bg-single

THE LOST KING | ‘ราชาตกบัลลังก์’

11.02.2024

“ผู้ชนะเป็นคนเขียนประวัติศาสตร์”

นี่คือวาทกรรมที่เราได้ยินได้ฟังกันบ่อยๆ ซึ่งบอกนัยว่าประวัติศาสตร์ใช่จะเป็นบันทึกข้อเท็จจริงที่ไร้อคติและเป็นกลางเสมอไป

ธรรมดาโลกที่ผู้ชนะย่อมเป็นฝ่ายเสียงดังกว่า แผ่รัศมีเรืองรองกว่า ส่งอิทธิพลให้คัดเลือกข้อมูลเฉพาะที่เชิดชูฝ่ายตนและข่มฝ่ายตรงข้ามเพื่อสร้างความชอบธรรมแก่ฝ่ายตน โดยเฉพาะในยุคสมัยที่ยังไม่มีช่องทางการเข้าถึงและระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลยังไม่มีน้ำหนักมากพอ

ตัวอย่างหนึ่งของวาทกรรมข้างต้น อยู่ในประวัติศาสตร์อังกฤษช่วงปลายยุคกลาง เมื่อมีการเปลี่ยนขั้วอำนาจการปกครองประเทศ

ริชาร์ดที่ 3 แห่งราชวงศ์แพลนทาเจเน็ต ถูกสังหารในสมรภูมิบอสเวิร์ธ และเฮนรีที่ 4 แห่งราชวงศ์ทิวเดอร์ขึ้นครองราชย์

บันทึกในรัชสมัยนั้นเข้าข้างฝ่ายครองอำนาจ และป้ายสีให้ริชาร์ดเป็นฝ่ายผู้ร้าย เชกสเปียร์เขียนบทละคร Richard III (ราว 1593) หลังจากพระเจ้าริชาร์ดสิ้นพระชนม์เมื่อ ค.ศ.1485 ระยะเวลาห่างจากเหตุการณ์จริงกว่าร้อยปี และใช้ข้อมูลจากบันทึกที่มีอยู่ในสมัยนั้น

เชกสเปียร์จึงไม่ใช่คนร่วมสมัยของริชาร์ด

ริชาร์ดที่ 3 จากปลายปากกาของนักเขียนบทละครบันลือโลกจากยุคเอลิซาบีธัน จึงเป็นตัวร้ายที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม คดโกง โหดเหี้ยม ไร้คุณธรรม ทำทุกอย่างเพื่อก้าวสู่อำนาจโดยขจัดอุปสรรคขวางหน้าทุกอย่างให้พ้นไป

นอกจากนั้น เชคสเปียร์ยังสร้างแคแร็กเตอร์ของริชาร์ดให้มีร่างกายพิกลพิการเป็นคนหลังค่อม โดยมาจากบันทึกที่ว่าริชาร์ดมีกระดูกสันหลังคดจนทำให้ไหล่เอียงไปข้างหนึ่ง

ประหนึ่งว่าลักษณะทางกายภาพนั้นสะท้อนให้เห็นนิสัยและพฤติกรรม

นั่นคือ “คดในข้อ งอในกระดูก”

พลังของวรรณกรรมอมตะเรื่องนี้ส่งผลมหาศาลในด้านลบต่อชื่อเสียงเกียรติคุณของริชาร์ดที่ 3

จําเนียรกาลล่วงผ่านไปหลายร้อยปี ในศตวรรษที่ 20 เกิดขบวนการกอบกู้ชื่อเสียงและเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่คิงริชาร์ดขึ้น

โดยมีกลุ่มคนที่เห็นว่าข้อมูลในประวัติศาสตร์ยังอาจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงไปเยอะ จึงมีการก่อตั้งชมรมริชาร์ดที่ 3 (The Richard III Society) ขึ้นเมื่อ ค.ศ.1924

ชมรมนี้มีสมาชิกที่เป็นแฟนคลับของคิงริชาร์ด โดยเรียกตัวเองว่าชาว Ricardian กระจายอยู่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก

คราวนี้มาถึงการค้นพบครั้งใหญ่ที่ลานจอดรถของเทศบาลเมืองเลสเตอร์ เมื่อ ค.ศ.2012 ซึ่งทำให้ริชาร์ดที่ 3 ตกเป็นข่าวเด่นข่าวดังไปทั่วโลก

ซึ่งเป็นที่มาของหนัง The Lost King

หนังสร้างจากหนังสือชื่อ The Search for Richard III โดยฟิลิปปา แลงลีย์ ผู้เป็นต้นคิดและแรงผลักดันสำคัญในการขุดค้นหาพระศพของกษัตริย์อังกฤษองค์สุดท้ายของยุคกลาง ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อของยุคกลางกับยุคเรอแนซ็องส์

ฟิลิปปา แลงลีย์ (แซลลี ฮอว์กินส์) ทำงานในบริษัทที่มีหัวหน้ามองข้ามหัวเธอไปส่งเสริมพนักงานที่อ่อนอาวุโสกว่า เธอมีลูกสองคนกับอดีตสามี จอห์น (สตีฟ คูแกน) ซึ่งยังคงมาช่วยดูแลลูกอยู่ด้วย

ฟิลิปปาเป็นโรค ME หรืออาการอ่อนเปลี้ยเพลียแรงเรื้อรัง

วันหนึ่ง ฟิลิปปาไปดูละครโรงเรียนของลูกซึ่งเล่นเรื่อง Richard III และเธอรู้สึกว่าริชาร์ดถูกใครๆ ตัดสินด้วยอคติจากลักษณะทางกายภาพในตัว ไม่ใช่จากตัวตนโดยแท้

พระเจ้าริชาร์ด (แฮรี่ ลอยด์) ในรูปลักษณ์ของนักแสดงผู้เล่นบทในละครที่เธอได้ชม ติดตามฟิลิปปาไปเกือบทุกหนทุกแห่ง และบางครั้งเธอก็พูดคุยสนทนากับเขาด้วยซ้ำ อันทำให้เธอดูหลุดโลกยิ่งขึ้นในสายตาคนรอบด้าน แม้แต่ลูกๆ เองก็มองเธอแปลกๆ

บันทึกเก่าแก่บอกว่าหลังจากถูกสังหารอย่างทารุณในสมรภูมิบอสเวิร์ธ พระศพของริชาร์ดก็ถูกประจานโดยโยนทิ้งแม่น้ำ หรือไม่ก็ถูกฝังในโบสถ์ที่เมืองเลสเตอร์

ฟิลิปปาเชื่อว่าเป็นข้อหลัง เธอจึงทำการค้นคว้าหาข้อมูลและเข้าร่วม “ชมรมริชาร์ดที่ 3”

เธอเชื่อว่าพระศพถูกฝังไว้ใต้ลานจอดรถของเทศบาลเมือง เธอจึงขออนุญาตทำการขุดค้นทางโบราณคดี และหาแหล่งทุนสนับสนุนโครงการขุดค้นด้วยตนเอง ท่ามกลางแรงต่อต้านหรือคัดค้านของนักวิชาการบางคน

ปรากฏว่า “ลางสังหรณ์” ของฟิลิปปา ถูกต้องและตรงจุดเผงภายในไม่กี่ชั่วโมงแรกของการลงมือขุด

ขุดลงไปเจอโครงกระดูกของผู้ชาย ซึ่งผลการตรวจคาร์บอนบอกว่าอยู่ในวัยสามสิบปีเศษ มีแนวกระดูกสันหลังคองอโค้งอย่างที่จะทำให้ไหล่เอียงไปด้านหนึ่ง นอนอยู่ในท่าที่ไม่ได้จัดวางให้เรียบร้อย เหมือนจะเป็นการถูกโยนลงไปฝังในหลุมอย่างขอไปที

นั่นคือการค้นพบทางโบราณคดีครั้งสำคัญของศตวรรษที่ 21 แต่ก็ยังต้องรอผลการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่านี่เป็นร่างของริชาร์ดที่ 3 จริงหรือไม่ โดยใช้ดีเอ็นเอของเชื้อสายที่สืบตระกูลต่อมาอีกหลายชั่วรุ่น

และผลการพิสูจน์ยืนยันว่านี่คือพระศพของพระเจ้าริชาร์ดที่ 3 แห่งอังกฤษ ด้วยความถูกต้องแม่นยำสูงถึง 99.99%

ฟิลิปปา แลงลีย์ตัวจริงเขียนหนังสือเพื่อเล่าเรื่องจากมุมมองของเธอ ซึ่งถูกกีดกัน บดบังรัศมีและ “แย่งซีน” ไปอย่างหน้าตาเฉย

ทำให้นึกถึงหนังน่าดูอีกเรื่อง คือ The Dig (2021) (เรฟ ไฟน์ส, แครี่ มัลลิแกน) เกี่ยวกับการขุดค้นทางโบราณคดีที่ซัตตันฮูในซัฟโฟล์ก เมื่อ ค.ศ.1939 ซึ่งนักวิชาการแย่งกันออกมา “รับหน้า” และกีดกันผู้ริเริ่มขุดตัวจริง ซึ่งไม่มีคุณวุฒิการศึกษามารองรับ

อย่างไรก็ตาม ฟิลิปปา แลงลีย์ตัวจริงก็ได้รับเหรียญตราอัศวินจากควีนเอลิซาเบธ ในเวลาต่อมา และได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนคนรุ่นหลังต่อมา

…อยากได้คนอย่างเธอมาเป็นแรงบันดาลใจแก่เยาวชนไทยมั่งจังเลย… •

ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์

THE LOST KING

กำกับการแสดง

Stephen Frears

แสดงนำ

Sally Hawkins

Steve Coogan

Harry Lloyd

Mark Addy

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ภาษาไทย “อุบัติ”—ไม่ “วิบัติ”
PEA ครบรอบ 66 ปี แห่งความไว้วางใจ ประกาศก้าวใหม่ “Powering Every Life” ขับเคลื่อนพลังงานไทยสู่อนาคต
ถึงสถานีปลายทางสุขภาพ! “BEM Care 2026 Health Station สถานีสุขภาพ” ปิดฉากอย่างคึกคัก
นิรโทษกรรม 6 ตุลาฯ | สุรชาติ บำรุงสุข
“พิชัย” ชื่นชม “แบงก์ชาติ” ยุค “วิทัย” เดินถูกทาง ย้ำเสถียรภาพต้องคู่การเติบโต เชื่อแก้ทุนเทา–คอร์รัปชัน ช่วยเศรษฐกิจไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูง
“หมู่บ้านศีล 5” บ้านเจ็ดริ้ว “คึกคัก” สมเด็จเอื้อน-พระพรหมเสนาบดี” มาให้กำลังใจ ด้าน ครูสลา ร้องสด กราบสมเด็จช่วงด้วยดวงใจ ยก”สมเด็จช่วง” เป็นบิดาแห่งหมู่บ้านศีล 5
รถไฟและไฮเวย์: เมกะโปรเจกต์เชื่อมลาว–เวียดนามภายใต้ความสัมพันธ์แบบพิเศษ
โลกและอาเซียนในอนาคต จากมุมมอง ‘อมิตาฟ อาชาเรีย’
Songs in the Key of Life : รักบังตา
โทษประหารชีวิต : ข้อถกเถียงทางปรัชญา (2)
บทวิจารณ์เรื่องสั้น ‘เพื่อนข้างบ้าน’ จากรอยแตกร้าวริมรั้ว… สู่ภาพสะท้อนสงครามเย็นในสังคมไทย
‘ขอให้ความจริงปรากฏ’ ชุติมา นวลพลับ สู้มาราธอน ทวงงานศิลป์ ‘พระพุทธบาท’