bg-single

นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ชี้ทางสกัดโศกนาฏกรรมในรั้วโรงเรียน ‘ถ้าลิดกิ่งก้าน โดยไม่ปรับปรุงลำต้น เดี๋ยวปัญหาอื่นก็ปรากฏ’

17.08.2026

รายงานพิเศษ | พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร

นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์

ชี้ทางสกัดโศกนาฏกรรมในรั้วโรงเรียน

‘ถ้าลิดกิ่งก้าน โดยไม่ปรับปรุงลำต้น เดี๋ยวปัญหาอื่นก็ปรากฏ’

ถอดบทเรียนครั้งแล้วครั้งเล่า จนกลายเป็นคำที่วนมาในทุกเหตุการณ์ ตั้งแต่ตึกถล่ม ไฟไหม้ จนถึงโศกนาฏกรรมครั้งสำคัญที่ถูกจารึกบนบรรทัดประวัติศาสตร์ความรุนแรงในรั้วโรงเรียน

เหตุกราดยิงโดยเด็กชายวัย 14 ในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ที่ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตหลักสิบราย รวมถึงผู้ก่อเหตุ สะเทือนหัวใจผู้คนในสังคม ล่าสุดตำรวจแถลงสรุปคดี ชี้สาเหตุว่ามาจากปัจจัยหลายประการ ทั้งครอบครัว การเรียน ความสัมพันธ์กับเพื่อน รวมถึงการรับชมสื่อออนไลน์ที่มีเนื้อหารุนแรง

ในช่วงเวลาเช่นนี้ การเสนอทางออก ป้องกัน และแก้ไขถูกระดมอย่างเข้มข้น หวังสกัดไม่ให้เกิดซ้ำ

นายแพทย์ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ อดีตที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต และอดีตนายกสมาคมจิตแพทย์เด็กแห่งประเทศไทย มองว่า นี่เป็นโอกาสที่จะแก้ไขใน ‘เชิงระบบ’ ให้การดูแลช่วยเหลือนักเรียนครอบคลุมปัญหาความรุนแรง ต้องโฟกัส ‘ลำต้น’ มิเช่นนั้น ปัญหาก็จะยังงอกกลับมาไม่รู้จบสิ้น

“ถ้าระบบไม่ดี ไปลิดกิ่งก้านใบเป็นเรื่องๆ ไปก็ทำไม่สำเร็จหรอก เพราะเรื่องมันเยอะมาก กว่าจะแก้ปัญหาเป็นรายเรื่องได้ ต้องแก้ปัญหาในเชิงระบบ” นายแพทย์ยงยุทธย้ำ ก่อนตอบคำถามว่า สุดท้ายเราควร ‘ไปทางไหนต่อ’

: อยากให้ช่วยลงรายละเอียดอย่างเป็นรูปธรรมว่า ‘การแก้ไขเชิงระบบ’ ต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง?

ปัญหานักเรียนในโรงเรียนยุคปัจจุบันมันมีมากอยู่แล้ว ต้นเหตุคือสภาพเด็กและครอบครัวประกอบกับปัจจัยแวดล้อม เช่น สื่อโซเชียล เรื่องของแบบอย่างความรุนแรง สารเสพติด เมื่อบวกกับตัวเด็กและครอบครัวที่บางส่วนอาจจะไม่เข้มแข็ง ก็ทำให้มีปัญหาได้ง่าย และจะออกมาในรูปแบบไหนก็ได้ บุหรี่ไฟฟ้าเอย กัญชาเอย ติดเกมเอย บูลลี่เอย กระทั่งรุนแรงสุดคือ School Shooting

ทั้งหมดนี้ถ้าพูดง่ายๆ คือส่วนที่เรียกว่าภูเขาน้ำแข็งที่โผล่ขึ้นมา ข้างล่างมีอีกเยอะ

ผมอยากเปรียบเทียบว่ารายละเอียดของปัญหามันเป็นกิ่ง ก้าน ใบ ถ้าเราไปลิดกิ่ง ก้าน ใบ โดยไม่ได้แก้ที่ลำต้น ไม่ได้ปรับปรุงลำต้นให้แข็งแรง เดี๋ยวปัญหาอื่นๆ มันก็จะปรากฏขึ้นมา

ระบบการดูแลนักเรียนคือสิ่งที่จะจัดการกับปัญหาอย่างเป็นลำดับ ตอนนี้ทุกคนตื่นตัวจากเหตุการณ์ที่น่าสลดใจ ทำให้เกิดการเสนอทางออกที่ไปเน้นปัญหาเฉพาะหน้า ที่สำคัญคือการควบคุมอาวุธปืนในโรงเรียน ซึ่งที่จริงก็เหมือนการแก้ที่กิ่ง ก้าน ใบ ไม่ได้แก้ที่ลำต้น ถ้าจะแก้ที่ลำต้น ต้องทำให้ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเข้มแข็ง

ระบบนี้โรงเรียนต่างๆ เคยมีพื้นฐานมาก่อนในช่วง 20-30 ปีที่แล้ว แต่ระยะหลังลดความเข้มแข็งลงไป ประกอบกับปัญหาใหม่ๆ ก็เข้ามา ครูที่เคยฝึกอบรมไว้เมื่อ 20 ปีก่อนก็เกษียณไปหมดแล้ว

ในระบบมีตั้งแต่การรู้จักเด็กเป็นรายบุคคล คัดกรองเด็กกลุ่มเสี่ยงออกมา กลุ่มเสี่ยงต้องช่วยเหลือตั้งแต่เนิ่นๆ โดยระบบที่ใกล้สุดคือครูประจำชั้น ถ้าไม่ไหวก็ไปครูแนะแนวซึ่งจะเป็นผู้พิจารณาส่งต่อ

ส่วนสายส่งเสริมคือ ชั่วโมงโฮมรูมทุกเช้า ซึ่งควรมีการปรึกษากัน และมีการประชุมผู้ปกครองชั้นเรียน มีการสอนทักษะชีวิตซึ่งมีหลายรูปแบบ เครื่องมือพวกนี้ปัจจุบันมันไม่ได้ถูกทำให้กลายเป็นระบบที่เชื่อมโยงเกื้อกูลกัน ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างโรงเรียน, นักเรียน และผู้ปกครอง ระบบดูแลช่วยเหลือที่ดีจะรวม 3 อย่างนี้ไว้ด้วยกัน

โรงเรียนก็ดูแล คัดกรอง ช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหา นักเรียนก็ช่วยกันเองด้วย ระบบนี้จะมีบัดดี้ ให้เด็กที่เป็นจุดแข็งเข้ากับเด็กที่เป็นจุดอ่อน ผู้ปกครองก็จะเข้ามาเป็นองค์ประกอบสำคัญ เช่น ถ้าเด็กมีปัญหา จะไปเยี่ยมบ้าน ถ้าเด็กไม่มีปัญหาก็ประชุมผู้ปกครองให้มีการพัฒนาเรื่องการเลี้ยงดู

: หลายครั้งพบว่าเยาวชนที่ก่อเหตุรุนแรงได้นิยามจากคนรอบตัวว่า สุภาพ เรียบร้อย เรียนดี ผู้ปกครองและครูจะสังเกตเบื้องต้นได้อย่างไรว่าเด็กคนไหนอาจกำลังมีปัญหาที่ซ่อนลึกในใจ?

การสังเกตจะมีเครื่องมือช่วย เรียกว่าแบบคัดกรองจุดแข็งจุดอ่อน ซึ่งจะไม่ได้ใช้แค่ประสบการณ์ของครูเท่านั้น แต่ใช้องค์ความรู้ หลักฐานเชิงประจักษ์ จะแบ่งเด็กกลุ่มที่มีปัญหา ทั้งอินโทรเวิร์ต เช่น เก็บตัว ขี้กังวล ซึมเศร้า และเอ็กซ์โทรเวิร์ต เช่น ก้าวร้าว สมาธิสั้น

ถ้าระบบดีจะไม่หลุด และมีการคัดกรองทุกเทอม แล้วไปช่วยแก้ไข ทุกวันนี้ระบบ decline (ถดถอย) ลงไปมาก คือคัดกรองแล้วเก็บเป็นสารสนเทศของโรงเรียน แต่ระบบที่ดี พอรู้ว่าเด็กคนไหนเสี่ยงก็แก้ไขทันที

ครูที่ปรึกษาจะทำกิจกรรม 5 อย่างที่เป็นพื้นฐาน คือไปเยี่ยมบ้านของเด็กกลุ่มที่น่าจะมีปัญหา ซึ่งทำให้เห็นสภาพครอบครัวและช่วยกันแก้ จะมีการส่งเสริมให้เด็กมีความภาคภูมิใจ เช่น ช่วยครูทำงานในห้อง แจกสมุด หาบัดดี้ที่ดีให้ มีการสอนซ่อมเสริมในวิชาที่เป็นปัญหา และสนับสนุนให้ทำกิจกรรม เพราะเด็กที่อาจไม่เก่งการเรียนก็สามารถเก่งด้านอื่นได้

มาตรการนี้ครูประจำชั้นซึ่งดูแลเด็กแค่ 20-30 คน มันไม่ยาก ถ้าดูแล้วเห็นว่าไม่ไหว ก็ต้องปรึกษาครูแนะแนว ซึ่งปัจจุบันก็ถดถอยไปมาก

พอไม่เห็นความสำคัญ เมื่อครูแนะแนวเกษียณไปก็จะเอาตำแหน่งนี้ไปจ้างครูสอนวิชาอื่นๆ จากเดิมที่เราเคยมีสัดส่วนครูแนะแนวในปริมาณที่ถือว่าดี เดี๋ยวนี้น้อยลงไปเยอะ

: การเพิกเฉย หรือมองว่าเป็น ‘เรื่องเล็กๆ’ เวลาเด็กๆ มาเล่าปัญหา อาจส่งผลร้ายแรงกว่าที่คิด ผู้ใหญ่ควรปรับทัศนคติตนเองอย่างไร?

ระบบมันต้องว่องไวต่อปัญหา เพราะฉะนั้นทัศนคติก็สำคัญ ทำไมในเครื่องบินถึงห้ามพูดคำว่าระเบิด หรือบอกว่ามีปืน แม้จะพูดเล่นก็ห้าม ถ้าเจ้าหน้าที่ได้ยินต้องจัดการทันที ไม่สำคัญว่าจริงหรือไม่ แต่ต้องมี risk management (การจัดการความเสี่ยง) สมมุติ 10 ราย พูด 9 รายไม่จริง แต่ 1 รายจริง คราวนี้เรื่องใหญ่ เพราะเราไปดูแคลน 1 เรื่องนั้น ตรงนี้เป็นทัศนคติที่ต้องเข้าใจว่าความสัมพันธ์ในโรงเรียนต้องเกื้อกูลกัน ถ้านักเรียนแจ้งครู ครูต้องใส่ใจ ระบบต้องเวิร์ก ครูประจำชั้นต้องรู้ว่าเด็กมีปัญหาอะไร

โรงเรียนมีโฮมรูม 10-15 นาทีทุกเช้า ถ้าใช้ระบบนี้ให้เป็น ใช้ให้ดี จะสามารถ detect (ตรวจพบ) ปัญหาและช่วยแนะนำเด็กได้

แต่พอละเลยให้เป็นแค่ชั่วโมงทวงการบ้าน หรือตักเตือนชนิดวันเวย์ มันก็ไม่มีพลัง

: ประโยค ‘เด็กสมัยนี้’ มีมาทุกยุค แต่ยุคนี้ดูเหมือนถูกขีดเส้นใต้แบบถี่ๆ ล่าสุด ครูท่านหนึ่งโพสต์คำว่า ‘เด็กรุ่น (ตัวเงินตัวทอง)’ คนกดไลก์เป็นแสน ปัญหาความไม่เข้าใจกันที่อาจลุกลามบานปลาย มีทางแก้อย่างไร?

ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็น School Base Program มันจะเริ่มจากเจตคติก่อน ครูต้องเข้าใจว่าเราเหมือนพ่อแม่คนที่ 2 ถ้าพ่อแม่คนที่ 1 มีปัญหา จะไหลมาให้เราต้องช่วยดู มันเป็นหน้าที่ที่มีคุณค่ามาก ต้องมีทักษะตั้งแต่การประเมินเด็ก การช่วยเหลือเด็กเบื้องต้น และการส่งต่อ

โรงเรียนก็ไม่ใช่ให้มีแค่ครูเป็นคนทำ แต่ต้องมีทีมคอยดูแล เตรียมประชุมผู้ปกครองชั้นเรียนให้เข้าใจการเลี้ยงลูกในยุคโซเชียล การจัดการเรื่องบูลลี่ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ พวกนี้เป็นพฤติกรรมซ้ำๆ

ถ้าระบบดีมันต้องเห็นและจัดการได้



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

E-DUANG | “ทางออก” อันเป็น “ทางเลือก” หาก อนุทิน ชาญวีรกูล อำลา
ควันหลงเยือนจีน… เพลงรักของไต้หวัน! ร้องเพลงหวานที่ปักกิ่ง กินยาขมที่กรุงเทพฯ
‘นี่ฉันไง ไม่ใช่ AI’
ดินแดง ราชปรารภ น้ำใจ ไมตรี ระหว่าง ผู้ชุมนุม ก่อนสละชีพ โดยกระสุนเข้ม
นพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ ชี้ทางสกัดโศกนาฏกรรมในรั้วโรงเรียน ‘ถ้าลิดกิ่งก้าน โดยไม่ปรับปรุงลำต้น เดี๋ยวปัญหาอื่นก็ปรากฏ’
ถ้าสังคมมันเปลี่ยนยาก แล้วโจทย์ต่อไปคืออะไร? ถามก่อนจะปลง
ความหวัง ‘ลงทุน’ ไทย พลิกชะตา ศก.หวังโต 3%
เช็กฐานที่มั่น ตท.26 ‘บิ๊กปู’ กุมบังเหียน ทบ.-ทร. แอนตี้ นโยบาย 2 ปีอัพ สโลว์ดาวน์ ‘ทัพภาค 1’ จับตา พลัง ตท.28
สพป.ชัยนาท แสดงพลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร เสียงหลัง”กำแพง”
E-DUANG | ภาพลักษณ์ ปฏิมา การเมือง ของ ทิม พิธา และ “น้องก้อย”
ขุมทรัพย์จากป่าสู่สูตรยาพลิกโลก ephedrine (1)