ยุทธการ 22 สิงหา : สัญญาณ ‘ร้อน’ การเมือง ‘คนเสื้อแดง’ โดยตรง ต่อรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

การได้รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาพร้อมกับการทำลายและโค่นล้มรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อย่างต่อเนื่องได้กลายเป็นสัญญาณแห่งความขัดแย้ง “ใหม่”
เหมือนกับจะเป็นระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคพลังประชาชน อันถือเป็นคู่ขัดแย้งเดิม
แต่ก็ต้องยอมรับว่าองค์ประกอบภายในของรัฐบาลที่เป็นแก่นแกนหลักมิได้มีเพียงพรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียว ตรงกันข้าม ได้มีองค์ประกอบใหม่จากกลุ่มที่เรียกตนเองว่า “เพื่อนเนวิน” เข้าไป
ขณะเดียวกัน ที่เป็นหลังพิงอย่างสำคัญยังเป็นกำลังสนับสนุนจากโครงสร้างแห่งระบบราชการที่มีลักษณะรวมศูนย์
โดยอยู่ที่กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย
โดยพรรคประชาธิปัตย์คุมงานความมั่นคงผ่าน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี แต่ก็แบ่งกระทรวงมหาดไทยให้กับ “กลุ่มเพื่อนเนวิน” ขณะที่กระทรวงกลาโหมอยู่ในมือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
บทบาทของพรรคประชาธิปัตย์และ “กลุ่มเพื่อนเนวิน” จึงประสานและกลมกลืนกับกลุ่มกุมอำนาจทางทหารที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นผู้นำ
ทางด้านพรรคพลังประชาชนภายหลังจากถูกยุบเมื่อเดือนธันวาคม 2551 ก็มีการจัดตั้งพรรคเพื่อไทยขึ้น แต่กำลังพื้นฐานยังเป็นกำลังของ ส.ส.ประสานเข้ากับกำลังของแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)
หากมองจากสภาพการณ์ภายหลังการเลือกตั้งเมื่อเดือนธันวาคม 2550 มายังภายหลังคำวินิจฉัยยุบพรรคพลังประชาชนเมื่อเดือนธันวาคม 2551 ก็เกิดอาการพลิกกลับของกำลังในทางการเมือง
นั่นก็คือ พรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล นั่นก็คือพรรคเพื่อไทยเป็นฝ่ายค้าน
นั่นก็คือ กำลังของรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ประสานเข้ากับ “กลุ่มเพื่อนเนวิน” โดยมีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเป็นแนวร่วม โดยมีการหนุนช่วยจากภายในโครงสร้างแห่งกลไกอำนาจรัฐ
ขณะที่พรรคเพื่อไทยอยู่ในสถานะ “ฝ่ายค้าน” โดยมีแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เป็นพันธมิตร
รูปการเคลื่อนไหวในเดือนธันวาคม 2551 จึงเท่ากับถอดพิมพ์เขียวออกมา
วันที่ 29-30 ธันวาคม กำหนดเป็นวันประชุมรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบายของรัฐบาลตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
ทุกอย่างเริ่มต้นตั้งแต่คืนวันที่ 28 ธันวาคม
เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมในสังกัด”แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ”(นปช.)ในชุด”เสื้อแดง”มาตั้งม็อบปิดล้อมทางเข้า-ออกรัฐสภาโดยเปิดช่องทางให้เข้าเพียง 2 เมตร
ที่สำคัญ คือ ให้เดินเท้าเข้าไป
พรรคประชาธิปัตย์ปักหลักเฝ้าดูสถานการณ์อยู่ ณ ที่ทำการของพรรคในย่านสถานีรถไฟสามเสน แกนนำพรรคประชาธิปัตย์พยายามเจรจาต่อรองกับตัวแทนผู้ชุมนุมอยู่หลายรอบ
แต่ไม่เกิดผล
นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ในวันแรกวันที่ 29 ธันวาคม ออกไปถึง 3 รอบ เนื่องจาก ส.ส.และส.ว.ส่วนใหญ่ไม่แน่ใจในความปลอดภัยจึงไม่กล้าเดินเข้าไปในอาคารรัฐสภา
สุดท้ายต้องเลื่อนการประชุมเพื่อแถลงนโยบายเป็นวันรุ่งขึ้น
รุ่งเช้าของวันที่ 30 ธันวาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดประตูปราสาทเทวฤทธิ์จากภายในเพื่อเปิดทางให้ส.ส.และส.ว.เข้าร่วมประชุม และใช้โล่ผลักดันให้ผู้ชุมนุมออกไปถึง 5 ครั้ง
แต่ไม่เป็นผล
ขณะที่ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์รวมพลและนั่งรถตู้ของตำรวจไปรับประทานอาหารเช้าที่สโมสรกองทัพบก เทเวศร์ จนเวลา 09.20 น.ขบวนรถก็แล่นไปยังกระทรวงการต่างประเทศ ถนนศรีอยุธยา
โดยไม่ไปรัฐสภาเพราะไม่ต้องการให้เกิดการปะทะกับผู้ชุมนุม
จากนั้น ประสานงานไปยังพรรคร่วมรัฐบาลให้มาประชุม ขณะที่ส.ส.พรรคเพื่อไทยและพรรคเพื่อแผ่นดินประกาศบอยคอตไม่เข้าร่วมประชุม
เห็นเช่นนั้น ผู้ชุมนุมของ”คนเสื้อแดง”ก็เคลื่อนขบวนตามไปยังกระทรวงการต่างประเทศ ถนนศรีอยุธยา แต่ถูกกำลังตำรวจสกัดเป็นระยะๆทำให้ไม่สามารถปิดล้อมได้อย่างทันท่วงที
กระนั้น ส.ส.และรัฐมนตรีบางรายก็เดินทางมาไม่ทันและไม่สามารถตีฝ่าวงปิดล้อมของ”คนเสื้อแดง”เข้าไปได้ต้องไปที่คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลแล้วปิดรั้วเข้าไปในกระทรวงการต่างประเทศ
การแถลงนโยบายของรัฐบาลใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง
ปรากฏว่า มีส.ว.เข้าร่วม 103 คน ส.ส. 227 คน รวมเป็น 300 คน ถือว่าเกินกึ่งหนึ่งที่ 292 คน
ถือเป็นครั้งแรกที่มีการประชุมรัฐสภาและแถลงนโยบายนอกพื้นที่อาคารรัฐสภา
หลังจากนั้น ส.ส.พรรคเพื่อไทย แถลงถึงเหตุผลที่ไม่เข้าร่วมประชุมโดยอ้างว่า การไม่ใช้อาคารรัฐสภาเป็นที่ประชุมเป็นการผิดข้อบังคับและจะยื่นเรื่องให้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตีความในลำดับต่อไป
ขณะเดียวกัน ทางด้านของ”คนเสื้อแดง”ก็มีการเคลื่อนไหว
โดยถอนตัวจากกระทรวงการต่างประเทศ กลับไปยังบริเวณหน้าอาคารรัฐสภา แล้วไปชุมนุมกันต่อที่ท้องสนามหลวง จากนั้นก็ประกาศสลายการชุมนุมและนัดหมายจะกลับมาเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาลใหม่ในเดือนมกราคม 2552
นี่คือการประสานบทบาทและประสานพลังระหว่างพรรคเพื่อไทยกับแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)
นี่คือบาทก้าวที่คึกคักของ”คนเสื้อแดง”ในการต่อต้าน”รัฐบาล”
หนังสือ”19-19 ภาพชีวิตและการต่อสู้ของคนเสื้อแดง จาก 19 กันยา 49 ถึง 19 พฤษภา 53″ ที่มี อุเชนทร์ เชียงแสน เป็นบรรณาธิการ ชัยธวัช ตุลาธน เป็นผู้ช่วยบรรณาธิการ
ตีพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ในเดือนมิถุนายน 2554 ระบุเหตุการณ์ในวันที่ 28 ธันวาคม 2551 ว่า
ครอบครัว”ความจริงวันนี้” จัดชุมนุมสัญจรครั้งที่ 4 ที่สนามหลวง
แล้วเคลื่อนไปปิดล้อมรัฐสภาในตอนดึกเพื่อขัดขวางการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ(นายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ได้รับเลือกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 15 ธันวาคม 2551)
จนในวันที่ 30 ธันวาคม 2551 จึงมีการเปลี่ยนสถานที่แถลงไปที่กระทรวงการต่างประเทศ
เป็นการรุกไล่ ปิดล้อมจาก”คนเสื้อแดง”ต่อ รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
เพียงเห็นปฏิบัติการจากกลางดึกของคืนวันที่ 28 ธันวาคม 2551 จากท้องสนามหลวงไปยังหน้าอาคารรัฐสภา ไปยังหน้ากระทรวงการต่างประเทศ
ก็เท่ากับเป็นการส่ง”สัญญาณ”ทางการเมืองอย่างเด่นชัด
การต่อสู้ในลักษณะ 2 แนวรบ 2 แนวการเคลื่อนไหวเพื่อต่อต้านและขับไล่รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะต้องปะทุขึ้นอย่างแน่นอน
แนวหนึ่ง เป็นพรรคเพื่อไทย แนวหนึ่ง เป็นนปช.
บทบาทของนปช.หรือคนเสื้อแดงจะเป็น”กองหน้า” บทบาทของพรรคเพื่อไทยจะเป็น”กองหลัง”
ความร้อนแรง แหลมคม ทางการเมืองในปี 2552 ชัดเจน
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
