียด ความวิตกกังวลตลอดทั้งเทอมจนส่งผลกระทบต่อการเรียนของเขา

ความกังวลว่าจะถูกตัดสินผิดทำให้เขากินไม่ได้ นอนไม่หลับ ไม่มีพื้นที่ในสมองเหลือให้กับการเรียนจนเขาต้องขอเลื่อนการสอบ ส่งผลให้เขาจบการศึกษาช้ากว่าที่ควรจะเป็น

ทั้งหมดนี้จะไม่เกิดขึ้นเลยถ้าหากเขาไม่ถูกกล่าวหาผิดตั้งแต่ต้น

BBC สัมภาษณ์ที่ปรึกษาด้านจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ที่บอกว่าเทคโนโลยีนี้ก้าวหน้าด้วยความเร็วระดับแสงจนสถาบันการศึกษาก็ตามไม่ทัน และเครื่องมือตรวจจับการใช้ AI ก็ไม่ได้เก่งจนไร้ข้อผิดพลาด

การใช้มนุษย์มาช่วยในการจับพิรุธหาความเป็นไปได้ว่าเป็นงานของ AI หรือไม่ก็อาจจะช่วยได้ในระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่วิธีการรับมือในระยะยาวแน่นอน

ตัวฉันเองก็เพิ่งจะเจอเหตุการณ์คล้ายๆ กันแบบนี้ เป็นสิ่งที่ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองได้

ฉันทำงานด้านสื่อสารมวลชนมากว่า 15 ปี โดยใช้เสียงของฉันในการทำงานมาโดยตลอด

ระยะหลังๆ มานี้ เมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันบันทึกเสียง (หรือที่เรามักจะเรียกกันว่า ‘ลงเสียง’) ฉันมักจะได้เห็นคอมเมนต์ที่บอกว่า เสียงของฉันเป็นเสียง AI

มีทั้งที่บอกว่า “ช่องนี้ใช้ AI มาอ่านข่าว” หรือ “ทำไมไม่ให้พี่ซู่ชิงมาเล่าเอง ทำไมต้องใช้ AI” ทั้งๆ ที่เสียงนี้เป็นเสียงของฉันแท้ๆ วิธีการพูดของฉันเองแบบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มี AI มาข้องเกี่ยว ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนถูกกล่าวหาอย่างไม่ยุติธรรมเหมือนกัน

ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะการพากย์เสียงบนโซเชียลมีเดียทุกวันนี้เป็นการพากย์โดยครีเอเตอร์ที่ไม่ได้เป็นสื่อมวลชนอาชีพ โดยใช้เสียงแบบบทสนทนาประจำวันเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่หากมีการพากย์เสียงที่ออกเสียงชัดเจนตามอักขระจริงๆ ก็มักจะเป็นการพากย์ด้วยเครื่องมือ AI จนผู้ชมรู้สึกชินไปแล้วว่าจะต้องเป็นได้แค่สองรูปแบบนี้เท่านั้น

ฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจว่าจะต้องรู้สึกอย่างไรกับการถูกกล่าวหาว่าเสียงของตัวเองเป็นเสียง AI เพราะไม่แน่ใจว่านี่คือคำตำหนิ หรือคำชมกันแน่

รู้แต่ว่าในยุคที่เราจะต้องหาหลักฐานมาปกป้องยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง ว่าสิ่งนี้มาจากฝีมือและความสามารถของเราเอง ไม่ใช่ AI นี่…

มันไม่สนุกแน่ๆ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | “ทางออก” อันเป็น “ทางเลือก” หาก อนุทิน ชาญวีรกูล อำลา
ควันหลงเยือนจีน… เพลงรักของไต้หวัน! ร้องเพลงหวานที่ปักกิ่ง กินยาขมที่กรุงเทพฯ
‘นี่ฉันไง ไม่ใช่ AI’
ดินแดง ราชปรารภ น้ำใจ ไมตรี ระหว่าง ผู้ชุมนุม ก่อนสละชีพ โดยกระสุนเข้ม
นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ชี้ทางสกัดโศกนาฏกรรมในรั้วโรงเรียน ‘ถ้าลิดกิ่งก้าน โดยไม่ปรับปรุงลำต้น เดี๋ยวปัญหาอื่นก็ปรากฏ’
ถ้าสังคมมันเปลี่ยนยาก แล้วโจทย์ต่อไปคืออะไร? ถามก่อนจะปลง
ความหวัง ‘ลงทุน’ ไทย พลิกชะตา ศก.หวังโต 3%
เช็กฐานที่มั่น ตท.26 ‘บิ๊กปู’ กุมบังเหียน ทบ.-ทร. แอนตี้ นโยบาย 2 ปีอัพ สโลว์ดาวน์ ‘ทัพภาค 1’ จับตา พลัง ตท.28
สพป.ชัยนาท แสดงพลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร เสียงหลัง”กำแพง”
E-DUANG | ภาพลักษณ์ ปฏิมา การเมือง ของ ทิม พิธา และ “น้องก้อย”
ขุมทรัพย์จากป่าสู่สูตรยาพลิกโลก ephedrine (1)