คลังชงแพ็กเกจกระตุ้นชุดใหญ่ รักษาโมเมนตัมเศรษฐกิจ งัดภาษีปลุกคนชั้นกลางใช้จ่าย

หลังจากรัฐบาลปรับมาตรการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet โดยแบ่งส่วนหนึ่งมาจ่ายให้กับ “กลุ่มเปราะบาง” คือ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ กว่า 14.5 ล้านคน จึงมีการจับตากันว่า รัฐบาลจะแจกให้แก่ผู้ที่ลงทะเบียนไว้กว่า 30 ล้านคน ที่ไม่ใช่กลุ่มเปราะบางเมื่อใด
ขณะเดียวกัน เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี คาดหวังอยากจะเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกด้วย
นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า รัฐบาลเตรียมกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปลายปีนี้ไปจนถึงช่วงโลว์ซีซั่นของปีหน้า แม้ว่าขณะนี้เศรษฐกิจจะผงกหัวขึ้นแล้ว โดยเริ่มเห็นสัญญาณมาตั้งแต่กลางปี ซึ่งคาดว่าตัวเลขเศรษฐกิจช่วงไตรมาส 3-4 ปี 2567 จะออกมาดีกว่าที่คาดไว้ตอนต้นปี อย่างไรก็ดี ยังจำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่องเพื่อรักษาโมเมนตัมการเติบโต
“รัฐบาลไม่อยากกระตุ้นแล้วก็ปล่อย เพราะการกระตุ้นแต่ละครั้งมีราคาที่สูงกว่าการรักษาโมเมนตัมทางเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้น จึงต้องทําให้แรงส่งเศรษฐกิจค่อยๆ ขับเคลื่อนต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ดังนั้น จะมีมาตรการออกมาเรื่อยๆ ทั้งมาตรการด้านการเงิน มาตรการทางด้านการคลัง รวมถึงมาตรการทางด้านภาษี ที่จะเข้ามาช่วยประคองรักษาโมเมนตัมไปเรื่อยๆ”
ขณะเดียวกัน การกระตุ้น หรือสร้างให้เกิดความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจที่สูง จะต้องทําให้ครบภาคส่วน ไม่ใช่แค่กระตุ้นรากหญ้า หรือคนที่มีรายได้น้อยแล้วพอ เพราะจะส่งผลถึงการผลิตได้แค่บางส่วน หรือบางสินค้าเท่านั้น แต่สินค้าที่ผู้มีรายได้น้อยไม่ได้บริโภคก็จะไม่ถูกกระตุ้น ไม่ถูกผลิต
“เราอยากเห็นภาพเศรษฐกิจบูมพร้อมๆ กัน เพราะฉะนั้นก็มีความจําเป็นที่ต้องใช้เครื่องมือทางการเงิน เครื่องมือทางการคลัง ในหลายๆ ภาคส่วนเข้ามาช่วยเหลือกัน เพื่อให้เกิดการกระตุ้นในทุกๆ ส่วน ซึ่งมาตรการก็จะมีออกมาเรื่อยๆ โดยจะใส่แรงส่งเข้าไปในแต่ละส่วน และทำต่อเนื่อง”
นายเผ่าภูมิกล่าวว่า กระทรวงการคลังมีมาตรการที่เตรียมการไว้ เพื่อเสนอคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่มี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ โดยคาดว่าจะมีการนัดประชุมในปลายเดือนตุลาคมนี้ เพราะต้องรอให้สถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายก่อน ซึ่งที่ประชุมจะมีหน่วยงาน หรือกระทรวงอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น กระทรวงพาณิชย์ เมื่อคุยกันแล้วก็อาจจะออกเป็นมาตรการกระตุ้นที่สอดคล้องกัน
“กระทรวงการคลังเตรียมมาตรการไว้เยอะ เพียงแต่อยากเอาเข้าไปคุยในคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้ออกมาเป็นภาพรวมมากกว่า แต่มาตรการเล็กๆ มาตรการสินเชื่ออะไรต่างๆ ก็จะทยอยออกเรื่อยๆ โดยกระทรวงการคลังเองอยู่แล้ว”
นายเผ่าภูมิกล่าวด้วยว่า การจะนำมาตรการด้านภาษีกระตุ้นจับจ่าย มาทำในช่วงปลายปีนี้อีกหรือไม่นั้น ต้องบอกว่า การกระตุ้นการบริโภคมีความจําเป็นอยู่เรื่อยๆ ยกตัวอย่าง การใส่เงิน 10,000 บาท ไปที่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กลุ่มนี้มีข้อดี คือมีเท่าไหร่จะใช้จ่ายหมด จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้สูง แต่คนชั้นกลาง กลุ่มที่เป็นผู้เสียภาษี ยังไม่ได้ถูกกระตุ้น ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกัน ดังนั้น มาตรการแบบ Easy e-Receipt (ช้อปปิ้งลดหย่อนภาษี) จะเข้าไปช่วยให้เกิดการกระตุ้นได้ โดยคนกลุ่มนี้ถ้ามีการใช้จ่ายมากขึ้นในช่วงปลายปีจะเป็นสิ่งที่ดี รวมถึงมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรก็ต้องมี
นอกจากนี้ มีคนที่มีเงินฝากอยู่ในบัญชีจำนวนมาก โดยบางคนอาจจะไม่มั่นใจในเศรษฐกิจ ก็เอาเงินเข้าไปอยู่ในเงินฝาก ซึ่งไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนั้น หากสามารถกระตุ้นให้มีการดึงเงินฝากออกมาใช้จ่ายในสินค้าคงทน ซื้อบ้าน ซื้อรถ ซื้ออะไรต่างๆ ก็จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ อย่างไรก็ดี มีข้อที่ต้องพึงระวัง เช่น เรื่องที่จะไปกระตุ้นช่วงปลายปี ซึ่งเป็นช่วงที่คนใช้จ่ายสูงอยู่แล้ว อาจจะไปทดแทนสิ่งที่เขาใช้จ่ายอยู่แล้ว ก็ต้องพิจารณาหาจุดที่เหมาะสมที่สุด
“ภายในเดือนตุลาคมนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งจะมีความชัดเจนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมา เช่น มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากมาตรการที่มีอยู่ มีการใช้วงเงินไปเกือบเต็มหมดแล้วในทุกโครงการ โดยมาตรการที่ออกมาจะทำผ่านธนาคารของรัฐเป็นหลัก และจะมีส่วนอื่นๆ เพิ่มเติมด้วย ซึ่งจะกระตุ้นทั้งด้านดีมานด์และซัพพลาย”
ทั้งนี้ จังหวะในการกระตุ้นเศรษฐกิจ จะมีมาตรการออกมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้ ช่วงต้นปีหน้า รวมถึงลากยาวไปถึงช่วงโลว์ซีซั่นของปีหน้า ก็มีความจําเป็น สำหรับการใช้มาตรการภาษีที่ทำไปแล้วตั้งแต่ต้นปี หากจะทำปลายปีด้วยก็มองได้ 2 มุม คือ มุมแรก กลุ่มที่อยู่ในระบบภาษี ยังไม่ได้ถูกกระตุ้นเลย แต่อีกมุมก็คือ ปลายปีเป็นช่วงที่มีการใช้จ่ายสูงอยู่แล้ว
“ในช่วงต้นปีที่เราใช้ Easy e-Receipt แต่ช่วงปลายปียังไม่มีการกระตุ้น ซึ่งทิ้งระยะห่างพอสมควร แต่ก็มีข้อที่ต้องกังวลว่าช่วงปลายปี ที่จะมีการใช้จ่ายสูงอยู่แล้ว เป็นสิ่งที่กระทรวงการคลังจะต้องชั่งน้ำหนักข้อดี-ข้อเสีย แล้วออกมาตรการให้ใช้ทุกบาทอย่างคุ้มค่าที่สุด เพราะอย่าลืมว่าทุกบาทคือการสูญเสียรายได้ของภาครัฐ”
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังกล่าวว่า ยืนยันว่ากลุ่มที่ลงทะเบียนดิจิทัลวอลเล็ตไว้ ทุกคนที่ลงทะเบียนแล้วจะได้ 10,000 บาทแน่นอน แต่จะออกมาเป็นลักษณะแบบไหน จ่ายเป็นเฟส ได้ครั้งแรกเท่าไหร่ หรือเป็นลักษณะแบบไหน เมื่อไหร่ ในช่วงไหน ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะออกมาในช่วงโลว์ซีซั่น โดยขอดูภาวะเศรษฐกิจก่อน ว่าเงินที่แจกไปก้อนแรกจะส่งผลกับเศรษฐกิจปลายปีแค่ไหน แล้วควรจะกระตุ้นอีกรอบช่วงไหน จํานวนเงินแบ่งยังไง หรือจะไม่แบ่งก็ได้
สําหรับปีนี้ คาดว่าเศรษฐกิจมีโอกาสขยายตัวได้ดีขึ้นจากที่คาดไว้เมื่อต้นปี เนื่องจากคาดว่าไตรมาส 3-4 ตัวเลขจะออกมาดีกว่าที่คาดไว้ ซึ่งตอนต้นปีประเมินเศรษฐกิจปีนี้จะโตได้ 2.4% ถึงขณะนี้โตได้เกินแน่ รวมถึงคาดว่าจะโตได้เกิน 2.7% ที่ประมาณการไว้ช่วงกลางปี แต่จะเกิน 2.9% หรือถึง 3% หรือไม่ ก็เป็นความคาดหวัง
“3% ก็เป็นความหวัง แต่ก็ต้องลองดู ขึ้นอยู่กับตอนช่วงปลายปีเราจะใส่เม็ดเงิน ใส่มาตรการภาษีลงไปด้วยอีกไหม หรือเก็บไว้ใช้ต้นปีหน้า เพราะว่าทุกบาท เราก็อยากใช้ให้มีคุณค่าที่สุด อย่างไรก็ดี ปีหน้าเราคาดว่าจะโตได้ 3% ต้นๆ ก็มีแนวโน้มที่ดี จะโตได้สูงกว่าปีนี้” รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังกล่าว
นับจากนี้ ต้องติดตามดูว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขบวนล่าสุด ภายใต้การขับเคลื่อนของนายกฯ “อิ๊งค์” เป็นประธาน จะปลุกเศรษฐกิจให้ฟื้นได้อย่างเข้มแข็งตามที่ตั้งเป้าไว้หรือไม่
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
