เทคโนโลยี กับการเผยแพร่สัญลักษณ์ทางการเมือง ภายหลังการปฏิวัติ 2475 | ณัฐพล ใจจริง

“ทุกวันนี้ ประเทศสยามมีรัฐธรรมนูญเป็นหลักปกครองประเทศ รัฐธรรมนูญได้แสดงการรับรู้สิทธิและหน้าที่ของปวงชนชาวสยามไว้แจ้งชัด รัฐธรรมนูญทำลายเครื่องกีดขวางที่แบ่งชั้นระหว่างบุคคลเสียสิ้นเชิง รัฐธรรมนูญให้ความเสมอภาค ให้เสรีภาพแก่บุคคลทุกคนโดยทั่วหน้ากัน รัฐธรรมนูญไม่ต้องการให้มีไพร่ มีข้า และมีบ่าว…”
(สำนักงานโฆษณาการ, 2479, 17-18)
เมื่อการปฏิวัติ 2475 ถูกต่อต้านจากกลุ่มอนุรักษนิยมในหลากหลายวิธีการแม้กระทั่งการก่อกบฏบวรเดช (2476) รัฐบาลคณะราษฎรเห็นถึงความจำเป็นในการชี้แจงเหตุผลในการเปลี่ยนแปลงการปกครองและประโยชน์ที่จะเกิดกับราษฎรจากระบอบการปกครองใหม่ เพื่อให้กลุ่มอนุรักษนิยมที่ต่อต้านระงับการต่อต้านและหมดทิฐิมานะลง (สำนักงานโฆษณาการ, 2477, 6-7)
ด้วยเหตุที่ราษฎรในชนบทยังขาดการศึกษา อ่านออกเขียนได้ยังน้อย อีกทั้งวิทยุกระจายเสียงยังมีราคาแพงและมีกำลังส่งต่ำ ดังนั้น สำนักงานโฆษณาการจึงเลือกใช้นโยบายเชิงรุกในการเดินทางเข้าหาประชาชนในชนบทในที่ทุรกันดารต่างๆ ด้วยการพูดอธิบายแบบถึงตัวด้วยการปาฐกถา การปาฐกถาครั้งหนึ่งๆ ใช้เวลา 1-2 ชั่วโมง การเดินทางในแต่ละหนใช้เวลาประมาณ 3 เดือน (สุวิมล พลจันทร์, 24)

สภาพไพร่ในระบอบเก่า และคู่มือพลเมือง
ความมุ่งมั่นและความสมบุกสมบัน
ต้นปี 2477 สำนักงานโฆษณาการตั้งหน่วยปาฐกถาขึ้น 3 หน่วย แต่ละหน่วยมีหัวหน้า 1 คน ผู้ช่วย 1 คน และเสมียนผู้น้อย 1 คน ไพโรจน์ ชัยนาม หนึ่งในคณะปาฐกถาครั้งนั้นเล่าถึงความยากลำบากในการเดินทางในครั้งนั้นว่า
เส้นทางไปในภาคอีสาน ตลอดทางเป็นทางเกวียนเลาะเลี้ยวไปตามป่าดง หลายช่วงเป็นดินทราย รถต้องค่อยๆ แล่นผ่านไป ระหว่างทางรถหลงทางเข้าติดปลัก ล้อรถติดร่องลึกเกินกว่าเพลารถ คณะปาฐกถาต้องลงหาไม้มาช่วยกันงัด โชคดีพบชาวบ้านเดินผ่านมา พวกเขาให้ยืมมีดและขวาน พร้อมช่วยตัดต้นไม้ให้ด้วย
ไพโรจน์บันทึกความประทับใจในครั้งนั้นว่า “แม้ภาคอีสานจะเป็นป่าดง ไม่เจริญก็ดี แต่น้ำใจคนเจริญดีมาก…น้ำใจคนอีสาน แม้จะยากจนก็จริง แต่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ดีมาก” (ไพโรจน์, 2504, 564-565)
การเดินทางบางครั้งคณะต้องลงเรือเล็กเดินทางในแม่น้ำโขง เรือเผชิญกับกระแสน้ำเชี่ยวจนเรือโคลงจนเกือบล่ม ระหว่างเดินทางเห็นจระเข้ในแม่น้ำ มองบนฝั่งเห็นนกยูงรำแพนหางอย่างสวยงาม บางจังหวัดต้องซ่อมเรือลำเดียวที่รั่วเพื่อให้คณะเราขอยืมเรือเพื่อใช้เดินทางต่อไป

ตลาดเมืองสกลนคร ใกล้พระธาตุเชิงชุม 2475-2480 เครดิตภาพ : ธงชัย ลิขิตพรสวรรค์
สิ่งพิมพ์ แผ่นเสียง ภาพนิ่ง และภาพยนตร์
: เทคโนโลยีในการเผยแพร่สมัยแรกเริ่ม
การเดินทางเผยแพร่ประชาธิปไตยแต่ละครั้ง คณะประกอบด้วยสมาชิกราว 3 คน ประกอบด้วย หัวหน้า 1 คน ผู้ช่วย 1 คน และเสมียนผู้น้อย 1 คน มีการเตรียมทั้งเนื้อหาในการไปบรรยาย เอกสาร สิ่งพิมพ์ที่นำไปแจก รวมทั้งอุปกรณ์ในเผยแพร่ต่างๆ ด้วย
ไพโรจน์เล่าต่ออีกว่า แผนกปาฐกถาเผยแพร่ประชาธิปไตย ประกอบด้วยข้าราชการหนุ่ม ผู้มีไฟแรง ถนัดความสมบุกสมบัน เพราะต้องเดินทางด้วยการขี่ม้า หรือนั่งรถบรรทุกที่ขนครื่องปั่นไฟ ไมโครโฟน หีบเสียง แผ่นเสียงต่างๆ พร้อมภาพรัฐธรรมนูญและหนังสือเล่มบางๆ ที่เขียนแนะนำการปกครองและรัฐธรรมนูญที่เข้าใจง่ายไปแจกราษฎรในต่างจังหวัด
ต่อมา ในช่วงหลัง 2483 แล้ว สำนักงานฯ จัดทำภาพยนตร์และนำไปฉายให้ราษฎรตามพื้นที่ต่างๆ ได้ชมเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และให้ความรู้ทางการเมืองด้วย (ไพโรจน์ ชัยนาม, 2538, 28-29)
จากประวัติของสมบูรณ์ เหล่าวานิช (2453-2515) อดีตข้าราชการหนุ่มในหน่วยงานครั้งนั้น เขาเล่าว่า เขาเคยติดตามคณะไปเผยแพร่ประชาธิปไตย โดยทำหน้าที่เสมียนทำบัญชี จดรายจ่ายต่างๆ พร้อมจดบันทึกรายงานการเดินทางและรายงานปฏิบัติงานของคณะปาฐกถา ทั้งนี้ สำนักงานฯ กำหนดแต่หัวข้อกว้างๆ ให้พูดเท่านั้น นักพูดจะต้องขยายความด้วยตนเอง ดังนั้น เสมียนจึงมีหน้าที่จดชวเลขในการพูดเพื่อมิให้นักพูดพูดซ้ำหรือวกวนจนเกินไป บางครั้งต้องทำหน้าที่เป็นพ่อครัว หุงข้าว ต้มน้ำ กรอกน้ำใส่ขวดให้คณะดื่มกินด้วย
นอกจากทำบัญชี ทำครัวแล้ว เสมียนยังต้องช่วยคณะแจกเอกสารเผยแพร่ เช่น สมุด หนังสือ ภาพรัฐธรรมนูญ ถ่ายภาพกิจกรรม รวมทั้งการเปิดแผ่นเสียง ฉายภาพนิ่งให้ราษฎรตามที่ต่างๆ รับชม รวมทั้งการอำนวยให้การปาฐกถาแต่ละครั้งมีความราบรื่น (สมบูรณ์ เหล่าวานิช, 2515, 14)

การเดินทางบนทางเกวียน 2482 เครดิตภาพ : สมุดภาพกรมทางหลวง
คาดว่าแผ่นเสียงที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลนำไปเปิดให้ราษฎรฟัง น่าจะเป็นเพลงชาติที่ถูกแต่งขึ้นภายหลังการปฏิวัติ 2475 อันปรากฏคำร้องว่า “แผ่นดินสยามนามประเทืองว่าเมืองทอง ไทยเข้าครองตั้งประเทศเขตต์แดนสง่า สืบเผ่าไทยดึกดำบรรพ์โบราณลงมา รวมรักษาสามัคคีทวีไทย… “ (เพลงชาติไทย ฉบับ 2476) ส่วนภาพนิ่งที่ฉายน่าจะเป็นผู้นำทางการเมืองขณะนั้น รวมทั้งให้ประชาทราบถึงธงชาติ และรัฐธรรมนูญฯ อันเป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นตามระบอบใหม่ที่แตกต่างไปจากระบอบเก่าที่ยึดถือตัวบุคคล
กิจกรรมเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า การปาฐกถาเผยแพร่ประชาธิปไตยครั้งนั้นไม่แต่เพียงการบรรยาย พูดคุยเท่านั้น แต่ยังมีการนำเทคโนโลยีการสื่อสารที่ก้าวหน้าไปยังชนบทด้วย เช่น การเปิดเพลงจากเครื่องเล่นแผ่นเสียง การฉายภาพแผ่นกระจกจากเครื่องการฉายภาพยนตร์ การใช้เครื่องขยายเสียง และแจกจ่ายเอกสารสิ่งพิมพ์ต่างๆ ให้ประชาชนด้วย
ความสมบุกสมบันและความยากลำบากในการเดินทางนั้น สมบูรณ์เคยทิ้งกระเป๋าเดินทาง 2 ใบที่เป็นไฟเบอร์ที่เพิ่งซื้อมาใช้เมื่อต้นการเดินทางทิ้ง เนื่องจาก สภาพกระเป๋าขาดทะลุและบี้แบนเสียแล้ว

เครื่องเล่นแผ่นเสียงแผ่นครั่งแบบกระเป๋าหิ้ว และเครื่องฉายสไลด์กระจก
การเปลี่ยนราษฎรให้มีสำนึกพลเมือง
ในที่สุด รัฐบาลเห็นความจำเป็นต้องเร่งยกระดับความสำนึกราษฎรให้เป็นพลเมืองที่สอดคล้องกับการปกครองใหม่ กรมโฆษณาการจัดพิมพ์คู่มือพลเมือง (2479) สันนิษฐานว่าผู้จัดทำคือ ไพโรจน์ ชัยนาม เนื่องจากมีเนื้อหาบางส่วนและรูปประโยคคล้ายคลึงกับคำสอนปริญญาตรีวิชากฎหมายรัฐธรรมนูญ มหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง (2478) ที่เขียนโดยเขาเอง
จากประสบการณ์ของเขาที่เดินทางไปปาฐกถาทั่วสารทิศเป็นเวลาหลายปีของคณะทำให้เขาทราบว่า ราษฎรในพื้นที่ห่างไกลไม่มีความสำนึกว่าพวกเขามีความสำคัญในการปกครอง และมูลเหตุของการขาดความสำนึกในการเป็นเจ้าของประเทศ คือความยาวนานของระบอบเดิมที่เชื่อกันว่าประเทศนั้นเป็นของ “คนใดคนหนึ่ง” (เขมชาติ, 2478)
ดังนั้น ไพโรจน์จึงได้รับมอบหมายให้เรียบเรียงคู่มือพลเมืองสำหรับคนไทยตามแบบอย่างหนังสือคู่มือพลเมืองของฝรั่งเศส ที่สอนสิทธิและหน้าที่พลเมืองให้คนฝรั่งเศส ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย (ไพโรจน์, 2538, 27)
คู่มือพลเมือง (2479) ที่รัฐบาลจัดทำขึ้นแจกจ่ายแก่ราษฎรครั้งแรก มี 20 เรื่อง เช่น เรื่องชาติ ประเทศ พลเมือง สิทธิของพลเมือง การปกครองของสยามในสมัยปัจจุบัน-รัฐธรรมนูญ อำนาจอธิปไตย การเลือกตั้งผู้แทนราษฎร การจัดทำพระราชบัญญัติ อำนาจบริหาร-รัฐบาล-พระมหากษัตริย์ อำนาจบริหาร-รัฐบาล-คณะรัฐมนตรี อำนาจตุลาการ-ศาล ระเบียบราชการบริหาร การต่างประเทศ การป้องกันประเทศ ภาษี งบประมาณของประเทศ การศึกษาของพลเมือง เป็นต้น
ในหนังสือดังกล่าวแยกแยะความแตกต่างระหว่างผู้คนในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์กับระบอบประชาธิปไตยว่า ราษฎรในระบอบเดิมไม่รู้ถึงการมีสิทธิ รู้แต่มีหน้าที่ ไม่มีสิทธิทางการเมือง ไม่มีโอกาสรับทราบการปกครองประเทศ ปราศจากความเสมอภาค คนถูกแบ่งออกเป็นชั้นๆ เสรีภาพแทบจะไม่มี แต่ “ทุกวันนี้ ประเทศสยามมีรัฐธรรมนูญเป็นหลักปกครองประเทศ รัฐธรรมนูญได้แสดงการรับรู้สิทธิและหน้าที่ของปวงชนชาวสยามไว้แจ้งชัด รัฐธรรมนูญทำลายเครื่องกีดขวางที่แบ่งชั้นระหว่างบุคคลเสียสิ้นเชิง รัฐธรรมนูญให้ความเสมอภาค ให้เสรีภาพแก่บุคคลทุกคนโดยทั่วหน้ากัน รัฐธรรมนูญไม่ต้องการให้มีไพร่ มีข้า และมีบ่าว แต่ต้องการให้ทุกๆ คนเป็นพลเมืองโดยแท้จริง”1
รัฐบาลคณะราษฎรเลือกใช้เทคโนโลยีใหม่ในการเผยแพร่ประชาธิปไตยไปยังชนบท ด้วยเครื่องเล่นแผ่นเสียง เครื่องฉายภาพนิ่ง เครื่องฉายภาพยนตร์ เครื่องขยายเสียง เอกสาร สิ่งพิมพ์ต่างๆ เพื่อมุ่งสร้างสำนึกทางการเมืองแบบใหม่ให้แก่ราษฎรว่า พวกเขาเป็นเจ้าของประเทศ เป็นชาติเดียวกัน และเป็นแหล่งที่มาของอำนาจสูงสุดในการปกครอง
1สำนักงานโฆษณาการ, คู่มือพลเมือง (พระนคร : โรงพิมพ์บำรุงนุกูลกิจ, 2479), หน้า 17-18.

สมุดความสำคัญของธงชาติและโน้ตเพลงชาติ ที่รัฐบาลจัดทำขึ้นแจกจ่ายราษฎร

ตัวอย่างแผ่นสไลด์กระจกผู้นำการเมือง เครดิตภาพ : หอภาพยนตร์แห่งชาติ

คู่มือพลเมือง (2479) และรัฐธรรมนูญ (2480)
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
