bg-single

ปรีดี แปลก อดุล : คุณธรรมน้ำมิตร (16)

05.06.2024

หลวงพิบูลสงคราม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีพระยาพหลพลพยุหเสนาเป็นนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวปิดท้ายถึงสถานการณ์ที่จะส่งผลถึงประเทศสยามต่อคนไทยเมื่อ วันที่ 30 ธันวาคม พ.ศ.2479 ว่า

“ทุกคนควรทราบดีว่าข้าศึกของทหารนั้นก็คือคนต่างชาติที่จะเป็นศัตรูแก่ชาติเรา ดังนั้น การจัดการทหารก็ต้องให้เหมาะแก่ที่จะทำการรบกับชาติที่จะเป็นศัตรูกับเรา จะต้องพูดถึงกำลัง อาการกิริยา วิธีจัด ตลอดจนการบาดหมางในระหว่างชาติเรากับชาติอื่น หรือระหว่างชาติอื่นๆ เกือบทั้งโลก เสร็จแล้วเราจึงจะตกลงในการจัดทหารของเราเองได้ ที่ว่าจะกระทบกระเทือนนั้นก็ตรงที่ต้องพิจารณาภาวะของชาติอื่นก่อนนั่นเอง

เช่น จะพิจารณาว่าทำไมเราจึงต้องเร่งบำรุงกันโดยด่วน อาจสันนิษฐานได้ว่า เพราะในเวลานี้ชาติต่างๆ มีท่าจะรบกันขึ้นเพราะปรากฏแล้วว่าได้แบ่งการเป็น 2 พวกคือเยอรมัน อิตาลี ญี่ปุ่น พวกหนึ่ง อีกพวกหนึ่งมีฝรั่งเศส รัสเซีย อังกฤษ (ยังไม่แน่นัก)

เมื่อทางยุโรปเริ่มลงมือกันแล้ว ญี่ปุ่นอาจเข้ายึดฮ่องกงและสิงคโปร์ ด้วยเหตุนี้ก็ได้ อังกฤษจึงทุ่มเทเงินทองบำรุงการป้องกันสิงคโปร์ และในการเข้ายึดสิงคโปร์นั้น ถ้าเข้าทางสิงคโปร์ก็เป็นการเข้าตีตรงหน้าอาจเสียกำลังมาก ญี่ปุ่นอาจเข้ายึดเมืองไทยก่อนแล้วรุกไปทางใต้เข้าตีทางหลังฐานทัพที่สิงคโปร์ซึ่งอาจสำเร็จได้ง่าย พร้อมกับชาวญี่ปุ่นที่มีมากมายในสิงคโปร์ทำการรัฐประหารหรือก่อให้เกิดจลาจลขึ้น สิงคโปร์อาจเป็นภัย

ดังนี้ ถ้าอังกฤษเห็นเมืองไทยเป็นช่องทางอ่อนแอมาก อังกฤษอาจมาช่วยรักษาประเทศเราก็ได้เพื่อไม่ยอมให้ญี่ปุ่นยึดเมืองไทย

นี่ก็แสดงให้เห็นว่าถ้าเราไม่มีกำลังทหารเพียงพอจะรักษาความเป็นกลางแล้วย่อมเป็นช่องทางให้ชาติอื่นรบกันง่ายขึ้น และตัวทั้งตัวเองก็จะป่นทั้งขึ้นทั้งล่อง”

 

หลวงพิบูลสงครามกล่าวปิดท้ายถึงความจำเป็นในการต้อง “เร่งบำรุงการทหาร” ว่า

“ในการที่ข้าพเจ้าพูดเรื่องนี้ก็โดยประสงค์จะขยายให้ผู้ตั้งใจจะทราบนโยบายการทหารทราบไว้เป็นตัวอย่างว่าเราพูดอะไรกันไม่ได้ เป็นภัยแก่ประเทศชาติและราชการทหาร ทั้งเป็นสิ่งกระทบกระเทือนสัมพันธไมตรีแก่ต่างประเทศอย่างแรง ผู้ที่ต้องการจะซักในสภาก็หวังจะได้พบและเข้าใจในคำบรรยายภาคพิเศษนี้ และแม้ได้ช่วยเลิกซักถามนโยบายทหารเสียได้จะนับว่าท่านเป็นผู้ยอมเสียสละให้แก่ชาติมากทีเดียว

อนึ่ง เท่าที่ข้าพเจ้าได้พูดการต่างประเทศมาเพียงนี้ก็รู้สึกว่าเป็นการล่วงเกินไปมากมาย แต่ข้าพเจ้าเห็นว่าเวลานี้มีผู้เจตนาแกล้งขัดการทหารขึ้นหนาหู เป็นภาวะอันสุดแสนจะทนนิ่งได้ ก็จำต้องพูดในสิ่งที่ไม่มีใครเขาพูดในวงการเมืองต่างประเทศเพื่อให้ท่านเหล่านั้นได้ทราบไว้บ้างว่า นี่แหละเป็นสาเหตุหนึ่งที่เราต้องเร่งบำรุงการทหารขึ้นในทุกวันนี้ และยังมีเหตุอื่นๆ อีกหลายพันประการ”

 

ผลงานหลวงประดิษฐ์มนูธรรม

ขณะที่หลวงพิบูลสงคราม “มือขวา” ของนายกรัฐมนตรีและผู้นำคณะราษฎร พระยาพหลพลพยุหเสนา ทุ่มเทกับการเตรียมอำนาจกำลังรบของประเทศเพื่อเตรียมรับความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจที่จะส่งต่อเอกราชอธิปไตยของสยามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รวมทั้งต่อสู้กับความพยายามในการแย่งชิงอำนาจจากกลุ่มอำนาจเก่าโดยมีหลวงอดุลเดชจรัสอยู่เคียงข้างนั้น

งานในส่วนรับผิดชอบของหลวงประดิษฐ์มนูธรรม “มือซ้าย” เพื่อปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระบบราชการและการบริหารประเทศให้สอดคล้องกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตยก็ดำเนินการควบคู่กันไปจนเกิดผลงานที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกัน

ผลงานสำคัญของหลวงประดิษฐ์มนูธรรมเกิดขึ้นระหว่างเข้าดำรงตำแหน่ง 3 กระทรวงหลักได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการคลัง ตามลำดับ

 

กระทรวงมหาดไทย

29 มีนาคม พ.ศ.2476-12 กุมภาพันธ์ 2478 ระหว่างดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผลงานที่สำคัญคือการเสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบราชการบริหารแห่งราชอาณาจักรไทย แบ่งเป็นราชการบริหารส่วนกลาง ราชการบริหารส่วนภูมิภาค และราชการบริหารส่วนท้องถิ่น ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสภาและยังคงใช้เป็นหลักมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนั้น ยังได้จัดตั้งคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เทศบาล รวมทั้งราชบัณฑิตยสถาน เป็นต้น

ผลงานสำคัญโดดเด่นอันเป็นที่ทราบกันดีในช่วงเวลานี้คือการจัดตั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และการเมือง ซึ่งท่านได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้ประศาสน์การมหาวิทยาลัย อันเป็นตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดที่เปลี่ยนเป็น “อธิการบดี” ในภายหลังอีกด้วย

ปลายปี พ.ศ.2477 ขณะยังคงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสละราชสมบัติเมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ.2477 (นับตามปฏิทินสมัยนั้น) สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติเห็นชอบในการอัญเชิญพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดลขึ้นทรงราชย์สืบต่อ และต่อมาก็ลงมติเห็นชอบในการตั้งคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์

ประกอบด้วยประธานคือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอนุวัตรจารุรนต์ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา และมหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) ร่วมเป็นคณะ

สิงหาคม พ.ศ.2478 หลวงประดิษฐ์มนูธรรมซึ่งยังคงดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้เดินทางไปยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น รวมเวลาเดินทางทั้งสิ้นถึง 6 เดือน โดยได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญในการเจรจาลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ต่างประเทศจากธนาคารในประเทศอังกฤษที่กู้ไว้จำนวน 3 ล้านปอนด์ ครั้งรัฐบาลสยามสมัยรัชกาลที่ 6 ในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 6 ต่อปี หลวงประดิษฐ์มนูธรรมประสบความสำเร็จในการเจรจาลดให้เหลือร้อยละ 4 ส่งผลให้ประหยัดงบประมาณของรัฐบาลประจำปี พ.ศ.2479 ถึงประมาณ 800,000 บาท

และยังได้พบปะกับผู้นำประเทศมหาอำนาจเพื่อทาบทามการที่รัฐบาลสยามจะขอเปิดเจรจายกเลิกสันธิสัญญาไม่เสมอภาคกับประเทศเหล่านั้น ได้เจรจากับเยอรมนี ฝรั่งเศสและอังกฤษ ซึ่งแม้จะไม่ประสบความสำเร็จนัก

แต่อิตาลี สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นต่างให้คำมั่นสัญญาว่าจะให้การสนับสนุนการเจรจายกเลิกสนธิสัญญาไม่เสมอภาคในอนาคต

 

กระทรวงการต่างประเทศ

12 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2479 หลวงประดิษฐ์มนูธรรมในสมัยพระยาพหลพลพยุหเสนาเป็นนายกรัฐมนตรี พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไปว่าการกระทรงการต่างประเทศ และจะดำรงตำแหน่งนี้เป็นเวลาเกือบ 2 ปีถึง 15 ธันวาคม พ.ศ.2481 ซึ่งสามารถดำเนินการจนรัฐบาลสามารถลงนามในสนธิสัญญาใหม่กับต่างประเทศที่ทำขึ้นโดยยึดหลักของความเสมอภาคของกันและกัน อันถือเป็นผลงานชิ้นโบแดงทั้งของรัฐบาลคณะราษฎรและหลวงประดิษฐ์มโนธรรม

ระหว่างการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศมหาอำนาจของโลกทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นตามลำดับ ซึ่งหลวงประดิษฐ์มนูธรรมเห็นว่าสยามเป็นประเทศเล็ก ควรมีนโยบายต่างประเทศ “วางตัวเป็นกลาง ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด” ควรพยายามยืนหลักการอยู่ร่วมกันอย่างสันติกับทุกประเทศแม้นจะมีระบอบการปกครองทั้งทางการเมืองและสังคมที่แตกต่างกัน

หลวงประดิษฐ์มนูธรรมพยายามขายความคิดนี้โดยได้กล่าวสุนทรพจน์ทางวิทยุหลายครั้ง เขียนและเผยแพร่เอกสารหลายชิ้น รวมทั้งการสร้างภาพยนตร์ “พระเจ้าช้างเผือก” ซึ่งใช้บทสนทนาเป็นภาษาอังกฤษเพื่อเผยแพร่ไปทั่วโลกอีกด้วย

 

กระทรวงการคลัง

25 ธันวาคม พ.ศ.2481 หลังหลวงพิบูลสงครามขึ้นสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเล็กน้อย หลวงประดิษฐ์มนูธรรมย้ายมาว่าการกระทรวงการคลังและจะอยู่ในตำแหน่งนี้จนกระทั่งเกิดสงครามมหาเอเชียบูรพา ญี่ปุ่นบุกไทย เมื่อ 8 ธันวาคม พ.ศ.2484

ผลงานสำคัญซึ่งสืบทอดมาจนทุกวันนี้คือการวางรากฐานการก่อตั้งธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อ พ.ศ.2483 นอกจากนั้น ระหว่างดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หลวงประดิษฐ์มนูธรรมได้ให้การสนับสนุนงบประมาณสนับสนุนหลวงพิบูลสงครามในการพัฒนากองทัพครั้งใหญ่ต่อไปอย่างเต็มที่เพื่อเตรียมพร้อมรับภัยรุกรานจากต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม หลวงประดิษฐ์มนูธรรมยังคงเชื่อมั่นและพยายามเผยแพร่แนวความคิดเพื่อสันติภาพโดยไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดต่อไป ขณะที่หลวงพิบูลสงครามเมื่อประสบความสำเร็จให้ประชาชนเห็นด้วยกับการเร่งบำรุงกิจการทางทหารแล้วก็เริ่มเผยแพร่แนวความคิด “ชาตินิยม” เพื่อสร้างเอกภาพทางความคิดของคนไทยเตรียมรับภัยรุกรานจากนอกประเทศ

ซึ่งจะกลายเป็นความคิดเห็นที่แตกต่างกันในหมู่คณะราษฎรในที่สุด

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“เอกนัฏ” ลุยจัดระเบียบ Data Center ปูพรมตรวจทั่ว กทม. พบถังน้ำมันกว่า 1.5 แสนลิตรไร้ใบอนุญาต สั่งดำเนินคดี
สน.วังทองหลาง เปิดปฏิบัติการลุยตรวจสอบสถานบริการ-สถานประกอบการ กลุ่มเสี่ยง 5 ร้าน โซนซอยมหาดไทย
ไทยสร้างไทย จี้รัฐบาลแก้ปัญหา กยศ. ถังแตก หากไม่เร่งแก้ไข จะตัดโอกาสเยาวชนอีกหลายหมื่นคน
กมธ.สาธารณสุข จี้ รมว.สธ.เร่งตรวจเชิงรุก กรณีพ่อแม่ทิพย์ เสนอบังคับตรวจดีเอ็นเอ​
อนุ กมธ. อุตสาหกรรมฯ จี้คุมเข้ม “แพลนต์ปูน” กลางชุมชน จ่อลุยตรวจแบบไม่แจ้งล่วงหน้าหลังชาวบ้านร้องฝุ่นพิษ-น้ำปูนทะลัก
E-DUANG | พัฒนาการ ในทาง ความคิด เหมือนจะ”จบ” กลับ”ไม่จบ”
วีระยุทธ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แก้ 4 ปัญหาใหญ่ ชี้ต้องกล้าคุมเข้มย้อนหลัง-อุดช่องโหว่กฎหมาย-เลือกส่งเสริมแบบมีเป้าหมาย-อย่าช่วยแต่เจ้าของนิคมกับผู้รับเหมา
อดีต รมว.คลัง ค้านเก็บเล็กเก็บน้อย ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท จนเสียรายได้ก้อนใหญ่
สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)