bg-single

‘หลานม่า’ : HOW TO MAKE MILLIONS BEFORE GRANDMA DIES

23.09.2024

หลานม่า เป็นหนังไทยรายได้สูงสุดในไทยและเป็นหนังยอดนิยมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และทำท่าว่าจะไปต่อในระดับอินเตอร์ได้อีกอย่างสวยงาม

เล่าเรื่องได้อย่างจับใจกำลังเหมาะ ไม่ใช่ในลักษณะของเมโลดราม่าบีบคั้นอารมณ์ให้หลั่งน้ำตา เดินเรื่องไปช้าๆ เก็บรายละเอียดไปเรื่อยๆ แต่ไม่ขยี้อารมณ์จนเกินไป

หนังเปิดที่สุสานที่เดาเอาว่าน่าจะเป็นแถวชลบุรี ในเทศกาลเช็งเม้ง ซึ่งลูกหลานเชื้อสายจีนเดินทางไปไหว้บรรพบุรุษ ปัดกวาดหลุมศพอันสร้างอย่างสวยงามสง่าท่ามกลางทิวทัศน์ธรรมชาติ

ครอบครัวของอาม่าเหม็งจู (อุษา เสมคำ) ซึ่งมีลูกชายหญิงสามคน–กู๋เคี้ยง (สัญญา คุณากร) ซิว (สฤญรัตน์ โทมัส) และกู๋โส่ย (พงศธร จงวิลาส) ไปคารวะบรรพบุรุษตามธรรมเนียมจีน

เอ็ม (พุทธิพงศ์ อัสสรัตนกุล) เป็นลูกชายของซิว ได้รับมอบหมายให้โปรยกลีบดอกไม้บนพื้นดินรอบสุสาน เขาทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายไปตามแกน โดยไม่ได้รู้สึกถึงความผูกพันในครอบครัวที่ลาจากโลกไปแล้ว

เอ็มมีลูกพี่ลูกน้องชื่อมุ่ย (ต้นตะวัน ตันติเวชกุล) ซึ่งเอาใจใส่ดูแลอากงผู้ชราอย่างใกล้ชิด เมื่ออากงสิ้นชีวิต มุ่ยกลายเป็นทายาทหมายเลขหนึ่งของอากง ได้รับบ้าน ที่ดินและเงินทองมากมาย

ก่อนหน้านั้น เมื่อเอ็มถามว่าทำไมเธอถึงมาปรนนิบัติดูแลอากงโดยไม่ได้รับค่าจ้างค่าออนอะไร มุ่ยตอบว่างานที่เธอทำนั้นมีผลตอบแทนแน่นอน

เมื่ออาม่าได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารระยะที่สี่ หมอให้เวลาเพียงหนึ่งปี เอ็มซึ่งได้ไอเดียมาจากมุ่ย ก็พาตัวไปเยี่ยมเยียนและดูแลอาม่าอย่างใกล้ชิด

เอ็มเป็นเด็กเรียนเก่ง แต่ทิ้งการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยออกมาอยู่บ้านเฉยๆ เพราะหวังจะทำอาชีพยอดนิยมสำหรับคนรุ่นใหม่ คือการสร้างคอนเทนต์ให้สื่อโซเชียล ทว่า เส้นทางในอาชีพนี้ใช่ว่าจะง่ายดายดังคิด เนื่องจากมีผู้คนจำนวนมากแย่งชิงกันทำอยู่แล้ว

เอ็มมองเห็นหนทางลัดและช่องทางทำเงินล้านได้ในเวลาเพียงหนึ่งปีจากความใกล้ชิดจนได้เลื่อนอันดับมาเป็นหมายเลขหนึ่งของอาม่า ดังเช่นที่มุ่ยบอกถึงสาเหตุที่เธอได้รับมรดกจากอากง

เขาจึงค่อยๆ แทรกเข้าไปในชีวิตของอาม่า จนถึงขั้นย้ายไปอยู่เป็นเพื่อนในห้องแถวเก่าแก่ในถิ่นคนจีนน่าจะแถวเยาวราช

หนังเดินเรื่องอย่างช้าๆ ไม่เร่งรีบ ค่อยๆ เก็บรายละเอียดในชีวิตประจำวันของอาม่าและเอ็มไปทีละบททีละตอน ฉากต่อฉาก ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการทางอารมณ์และมุมมองในชีวิตของเอ็มไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ต้องตื่นแต่ไก่โห่ไปช่วยอาม่าขายโจ๊กในตลอด ไปจนถึงไปเป็นเพื่อนเวลาอาม่าไปคอยทำคีโมที่โรงพยาบาลอันแน่นขนัด

มีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เล่าเรื่องด้วยภาพและเสียงได้ดี

อย่างเช่น ตอนไปรอที่โรงพยาบาลก่อนเวลาทำการ คนไข้ก็จะไปเข้าคิวหน้าห้องรอเรียกตัว โดยวางรองเท้าจองคิวยาวเหยียดไว้ แล้วมานั่งรอให้ถึงเวลาเปิดทำการจึงเดินไปที่คิวรองเท้าที่เจ้าตัวถอดทิ้งไว้

ความชื่นใจเล็กๆ น้อยๆ ที่ผู้สูงวัยได้จากลูกหลานที่มาดูแลใกล้ชิด เช่น การเช็ดตัวให้ การเล่นไพ่แก้เหงา การประคับประคองขึ้นลงบันได และการมีเพื่อนคุยให้วันเวลาที่เหลือน้อยในชีวิตผ่านไปโดยไม่เปล่าเปลี่ยวเดียวดายอยู่ลำพัง

ทุกวันอาทิตย์ อาม่าจะแต่งตัวเรียบร้อย สวมเสื้อผ้าชุดสวย เตรียมอาหารการกินไว้เพียบ มานั่งรอให้ลูกหลานมาเยี่ยม

ซึ่งถ้ามีลูกคนไหนมาหา หรือมากันพร้อมหน้าก็ดี แต่ถ้าไม่มีใครมาหา อาม่าก็จะทำหน้าเฉยเหมือนไม่แคร์ สั่งให้ยกอาหารไปเก็บเข้าตู้จะได้ไม่เสียของ

ลูกสามคนล้วนมีชีวิตเป็นของตัวเอง และเช่นเดียวกับครอบครัวคนจีนทั่วไป ผู้สูงวัยก็หวังจะฝากผีฝากไข้ไว้กับลูกชายมากกว่าลูกสาว ซึ่งจะกลายเป็นคนสกุลอื่นไปเมื่อแต่งงาน

แต่ลูกชายก็วุ่นว่ายอยู่กับครอบครัวและปัญหาชีวิตของตัวเอง ถึงขั้นที่ว่าอาม่าบอกว่าถ้าเขาไม่มาหา ก็แปลว่าเขากำลังไปได้ดีในชีวิต และไม่ต้องการความช่วยเหลือจากแม่

ซึ่งทำให้อาม่าสบายใจไปอีกอย่าง

แม้จะตั้งต้นด้วยการหวังมรดกจากอาม่า แต่เอ็มก็เรียนรู้ถึงสายใยในครอบครัว ซึ่งรักใคร่ห่วงใย ห่วงหาอาทรซึ่งกันและกันอย่างตัดไม่ขาด

หนังมีจุดหักเหในตอนท้าย ซึ่งเปลี่ยนทัศนะมุมมองในชีวิตของตัวเอกไป จากการเริ่มต้นด้วยความเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน กลายมาเป็นความรักและความสัมพันธ์ในครอบครัวและความเสียสละ ซึ่งจะกลายเป็นความทรงจำอันล้ำค่าและเป็นพลังสร้างสรรค์ต่อไปในชีวิต

จากความพยายามของเอ็มที่จะได้เป็นหมายเลขหนึ่งสำหรับอาม่า ที่สุดแล้ว อาม่าก็ได้กลายเป็นหมายเลขหนึ่งในใจเขา

หนังไม่ใช่เมโลดราม่าประเภทที่ตัวอิจฉาหรือตัวร้ายฟาดฟันแย่งชิงกันอย่างโต้งๆ แม้แต่ตัวละครที่ทำอะไรด้วยความเห็นแก่ประโยชน์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง ก็ยอมรับในผลลัพธ์และการตัดสินใจของแม่โดยไม่ได้คัดค้านหรือโยกโย้ให้มากความ

ฉากที่จับใจที่สุดเห็นจะเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญของตัวเอก ที่เปลี่ยนไปจากคนเดิมอย่างเห็นได้ชัด

ความใกล้ชิดความผูกพันในอดีตระหว่างเอ็มกับอาม่า ย้อนกลับมาอีกครั้งหลังจากห่างเหินกันไปด้วยเส้นทางที่แยกห่างกันไปในชีวิตเมื่อเติบใหญ่ จนกระทั่งเอ็มตัดสินใจได้โดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อยที่จะทิ้งประโยชน์ส่วนตนในปัจจุบัน และทำสิ่งที่อาม่าต้องการที่สุดในบั้นปลายชีวิต

และฉากบนรถขนโลงศพ ซึ่งลูกหลานนั่งขนาบพาอาม่าไปสู่สถานที่ที่ตั้งความหวังไว้ว่าจะได้สถิตอยู่อย่างสุขสงบหลังความตาย

เอ็มค่อยๆ เคาะโลงเรียกอาม่า บอกแกว่ารถแล่นผ่านสถานที่ใดบ้าง ไปจนถึงสุสานอันสง่างามซึ่งแกจะได้นอนหลับไปตลอดกาล และมีลูกหลานมาเยี่ยมทุกปีตามธรรมเนียมจีน

เป็นหนังที่สร้างความประทับใจในขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมอันเก่าแก่ในวิถีชีวิตของคนสมัยใหม่ และเล่าด้วยมุมมอง อารมณ์ขัน พร้อมไปกับความเปลี่ยนแปลงและความเป็นไปในชีวิต

มีฉายทางเน็ตฟลิกซ์แล้วนะคะขณะนี้ •

‘หลานม่า’

กำกับการแสดง

พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์

นำแสดง

พุทธิพงศ์ อัสสรัตนกุล

อุษา เสมคำ

ต้นตะวัน ตันติเวชกุล

สัญญา คุณากร

พงศธร จงวิลาส

สฤญรัตน์ โทมัส

ภาพยนตร์ | นพมาส แววหงส์

 

 

 

 

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ภาษาไทย “อุบัติ”—ไม่ “วิบัติ”
PEA ครบรอบ 66 ปี แห่งความไว้วางใจ ประกาศก้าวใหม่ “Powering Every Life” ขับเคลื่อนพลังงานไทยสู่อนาคต
ถึงสถานีปลายทางสุขภาพ! “BEM Care 2026 Health Station สถานีสุขภาพ” ปิดฉากอย่างคึกคัก
นิรโทษกรรม 6 ตุลาฯ | สุรชาติ บำรุงสุข
“พิชัย” ชื่นชม “แบงก์ชาติ” ยุค “วิทัย” เดินถูกทาง ย้ำเสถียรภาพต้องคู่การเติบโต เชื่อแก้ทุนเทา–คอร์รัปชัน ช่วยเศรษฐกิจไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูง
“หมู่บ้านศีล 5” บ้านเจ็ดริ้ว “คึกคัก” สมเด็จเอื้อน-พระพรหมเสนาบดี” มาให้กำลังใจ ด้าน ครูสลา ร้องสด กราบสมเด็จช่วงด้วยดวงใจ ยก”สมเด็จช่วง” เป็นบิดาแห่งหมู่บ้านศีล 5
รถไฟและไฮเวย์: เมกะโปรเจกต์เชื่อมลาว–เวียดนามภายใต้ความสัมพันธ์แบบพิเศษ
โลกและอาเซียนในอนาคต จากมุมมอง ‘อมิตาฟ อาชาเรีย’
Songs in the Key of Life : รักบังตา
โทษประหารชีวิต : ข้อถกเถียงทางปรัชญา (2)
บทวิจารณ์เรื่องสั้น ‘เพื่อนข้างบ้าน’ จากรอยแตกร้าวริมรั้ว… สู่ภาพสะท้อนสงครามเย็นในสังคมไทย
‘ขอให้ความจริงปรากฏ’ ชุติมา นวลพลับ สู้มาราธอน ทวงงานศิลป์ ‘พระพุทธบาท’