เข้าสู่เดือนสิงหาคม 2567 มีเรื่องที่ฝัน, หวัง และเชียร์อยู่ประมาณ 3 อย่าง

ขอเริ่มต้นจากเรื่องที่ “ฝัน” (หมายความว่าอาจ “ยากที่จะเกิดขึ้นจริง”) นั่นคือเรื่อง “ก้าวไกล” จะไม่ถูกยุบพรรค

ไม่ว่าชอบหรือชัง เลือกหรือไม่เลือก เห็นด้วยหรือเห็นต่าง รักหรือเกลียดกันปานใด

พรรคการเมืองในฐานะสถาบันทางการเมือง ที่ดำรงตั้งมั่นอยู่ในสังคม และวางรากฐานมาจากการลงคะแนนเลือกตั้งหรือสิทธิอำนาจของประชาชนกว่าสิบล้านราย นั้นไม่ควรจะมา “ต้องโทษประหารชีวิตทางการเมือง” จากคำพิพากษาของสถาบันทางการเมืองอื่นๆ ซึ่งไม่ได้ยึดโยงกับประชาชนโดยตรงมากเท่าพรรคการเมือง

การเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปของพรรคการเมืองหนึ่งๆ (ตราบใดที่พวกเขาไม่ได้ก่ออาชญากรรมใหญ่โตหรือทำลายล้างระบอบประชาธิปไตย) ควรถูกตัดสินชี้ชะตาด้วยรอยขีดกากบาทบนบัตรเลือกตั้งของประชาชนเพียงเท่านั้น

นี่คือหลักการธรรมดาสามัญ อันแสนจะเรียบง่าย ที่คนส่วนใหญ่ค่อนโลกเขาเข้าใจตรงกัน

แต่กลับกลายเป็นเรื่องที่ทำความเข้าใจได้ยากเสียเหลือเกิน หากมองโลกด้วยสายตา “บิดเบี้ยวแคบเรียว” ของชนชั้นนำบางกลุ่มในสังคมไทย

 

มาถึงเรื่องที่ “หวัง” (หมายความว่า “คงจะเป็นจริงได้ไม่ยากนัก”) บ้าง

นั่นคือหวังว่านายกรัฐมนตรี “เศรษฐา ทวีสิน” จะได้บริหารประเทศในฐานะผู้นำรัฐบาลชุดปัจจุบันต่อไป โดยไม่หลุดจากตำแหน่งด้วยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

เช่นเดียวกับกรณีของพรรคก้าวไกล ถ้าคนเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจาก “การเลือกตั้ง” (แม้จะถูก “แปรผล” ให้ “ผิดเพี้ยน” จากเจตจำนงของประชาชนจำนวนมากไปเยอะพอสมควร) และสังกัด “พรรคการเมืองที่ผ่านกระบวนการเลือกตั้ง” จะต้องพ้นตำแหน่ง

เขาก็ควรพ้นสภาพไปตามวาระ พ้นไปตามกลไกถูกต้องชอบธรรมในรัฐสภา (เช่น ถูกโหวตไม่ไว้วางใจ) หรือไม่ได้ดำรงตำแหน่งสมัยที่สองเพราะแพ้การเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า ซึ่งหมายความว่าไม่ได้ไปต่อ ด้วยคำพิพากษาของประชาชน

นายกรัฐมนตรีไทยไม่ควรจะมาหลุดตำแหน่งไปง่ายๆ แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย และสังคมการเมืองไทยไม่ควรไร้เสถียรภาพได้ทุกเมื่อ ด้วยการขีดเส้นชี้ชะตาขององค์กรอิสระ

 

ส่วนเรื่องสุดท้ายที่ “เชียร์” คือ การตามเชียร์บรรดานักกีฬาไทยในโอลิมปิก

ถ้าพยายามแสร้งแสดงว่าตัวเองมีอารมณ์ความรู้สึก “ชาตินิยม” เยอะหน่อย คงบอกได้แค่ว่านักกีฬาไทยสู้ๆ นักกีฬาไทยทำได้ดีแล้ว ทำเต็มที่แล้ว เก่งแล้ว แม้จะประสบความพ่ายแพ้ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม เท่าที่ดูผลการแข่งขันของนักกีฬาไทยในช่วงสัปดาห์แรกของปารีสเกมส์ ต้องบอกว่ามีความผิดหวังอยู่มากพอสมควร เช่น นักกีฬาแบดมินตันบางประเภทหรือนักกีฬาเทเบิลเทนนิสของเรา ซึ่งเหมือนจะเคยทำผลงานในมาตรฐานที่สูงกว่านี้

ส่วนนักกีฬามวยสากลของเรา (ซึ่งเคยคว้าเหรียญทองและเหรียญรางวัลอื่นๆ อย่างเป็นกอบเป็นกำ) ก็ทยอย “ตกรอบ” ไปแล้วหลายคน

ด้วยลักษณะที่คล้ายกับว่า ทีมงานมวยของเราเข้าใจ “กฎกติกาการให้คะแนน” ในแง่มุมที่แตกต่างจากฝ่ายจัดการแข่งขัน หรือพูดจาคนละภาษาคนละไวยากรณ์กับนักกีฬา-กรรมการชาติอื่นๆ สื่อสารกับคนอื่นๆ ไม่เข้าใจ หรือตามโลกไม่ค่อยทันแล้ว

ที่แบกความหวังของ “เพื่อนร่วมชาติ” ไว้เยอะมาก จึงเห็นจะได้แก่เหล่านักกีฬาเทควันโด ซึ่งต้องลงแข่งขันในช่วงท้ายๆ โอลิมปิก 2024

โดยเฉพาะ “เทนนิส-พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ” เจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกครั้งที่แล้ว ที่เตรียมตัวลงป้องกันแชมป์ในวันเดียวกับวัน “พิพากษาก้าวไกล” พอดิบพอดี

ด้วยความฝัน, ความหวัง และการเอาใจช่วยเชียร์เหล่านี้

ยังปรารถนาว่า “เดือนสิงหาคม 2567” คงจะมิใช่ห้วงเวลาที่น่า “โศกเศร้าหดหู่” เกินไป •

 

ของดีมีอยู่ | ปราปต์ บุนปาน

 

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’
เสียงคุณภาพต่ำ กับความชอกช้ำใจสูง
การอ่านหนังสือในวันที่มี AI
มหกรรมหนังสือฯ หลังวิกฤตท่วม ‘คนยังมาวันละแสน’ ณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พอใจแต่ห่วงอนาคต
‘ไตรภพ’ เปิดปัญหาสังคมไทย ‘3 ความอ่อนแอ’ ที่เรายังแก้ไม่ตก!
เดิมพันกลาโหม ‘ร้อยเอก’ วัดพลัง ‘พลโท’ แกะรอยสัมพันธ์ ‘บิ๊กดุลย์’ น้องเทพ ตัวจริง ผนึก แผง ตท.26 จับตา รบพิเศษ ส่ง ‘บิ๊กเต้-รองเอิร์ธ’ จ่อ ทบ.1
E-DUANG | “หวอด”การเมืองจาก ภาคใต้ กระดานหก แยกคอนางหงส์
รมช.เกษตร ยัน ประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ ไม่จำเป็นต้องกักตุนอาหารตามต่างประเทศ