bg-single

‘บทสนทนากับดวงอาทิตย์’ (VR) เมื่อ ‘อภิชาติพงศ์’ ไปไกลกว่า ‘teamLab’

04.02.2024

สุดสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราคม เพิ่งมีโอกาสเดินทางขึ้นเหนือไปดูผลงานชื่อ “A Conversation with the Sun” หรือ “บทสนทนากับดวงอาทิตย์” (VR) ที่ห้องประชุมคชสาร อบจ.เชียงราย

นี่คือผลงานศิลปะชิ้นใหม่ของ “อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล” ผู้กำกับภาพยนตร์หนึ่งเดียวของไทย ซึ่งเคยคว้ารางวัลปาล์มทองคำจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ ประเทศฝรั่งเศส

และเป็นกิจกรรมคู่ขนานของนิทรรศการศิลปะ “ไทยแลนด์เบียนนาเล่ เชียงราย 2023” ที่จัดแสดงระยะสั้นๆ ระหว่างวันที่ 25-29 มกราคมที่ผ่านมา

โดยส่วนตัว เห็นว่ามี 2-3 ประเด็นที่น่ากล่าวถึง หลังจากได้ชมงานศิลปะภาพเคลื่อนไหวชิ้นนี้

 

เรื่องแรก “บทสนทนากับดวงอาทิตย์” (VR) ถือเป็นงานศิลปะระดับอินเตอร์หรือระดับโลก ทั้งในแง่คุณภาพ ความทะเยอทะยาน และมูลค่าของโปรดักชั่น

แต่สิ่งที่แปลกมาก ก็คือ ทั้งๆ ที่เป็นการจัดแสดงงานรอบปฐมทัศน์ในประเทศไทย (หลังจากเคยจัดแสดงที่ญี่ปุ่นและเยอรมนีมาก่อนหน้านี้) ทว่า ผู้สร้างสรรค์ผลงานกลับเลือกพางานชิ้นนี้ไปเปิดตัวที่เชียงราย แถมยังใช้สถานที่เป็นห้องประชุมขนาดไม่เล็กแต่ก็ไม่ใหญ่โตโอ่โถง ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่าง อบจ. เสียอีก

กระนั้นก็ดี กลับยังมีคนจำนวนมากที่เข้าไปชมหรือมีปฏิสัมพันธ์กับ “บทสนทนากับดวงอาทิตย์” (VR) ทั้งคนในละแวกนั้น คนกรุงเทพฯ อีกไม่น้อย และชาวต่างชาติ

หากยึดเอาผลงานของอภิชาติพงศ์เป็น “ศูนย์กลาง” กรุงเทพมหานครที่เป็นศูนย์กลางของทุกอย่างในประเทศ ก็จะมีสถานะกลายเป็นแค่เพียง “บ้านนอก” หรือ “ดินแดนชายขอบ” ของจักรวาลแห่งนี้

การปรากฏขึ้นของ “A Conversation with the Sun-บทสนทนากับดวงอาทิตย์” (VR) ที่ห้องประชุมคชสาร จึงอาจถือเป็นกระบวนการกระจายอำนาจหรือการขัดขืนฝืนทานต่ออำนาจศูนย์กลางในอีกรูปแบบหนึ่ง

 

เรื่องที่สอง มีโอกาสไปเที่ยวชมงานศิลปะต่างๆ ที่จัดแสดงเป็นส่วนหนึ่งของไทยแลนด์เบียนนาเล่อยู่บ้างตามสมควร แม้ไม่ครบถ้วนด้วยข้อจำกัดทางด้านเวลา

แนวโน้มหรือกระแสใหญ่ข้อหนึ่งที่พอจะสังเกตเห็นได้ค่อนข้างชัดเจน คือ นอกจากจะเห็นการเชื่อมโยงโลกศิลปะเข้ากับการเมืองและประวัติศาสตร์ หรือการรัดร้อยผลงานศิลปะให้เป็นหนึ่งเดียวกับคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์แล้ว

ผลงานหลายชิ้น โดยเฉพาะในส่วน “วิดีโอ” ยังพยายามนำพาโลกศิลปะไปสัมผัสกับระบบนิเวศ-สภาพแวดล้อม ที่เป็นธรรมชาติ (ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต) รอบตัวมนุษย์

นี่ดูจะเป็นความมุ่งมั่นในการผลักดันศิลปะให้ก้าวพ้นไปจากการเป็นเพียง “ภาพแทน” (representation) ที่สื่อถึงแค่จินตนาการ ความใฝ่ฝัน ความคิดความเชื่อ ของมนุษย์คนหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่งเท่านั้น

พูดอีกแบบได้ว่า เหมือนผลงาน (วิดีโอ) ศิลปะเหล่านี้จะตั้งใจทำตัวเป็น “สารคดี” ที่ชักจูงผู้ชมให้ไปพบพาน “ความจริง” ชนิดอื่นๆ (ซึ่งมนุษย์เคยมองข้ามไป) มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ศิลปินจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายคน กลับยังคงวางฐานของงานตนเองอยู่ในโลกของ “ภาพแทน” แขนงต่างๆ

เมื่อหันมาพิจารณาที่ผลงานภาพเคลื่อนไหวอย่าง “บทสนทนากับดวงอาทิตย์” (VR) เราจะพบว่าแม้อภิชาติพงศ์ได้ถักทองานชิ้นนี้เข้ากับองค์ประกอบอื่นอันมากมายหลายหลาก ทั้งวิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ ประวัติศาสตร์ (และก่อนประวัติศาสตร์) การเมือง ความทรงจำ ความฝัน ตลอดจนโลกก่อนการถือกำเนิด/โลกหลังความตาย

แต่ท้ายสุด เขากลับยังมิได้ผลักดันงานชิ้นนี้ให้กลายเป็น “สารคดี” ที่นำเสนอความจริงอย่างค่อนข้างบริสุทธิ์ซื่อตรง หากเลือกจะพาผู้ชมดำดิ่ง-ผจญภัยใน “โลกแห่งจินตนาการ” และ “ภาพแทน” ซึ่งไปถึงขีดสุด กว่า “ภาพแทน” แบบเดิมๆ

ถ้ามองจากมุมของอภิชาติพงศ์ คล้ายกับว่ากระบวนการทำงานศิลปะยังคงวิ่งวนอยู่ภายในขอบเขตของการสร้างสรรค์ “ภาพแทน” ได้อยู่

ปัญหาสำคัญที่ท้าทายกว่า ก็คือ เราจะสามารถสร้าง “ภาพแทน” ที่ทะลุพ้นขอบฟ้า-จักรวาลความรับรู้อันเป็นสามัญปกติของผู้คน ไปได้ถึงขั้นไหนต่างหาก

เรื่องที่สาม ขออนุญาตท้าทายอย่างใหญ่โตว่า “A Conversation with the Sun-บทสนทนากับดวงอาทิตย์” (VR) นั้นมีศักยภาพจะเป็นคู่เทียบของผลงานที่สร้างสรรค์โดย “teamLab” กลุ่มศิลปินชาวญี่ปุ่น ที่นำเอาเทคโนโลยีมาสนับสนุนการทำงานศิลปะร่วมสมัยได้อย่างน่าทึ่ง

โดยพิพิธภัณฑ์ทั้งสองแห่งที่ประเทศบ้านเกิดของพวกเขา ตลอดจนส่วนเสี้ยวผลงานที่ถูกนำไปโชว์ตามเบียนนาเล่ต่างๆ ล้วนเป็นงาน “ศิลปะป๊อปๆ” ที่ได้รับความนิยมของผู้คนนานาชาติ รวมถึงคนไทย

แถมผลงานของอภิชาติพงศ์ (และเพื่อน) ยังล้ำหน้ากว่างานของ “teamLab” ไปแล้วด้วย

ในแง่เนื้อหา “บทสนทนากับดวงอาทิตย์” (VR) นั้นมีลักษณะกว้างขวาง หลากหลาย เหมือนดังที่เพิ่งเขียนบรรยายไป

ครึ่งชั่วโมงแรก ผู้ชมราว 15 ราย จะได้เดินเข้าสู่ห้องประชุม อบจ. ที่มีจอภาพสองด้านติดตั้งอยู่ตรงกลาง โดยหนังสั้น-วิดีโอที่ปรากฏอยู่ในจอแต่ละด้านก็จะเป็นคนละเรื่องกัน แต่มีโครงสร้างเรื่องราวที่ล้อกันไป

จากอารมณ์ความรู้สึกส่วนบุคคล ไปสู่ภาพการต่อสู้ทางการเมืองของม็อบราษฎรต้นทศวรรษ 2560 และการดำรงอยู่ของบางสิ่งบางอย่าง ท่ามกลางสังคมหรือพื้นที่สาธารณะที่เปลี่ยนแปลงไป

ในพื้นที่ห้องประชุมคชสารแห่งเดียวกัน จะมีผู้ชม/ผู้ร่วมแสดงอีกประมาณ 15 คน ที่สวมใส่ “แว่นวีอาร์” บ้างยืนนิ่ง บ้างนั่งลงบนพื้น บ้างเดินไปมา พร้อมด้วยการแสดงกิริยาก้มๆ เงยๆ-ปัดป่ายมือไม้อยู่เป็นระยะ โดยมีทีมงานจำนวนหนึ่งคอยสังเกตการณ์และคุ้มกันไม่ให้พวกเขา (ซึ่งมองไม่เห็นโลกความจริง) เดินชนกัน หรือเดินเข้ามาชนผู้ชมที่ “ไม่ได้สวมแว่น”

 

แล้วในครึ่งชั่วโมงหลัง ผู้ชมที่กำลังเพลิดเพลินกับหนังสั้น-วิดีโอสองจอและการจ้องมองพฤติกรรมของกลุ่มคนที่ใส่ “แว่นวีอาร์” ก็จะมีโอกาสได้สวมใส่แว่นดังกล่าวบ้าง

การ “เล่น” กับเทคโนโลยี “ความเป็นจริงเสมือน” (VR) คือการสร้างงานด้วยเทคโนโลยีระดับไฮเทคที่สุดครั้งหนึ่งของอภิชาติพงศ์ การเล่นกับเทคโนโลยีระดับนี้ ทำให้อดนึกถึงงานของกลุ่ม “teamLab” ไม่ได้

ด้านหนึ่ง แม้คนที่เข้าดูงานของ “teamLab” จะไม่ต้องใช้ “แว่นวีอาร์” แต่ผลงานของพวกเขาก็นำเอาความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาผสมผสานเข้ากับการสร้างภาพเคลื่อนไหว แสง สี และเสียง ได้อย่างน่าสนใจ อันถือเป็นจุดร่วมกับงานของอภิชาติพงศ์

อีกด้านหนึ่ง ในโปรเจ็กต์นี้ ผู้กำกับฯ ชาวไทย ก็ได้ร่วมงานกับเพื่อนๆ ชาวญี่ปุ่นเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เรียวอิจิ ซากาโมโตะ” นักประพันธ์ดนตรีนามอุโฆษผู้ล่วงลับไปเมื่อต้นปี 2023 และ “คัตสึยะ ทานิกุจิ” ศิลปินดิจิทัลภาพเคลื่อนไหว

ขณะที่งานของ “teamLab” กระตุ้นเร้าผัสสะของเราได้แค่ในระดับที่ทำให้รู้สึก “ตื่นตาตื่นใจ” แล้วหยิบสมาร์ตโฟนกับกล้องถ่ายรูป มาบันทึกภาพ-ถ่ายคลิปลงโซเชียล หรืออย่างมาก ศิลปินกลุ่มนี้ก็บังคับให้เราต้องเดินลุยน้ำเล็กๆ น้อยๆ

แต่งานของอภิชาติพงศ์และเพื่อนชาวญี่ปุ่น กลับใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือนพาผู้ชม/ผู้แสดง/ผู้มีส่วนร่วมกับผลงาน เดินทางไปไกลกว่านั้น

ก่อนอื่น พวกเขาได้ลดทอนให้เรากลายเป็นวิญญาณดวงเล็กๆ ดวงหนึ่ง ที่ล่องลอยอยู่พร้อมกับวิญญาณอื่นๆ (ผู้สวม “แว่นวีอาร์” รายอื่นๆ) อีกหลายดวง

แรกเริ่ม พวกเขาต้อนรับเราด้วยภาพเดิมๆ ที่คุ้นเคยหรือสามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า ทว่า ทวีจำนวนขึ้น

แล้วจึงค่อยๆ พาเราไปผจญภัยในโลก/จักรวาลแบบอื่นๆ ที่ประกอบด้วยประติมากรรมหินขนาดมหึมา ถ้ำที่กักขังเราอยู่ อุกกาบาตและหินผาที่เสมือนกำลังพุ่งชนหรือชำแรกแทรกใส่เรือนร่างของเรา จนนำไปสู่อาการหวั่นไหวพรั่นพรึงไม่มากก็น้อย ก่อนจะค่อยๆ ตั้งสติได้ว่านั่นเป็นเพียง “มายาภาพ”

พวกเขาพาเราไปจ้องมองดวงอาทิตย์ใกล้ๆ อย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อนในชีวิตจริง แล้วพระอาทิตย์ก็เพิ่มจำนวนขึ้น จนเราค่อยๆ หลงลืม หรือไม่รับรู้ถึงการดำรงอยู่ของวิญญาณเล็กๆ ดวงอื่นๆ ที่เปล่งแสงล่องลอยวนเวียนอยู่ในจักรวาลเดียวกันกับเรา

นี่คือการเดินทางอันแสนมหัศจรรย์ที่ทำให้เราตัวเล็กลง ทว่า สามารถพุ่งทะยานไปได้ไกลมากขึ้น สู่อาณาเขตที่ไม่เคยรู้จัก

“เทคโนโลยีวีอาร์” ใน “บทสนทนากับดวงอาทิตย์” (VR) ไม่ได้ก่อให้เกิดแค่ “ความตื่นตาตื่นใจ” แต่สามารถสร้างความกลัวให้เกิดขึ้นในจิตใจของเราได้

สามารถสร้างสภาวะ “กึ่งจริงกึ่งฝัน” ที่พาเราดิ่งลึกลงสู่ความฝัน-จินตนาการที่มองเห็นหรือ “สัมผัสได้” ผ่าน “แว่น”

ทว่า ขณะเดียวกัน เราก็ระลึกรู้ได้ตลอดว่า ร่างกายของตนยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในโลกความจริง (ผ่านการตบตีมือแขนตัวเองยามตกใจ การเผลอเดินชนดวงวิญญาณที่เหลือ หรือเมื่อมีทีมงานมาแตะเตือนเราไม่ให้เดินชนผู้ชมคนอื่นๆ)

สุดท้าย เมื่อมีทีมงานมาถอด “แว่นวีอาร์” ออกจากศีรษะเรา หลายฉากในบรรยากาศ “กึ่งจริงกึ่งฝัน” ที่เพิ่งผ่านพ้นกลับยังติดค้างอยู่ในความคิด แตกต่างจากความฝันจำนวนมากที่ผุดพรายขึ้นระหว่างเราหลับใหลในห้วงนิทรา แล้วปลาสนาการไปทันทีเมื่อเราลืมตาตื่น

นี่คือความรู้สึกที่ช่วยบ่งชี้ว่างานของอภิชาติพงศ์ไปไกลกว่า “teamLab” อย่างน้อยก็ก้าวหนึ่ง

 

ยังไม่แน่ใจว่า หลังจากนี้ “A Conversation with the Sun” หรือ “บทสนทนากับดวงอาทิตย์” (VR) จะถูกนำไปจัดแสดง ณ พื้นที่แห่งอื่นๆ ในประเทศไทยอีกหรือไม่ หรือจะมีสถานที่จัดแสดงผลงานชิ้นนี้อย่างถาวรเลยหรือเปล่า

แต่หากมีคนจำนวนมากยอมจองตั๋วล่วงหน้าเพื่อเข้าชมงานของ “teamLab”

“บทสนทนากับดวงอาทิตย์” (VR) ก็มีศักยภาพ-คุณภาพที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน (และเหนือกว่าด้วย) •

 

| คนมองหนัง

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร