bg-single

คุยกับทูต | ฟาน จี๊ ทัญ เตรียมอำลาไทย หลังสามปีที่ผูกพัน สานสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม (จบ)

07.01.2024

บทบาทในฐานะเอกอัครราชทูตเวียดนามประจำประเทศไทยกับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

“พูดโดยรวม ไม่มีความท้าทายใดๆ เกิดขึ้นกับผมในประเทศไทย นอกจากรู้สึกโชคดีมากที่ได้มาอยู่ที่นี่และยังได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดี อาจมีปัญหาบางอย่างซึ่งต้องใช้เวลาและความพยายามให้มากขึ้น ก็เป็นเรื่องปกติของชีวิต”

นายฟาน จี๊ ทัญ (H.E. Mr. Phan Chi Thanh) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจำประเทศไทยเล่าถึงประสบการณ์ในงานที่หลากหลายอย่างน่าสนใจ

“เนื่องจากประเทศของเราทั้งสองมีความสัมพันธ์ที่ดีมาก ทำให้การใช้ชีวิตของผมง่ายขึ้นมาก สามปีที่ผ่านมาตั้งแต่ที่ผมมาประเทศไทยในฐานะเอกอัครราชทูต จึงนับเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับผมและครอบครัว เพราะผมได้รับการสนับสนุนและความร่วมมืออย่างเต็มที่จากรัฐบาลไทยตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอื่นๆ”

“ความท้าทายบางอย่างอาจเกิดขึ้นเมื่อเอกอัครราชทูตต้องหาทางแก้ไขเรื่องต่างๆ ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติบางประการ ในกรณีของผมบอกได้เลยว่าเป็นความยากลำบากสำหรับเราเพียงใดที่จะบรรลุเป้าหมายในช่วงที่การแพร่ระบาดของโควิด-19 อยู่ในระดับสูงสุดในปี 2020-2021”

นายฟาน จี๊ ทัญ (H.E. Mr. Phan Chi Thanh) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจำประเทศไทย

การรับราชการทางการทูตเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต ได้เป็นตัวกำหนดปัจจุบันอย่างไร

“แนวทางการเป็นทูตของผมไม่เหมือนข้าราชการอาวุโสกระทรวงต่างประเทศที่ผ่านๆ มา เพราะก่อนหน้าที่จะมาประเทศไทย ผมทำงานเป็นเลขาธิการคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันภายใต้นายกรัฐมนตรี”

“เมื่อตอนที่ยังเป็นเด็ก ผมมีความใฝ่ฝันที่จะเป็นนักการทูต ได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับไอดอลนักการทูตที่มีชื่อเสียงระดับโลก มีความชื่นชมนักการทูตและนักการเมืองที่โดดเด่นของเวียดนามเป็นพิเศษที่ได้ไปเจรจาข้อตกลงสันติภาพเจนีวา (Geneva Peace Agreement) ในทศวรรษ 1950 และข้อตกลงสันติภาพปารีส (Paris Peace Agreement) ในทศวรรษ 1970 เพื่อยุติสงครามความขัดแย้งอันยาวนานในเวียดนามและนำสันติภาพมาสู่ชาวเวียดนาม”

“ผมเข้าร่วมงานกับกระทรวงต่างประเทศเวียดนามในทันทีหลังสำเร็จการศึกษาจากสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมอสโก ในฤดูร้อนปี 1988 ขณะยังหนุ่มอายุ 25 ปี ตั้งแต่นั้นมา ผมก็ได้ไปทำงานในหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ประจำภูมิภาคอาเซียน นักเจรจาการค้า หัวหน้าผู้ประสานงานของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลระหว่างเวียดนามและต่างประเทศ ไปจนถึงอธิบดีและเลขาธิการในสำนักนายกรัฐมนตรี และนอกจากงานบริการสาธารณะของรัฐแล้ว ผมยังมีโอกาสทำงานเป็นนักกลยุทธ์ระดับองค์กรฝ่ายบริหารปฏิบัติการพิเศษ (SOE) และเป็นที่ปรึกษาของธนาคารโลกในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.”

“ด้านการศึกษา ผมจบด้านการทูตและกิจการระหว่างประเทศในสหรัฐอเมริกา แคนาดา สิงคโปร์ และรัสเซีย ได้รับปริญญาเอกด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจากสถาบันการทูตเวียดนาม (Diplomatic Academy of Vietnam) การที่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตและศึกษาวัฒนธรรมทั้งตะวันออกและตะวันตก จึงช่วยสร้างและยกระดับวิถีชีวิตของผมในฐานะเป็นนักระหว่างชาติ (Internationalist) และนักการทูต”

“โดยสรุป การได้รับประสบการณ์ที่ดีทั้งในด้านการบริการทางการทูตและบริการสาธารณะ รวมทั้งประสบการณ์การทำงานในภาคธุรกิจและองค์กรระหว่างประเทศ จึงเป็นส่วนที่ทำให้ผมมีพื้นฐานที่ดีในการปฏิบัติหน้าที่เอกอัครราชทูต”

กิจกรรมการพักผ่อนของนักการทูต

“ผมอยู่กับครอบครัวที่กรุงเทพฯ เมื่อใดก็ตามที่พอมีเวลาว่าง ก็อยากจะใช้เวลากับครอบครัว หากพูดถึงงานอดิเรก เราก็มีเหมือนกัน และนั่นคือการเดินทาง จุดอ่อนของเราคืออาหารไทย เมื่อใดก็ตามที่โอกาสอำนวย เราจะเดินทางไปด้วยกันนอกเมือง หรือต่างจังหวัด”

“มาถึงเรื่องกีฬา ตอนนี้ผมยังคงเล่นฟุตบอลกับเพื่อนร่วมทีม และบางครั้งก็เล่นกับบรรดาเพื่อนๆ นักการทูตที่ประจำในกรุงเทพฯ ส่วนกีฬากอล์ฟ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้ผมมีความสนุกสนาน คลายเครียด ช่วยเติมพลังให้กับร่างกายและจิตใจ”

“ผมมีความสุขมากที่ได้ไปเที่ยวเมืองไทยเกือบ 40 จังหวัดแล้ว ได้เรียนรู้มากมายจากการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นด้านมรดกทางวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น สถานที่ท่องเที่ยวตามธรรมชาติ และคนท้องถิ่น แถมบางจังหวัดผมมีโอกาสได้ไปเยือนมากกว่าหนึ่งครั้งเพราะสถานทูตเรามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดมากกว่า เช่น อุดรธานี ซึ่งผมไปมากกว่า 10 ครั้ง จังหวัดนี้มีชุมชนเวียดนามที่ใหญ่และเข้มแข็งมาก และเราก็มีความร่วมมือเป็นอย่างดีกับหน่วยงานของรัฐส่วนท้องถิ่น”

“สำหรับระยะเวลาที่ยังเหลือในระหว่างที่ผมดำรงตำแหน่งนี้ในประเทศไทย ก็อยากจะไปเที่ยวจังหวัดอื่นๆ อีกโดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้”

นายฟาน จี๊ ทัญ (H.E. Mr. Phan Chi Thanh) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจำประเทศไทย

สิ่งที่ทำให้รู้สึกภาคภูมิใจมากที่สุดเมื่อนึกถึงบ้านเกิดเมืองนอน

“ความภูมิใจของผมคือประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชาติเรา ชาวเวียดนามมีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ชาติของตนในการต่อต้านการครอบงำของต่างชาติ จนบรรลุอิสรภาพ เราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งในบิดาผู้ก่อตั้งประเทศของเราโฮจิมินห์ (Hồ Chí Minh) รัฐบุรุษที่ยิ่งใหญ่ของเวียดนาม ซึ่งเป็นประธานาธิบดีคนแรก”

“หลัง 78 ปีแห่งอิสรภาพ และ 37 ปีของการปฏิรูปเศรษฐกิจโด่ยเหม่ย (Doi Moi Reform) เวียดนามได้เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศที่มีพลวัตในภูมิภาค”

“ชาวเวียดนามมีจิตวิญญาณแห่งความรักชาติที่หยั่งรากลึก และมีความรักอย่างแรงกล้าต่อสันติภาพ อิสรภาพ และเสรีภาพ พวกเขายึดมั่นในประเพณี ทำงานหนัก และสร้างสรรค์ทั้งในการสร้างและพัฒนาประเทศ วัฒนธรรมอันมั่งคั่งของเวียดนามเน้นที่ความผูกพันในชุมชนและครอบครัว ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของประเทศและเอกลักษณ์ที่โดดเด่นทำให้เกิดความรู้สึกเป็นเอกลักษณ์ การอนุรักษ์และส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมอันยาวนานของเวียดนาม ซึ่งรวมถึงประเพณี พิธีกรรม คติชน และภาษา ถือเป็นความภาคภูมิใจที่สำคัญ”

“ในโอกาสนี้ ผมขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ขอขอบคุณสำนักพระราชวัง รัฐบาลไทย รัฐสภา กระทรวง จังหวัด และองค์กรต่างๆ ที่ผมได้รับการสนับสนุนและความร่วมมืออย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งในประเทศไทย”

“นอกจากนี้ ผมขอสื่อสารถึงเพื่อนร่วมงาน เพื่อนชาวไทย เพื่อนชุมชนชาวเวียดนาม ชาวเวียดนามพลัดถิ่น และเพื่อนของชาวเวียดนามในประเทศไทยทุกๆ คน ผมขอส่งความปรารถนาดีและขอบคุณอย่างจริงใจในความเห็นอกเห็นใจและให้การสนับสนุนแก่สถานทูตของเราในกรุงเทพฯ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งผมจะทำให้ดีที่สุดไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใดก็ตาม เพื่อทะนุถนอมมิตรภาพ ความสัมพันธ์ และความร่วมมือระหว่างกัน ให้ประชาชนของเราได้มีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นต่อไป” •

นายฟาน จี๊ ทัญ (H.E. Mr. Phan Chi Thanh) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามประจำประเทศไทย

รายงานพิเศษ | ชนัดดา ชินะโยธิน

Chanadda Jinayodhin



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’
ฉบับประจำวันที่ 12-18 มิ.ย. 2569 ฉบับที่ 2391
E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี