bg-single

มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิต มอบที่ทำกิน ยกระดับที่อยู่อาศัย เฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.10 ปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ

06.08.2024

รายงานพิเศษ

 

มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิต มอบที่ทำกิน ยกระดับที่อยู่อาศัย

เฉลิมพระเกียรติในหลวง ร.10

ปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ

 

ปัญหาการขาดแคลนพื้นที่ทำกินในประเทศไทยเชื่อมโยงกับปัญหาความยากจนอย่างลึกซึ้งและมีผลกระทบต่อกันในหลายด้าน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ชาวบ้านไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ เกิดปัญหาหนี้สินเรื้อรัง บางส่วนต้องย้ายถิ่นฐานเข้ามาในเมือง แต่กลับพบกับปัญหาใหม่ เช่น การแข่งขันที่สูงขึ้นสำหรับงานที่มีอยู่จำกัด เกิดสภาพการทำงานที่ไม่เป็นธรรม กลายเป็นวงจรความยากจนใหม่ที่เกิดขึ้นในเมืองแทนชนบท

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องที่ดินและเอกสารสิทธินั้น มีความเกี่ยวพันกับหลายหน่วยงาน จำเป็นต้องมีนโยบายที่รอบคอบและยั่งยืน เพื่อให้เกษตรกรสามารถมีที่ดินทำกินเพียงพอและมีรายได้ที่มั่นคง ช่วยลดความยากจนและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน ได้มีการเสนอมาตรการและนโยบายหลายประการเพื่อแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินในประเทศไทย โดยเน้นการพัฒนาที่ยั่งยืนและการสร้างความเท่าเทียมในการถือครองที่ดิน มีการบูรณาการร่วมกันจัดสรรที่ดินที่รัฐถือครองอยู่ เช่น ที่ดินราชพัสดุและที่ดินของกองทัพ ให้กับเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกิน ช่วยลดความเหลื่อมล้ำในการถือครองที่ดิน

โดยเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปเป็นประธานในพิธีมอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุในความครอบครองของกระทรวงกลาโหม บนที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียน นพ.1400 ในพื้นที่ ต.นาทราย อ.นครพนม จ.นครพนม ภายใต้โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็น 1 ใน 10 โครงการเฉลิมพระเกียรติฯ ในนามรัฐบาล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมีรัฐมนตรีอีกหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง อาทิ นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสุทิน คลังแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมพิธีฯ ณ หอประชุมมรุกขนคร โรงเรียนนครพนมวิทยาคม

การมอบสัญญาเช่าที่ราชพัสดุให้กับผู้เช่าในครั้งนี้ เป็นจำนวนผู้เช่า 60 ราย 67 แปลง โดยเป็นสัญญาเช่าเพื่อประกอบการเกษตร ซึ่งเนื้อที่รวมทั้งสิ้นประมาณ 661 ไร่ เป็นสัญญาเช่าเพื่อประกอบการเกษตรในอัตราค่าเช่าผ่อนปรนเนื้อที่ไม่เกิน 50 ไร่ อัตราเช่า 20 บาทต่อไร่/ปี และหากเกิน 50 ไร่ อัตราเช่า 30 บาทต่อไร่/ปี โดยมีสัญญาเช่าครั้งละ 3 ปี

รัฐบาล ย้ำ มุ่งสร้างความมั่นคงด้านที่ทำกิน

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวกับประชาชนผู้เช่าที่ราชพัสดุ ว่า ขอแสดงความยินดีกับพี่น้องประชาชนทุกท่านที่ได้รับสิทธิการเช่าที่ราชพัสดุ รู้สึกเป็นเกียรติ และมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มาร่วมพิธีมอบสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุ ตามโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยเฉลิมพระเกียรติฯ นโยบายดังกล่าวเป็นการสร้างความมั่นคง ด้านที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน เพิ่มคุณภาพชีวิตของประชาชน ภายใต้นโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการสร้างโอกาส และความเสมอภาคทางสังคม โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ

“ขอให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลจะขับเคลื่อนการดำเนินงานต่อไป ด้วยการบูรณาการกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินในการทำมาหากินได้อย่างแท้จริง เพราะถ้าไม่มีที่ดินทำกิน แม้พืชผลดี ราคาตลาดดี แต่ไม่สามารถปลูกพืชได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 72,000 ไร่ในโครงการพระราชดำริถือเป็นที่ดินที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้มีส่วนร่วมในการทำให้พวกท่านมีที่ดินทำกิน อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี มีรายได้ที่สมบูรณ์แบบ” นายเศรษฐา ระบุ

ทั้งนี้ ในการจัดหาที่ดินซึ่งเป็นพื้นที่ของเหล่าทัพ รัฐบาลได้ดำเนินในการจัดสรรให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง เช่น โดยเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา รัฐบาลได้มอบสัญญาที่ราชพัสดุให้กับผู้เช่าที่ราชพัสดุตามโครงการ “หนองวัวซอโมเดล” จ.อุดรธานี กว่า 9,000 ไร่

ยกระดับที่อยู่อาศัยผู้ยากไร้-ผู้สูงอายุ เพื่อคุณภาพชีวิต

ในการลงพื้นที่ จ.นครพนมครั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังได้เดินทางมาที่บ้านนาคำกลาง อ.เมืองนครพนม เป็นหนึ่งในพื้นที่ดำเนินงานซ่อมแซมบ้านผู้ยากไร้ และคนพิการ ตามโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ซึ่งทาง กอ.รมน. ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กำหนดเป้าหมายจำนวน 20 หลัง โดยมีชุดช่างของหน่วยทหารในพื้นที่ ได้แก่ มณฑลทหารบทที่ 210 และหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 22 ร่วมกับชุมชน ดำเนินการซ่อมแซมบ้าน ในวันนี้ ได้นำร่องส่งมอบบ้านที่ซ่อมแซมแล้วเสร็จ จำนวน 6 หลัง เป็นบ้านผู้พิการ 3 หลัง และบ้านผู้ยากไร้ 3 หลัง

สำหรับเงื่อนไขสวัสดิการ “ซ่อมบ้านผู้สูงอายุ” ที่รัฐจะจัดสรรงบประมาณไม่เกิน 40,000 บาท เพื่อสนับสนุนค่าวัสดุสำหรับซ่อมบ้าน ผู้ที่จะเข้าร่วมโครงการจะต้องเป็นผู้ที่อยู่ในหลักเกณฑ์คือต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป, มีฐานะครอบครัวยากจน และสภาพที่อยู่อาศัยทรุดโทรม

อย่างไรก็ตาม โครงการซ่อมแซมบ้านผู้ยากไร้ จำนวน 720 หลัง และซ่อมแซมบ้านผู้พิการ จำนวน 720 หลัง มีวัตถุประสงค์สำคัญ คือ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำของสังคม และสร้างการเข้าถึงการบริการของภาครัฐ ในการแก้ไขความยากจน และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ยากไร้และผู้พิการบนพื้นฐานของความพอดีและพอประมาณอย่างมีเหตุมีผล ตามโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ที่ดินทำกิน และที่อยู่อาศัย เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร