bg-single

กำราบเม็ดเลือดขาวทรยศ กดมะเร็ง ด้วยสาหร่าย

12.12.2024

ทะลุกรอบ | ป๋วย อุ่นใจ

 

กำราบเม็ดเลือดขาวทรยศ

กดมะเร็ง

ด้วยสาหร่าย

 

เหมือนโลกนี้กลับตาลปัตร เมื่อนักวิจัยจากแดนมังกร เสิ่นเจิ้น เปิดตัวเทคโนโลยีสุดพิลึกพิลั่น “ระบบนำร่องกำราบมะเร็งด้วยเซลล์สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน” ออกมาในวารสาร Cell Reports Physical Sciences

งานนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากงานวิจัยโบร่ำโบราณของเทวะกิ ภยา (Devaki Bhaya) นักวิจัยสังคมจุลินทรีย์จากสถาบันคาร์เนกี้ (The Carnegie Institution) มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University) ที่ศึกษาแบบแผนการเคลื่อนที่ติดตามแสงของสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน (blue green algae) หรือไซแอนโนแบคทีเรีย (Cyanobacteria)

ในปัจจุบัน การอ้างถึงสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน มักนิยมใช้คำว่าไซแอนโนแบคทีเรียมากกว่าคำว่าสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน ทั้งนี้เพราะว่าสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินมีลักษณะเซลล์เป็นแบบโปรคาริโอต ซึ่งจะมีโครงสร้างที่ใกล้เคียงกับแบคทีเรียมากกว่าสาหร่ายที่เป็นเซลล์แบบยูคาริโอต

ดังนั้น ในบทความนี้จะขอเรียกสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินว่า “ไซแอน” ซึ่งย่อมาจากไซแอนโนแบคทีเรีย

ภาพแบบแผนการเจริญเติบโตเป็นรูปร่างนิ้วมือตามแสงของไซแอน Synechocystis
(เครดิตภาพ : Devaki Bhaya Lab)

ในปี 2008 เทวะกิและแมตธิว เบอร์เรียสซี (Matthew Burriesci) ลูกศิษย์ปริญญาตรีของเธอตีพิมพ์เปเปอร์รายงานผลการติดตามการเคลื่อนที่ตอบสนองต่อแสงของไซแอนเซลล์เดียวที่ชื่อ Synechocystis sp. strain PCC6803 บนอาหารเลี้ยงเชื้อออกมาในวารสาร Journal of Photochemistry and Photobiology B : Biology

ซึ่งในงานนี้ ทั้งเทวะกิและแมตธิวสามารถเข้าใจแบบแผนของการเคลื่อนที่เข้าหาแสงที่ดูเผินๆ แล้วมีรูปร่างคล้ายนิ้ว (finger like projection) ของไซแอนได้อย่างถ่องแท้ ถึงขนาดที่สามารถสร้างแบบจำลองพฤติกรรมที่สามารถอธิบายกลไกการเคลื่อนที่เข้าหาแสงของไซแอนได้อย่างละเอียดถึงระดับเซลล์

น่าสนใจ ถ้าไซแอนเคลื่อนที่เข้าหาแสง เป็นไปได้มั้ยที่จะใช้แสงในการนำทางสาหร่าย? หลินเถา ไช่ (Lintao Cai) วิศวกรการแพทย์และทีมวิจัยของเขาจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์จีน (Chinese Academy of Science) ในเสิ่นเจิ้นคิด

พวกเขาอยากที่จะพัฒนาระบบนำร่องอัจฉริยะเพื่อมุ่งเป้าจัดการกับมะเร็ง!!

ภาพเซลล์ไซแอนที่มีอนุภาคนาโนพอลิเมอร์ฝังเอสไออาร์เอ็นเอต้าน CSF1R (credit: Zhu D et al. 2024 https://doi.org/10.1016/j.xcrp.2024.102301)

อย่างที่เคยเล่าให้ฟังไปในทะลุกรอบในสัปดาห์ก่อนๆ ว่ามะเร็งร้ายนั้นอาจซับซ้อนกว่าที่คิด ในมะเร็งหนึ่งก้อนอาจมีเซลล์ได้สารพัดรูปแบบ และหนึ่งในเซลล์วายร้ายที่คอยช่วยปกปิดไม่ให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายตรวจหามะเร็งเจอ ก็คือ “แม็กโคเฟจที่อาศัยอยู่กับมะเร็ง” หรือที่เรียกว่า Tumor associated macrophage หรือ TAM”

แม็กโครเฟจ โดยปกติแล้ว จะเป็นเม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่กำจัดสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกายไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรีย ปรสิต และอื่นๆ โดยการเขมือบเข้าไป ย่อยสลาย ไปจนถึงการกระตุ้นการอักเสบ ทว่า TAM กลับเป็นแม็กโครเฟจที่แปรพักตร์ หันไปสมคบคิดกับเซลล์มะเร็ง

แทนที่จะกระตุ้นให้เซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันมาช่วยกันจัดการกับมะเร็งให้หมดสิ้นไป เม็ดเลือดขาวทรยศ TAM จะยับยั้งการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวอื่นๆ เช่น เซลล์เดนดริติก และเซลล์ที (CD8+ T Cell) ไม่ให้ส่งสัญญาณกระตุ้นการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันมาที่มะเร็ง

ยิ่งไปกว่านั้น TAM ยังหลั่งโปรตีนออกมาสนับสนุนให้มีการงอกเส้นเลือดออกมาหล่อเลี้ยงก้อนมะเร็งเจริญเติบโตได้อีก

หลินเถาและทีมเชื่อว่าถ้าเราสามารถเปลี่ยนใจแม็กโครเฟจทรยศพวกนี้ให้หันกลับมาสวามิภักดิ์เราได้อีกครั้ง มะเร็งก็จะม้วยมรณัง

แต่คำถามก็คือ เราจะทำยังไงให้ TAM หันกลับมาอยู่ข้างเราอีกครั้ง และนั่นคือความท้าทาย

คำตอบอาจจะอยู่ที่การแสดงออกของโปรตีนชนิดหนึ่ง ที่ชื่อว่า colony-stimulating factor 1 receptor (CSF1R) เพราะถ้า TAM ผลิตโปรตีน CSF1R มาก พวกมันก็จะเริ่มทำหน้าที่เพี้ยนไปมาก และจะมีพฤติกรรมที่คอยสนับสนุนและซุกซ่อนมะเร็งที่ชัดเจน

แต่ถ้าเราบังคับให้ TAM ยอมลดการสร้างโปรตีน CSF1R ของพวกมันลงมาได้สำเร็จ เซลล์ TAM ก็จะเปลี่ยนกลับไปเป็นแม็กโครเฟจอีกประเภทหนึ่งที่เรียกว่า M1 ที่จะช่วยส่งสัญญาณกระตุ้นให้ภูมิคุ้มกันเข้ามาทำงานจัดการกับเซลล์มะเร็งและสิ่งแปลกปลอม อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นการอักเสบอีกด้วย

ประเด็นคือเราจะทำยังไงให้เซลล์แม็กโครเฟจทรยศอย่าง TAM ยอมที่จะเปลี่ยนตัวเอง

 

สิ่งที่ต้องทำก็คือต้องหาวิธีนำส่งชิ้นอาร์เอ็นเอสายสั้นๆ ที่เรียกว่าเอสไออาร์เอ็นเอ (siRNA) ที่มุ่งเป้า CSF1R เข้าไปภายใน TAM ให้ได้

เมื่อเอสไออาร์เอ็นเอเข้าไปในเซลล์แล้ว เซลล์จะอ่านรหัสพันธุกรรมของเอสไออาร์เอ็นเอที่ใส่เข้าไปและเริ่มกำจัดเอ็มอาร์เอ็นเอที่มีรหัสแบบเดียวกันออกไปจนเกือบหมดสิ้น และเมื่อไม่มีเอ็มอาร์เอ็นเอ โปรตีนก็จะไม่ถูกสร้างขึ้นมาเช่นกัน

การสั่งให้ TAM เปลี่ยนพฤติกรรมนั้น จริงๆ แล้ว ไม่ยาก แค่ออกแบบเอสไออาร์เอ็นเอแล้วใส่เข้าไปก็จบ ในเรื่องนี้ ความยากจริงๆ แล้ว จะอยู่ที่ว่าจะทำยังไงให้การนำส่งเอสไออาร์เอ็นเอเข้าสู่เซลล์นั้นเกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

และตรงนี้เองที่ไซแอนเข้ามามีบทบาท หลินเถาปิ๊งไอเดียเด็ด ก็ถ้าไซแอนนั้นชอบเคลื่อนที่เข้าหาแสง งานวิจัยก็มีให้เห็นชัดเจน อีกทั้งแมตธิวและเทวะกิก็สร้างแบบจำลองเอาไว้ให้เสร็จเรียบร้อยแล้วด้วย แล้วทำไมเราไม่เอาเอสไออาร์เอ็นเอไปใส่ในไซแอน แล้วเอาไซแอนใส่เข้าไปในร่างกาย แล้วส่องแสงไปที่มะเร็ง ล่อให้ไซแอนตามแสงพาเอสไออาร์เอ็นเอของเราไปปล่อยไว้ที่ก้อนมะเร็งเพื่อจัดการกับเม็ดเลือดขาวทรยศล่ะ?

พวกเขาเริ่มคิดหาวิธีแพ็คเอสไออาร์เอ็นเอเข้าไปที่ไซแอน และได้ออกแบบอนุภาคนาโนพอลีเมอร์เรย์ที่เรียกว่า triblock polyamino acid ที่นอกจากจะสามารถกักเก็บเอสไออาร์เอ็นเอได้อย่างอยู่รอดปลอดภัยแล้ว อนุภาคนาโนพอลิเมอร์นี้ยังเหมาะแก่การยึดติดกับเซลล์ของไซแอนได้อีก

เมื่อออกแบบและประกอบร่างสำเร็จ ทีมเสิ่นเจิ้นก็เริ่มทดสอบเซลล์ไซแอนติดอนุภาคนาโนพอลิเมอร์กันทันทีอย่างยิ่งใหญ่อลังการ เริ่มตั้งแต่เซลล์ ได้จนถึงออร์แกนอยด์ (organoid) ได้จนถึงสัตว์ทดลอง (หนู)

 

ที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือผลที่ได้นั้นดีเกินคาด ไซแอนเองมีพฤติกรรมตามแสงตามที่ต้องการ การให้ไซแอนผสมอนุภาคนาโนเข้าในเซลล์ TAM สามารถลดการแสดงออกของ CSF1R ได้ปรับพฤติกรรมของเซลล์ไปได้อย่างชัดเจน เซลล์ TAM ยอมเปลี่ยนพฤติกรรมดังที่คาด และเริ่มส่งสัญญาณกระตุ้นภูมิจัดการมะเร็งออกมาตามที่ควรจะเป็น

ผลของการทดลองในออร์แกนอยด์และหนูก็น่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน เพราะชัดเจนมากว่าไซแอนสามารถนำส่งเอสไออาร์เอ็นเอได้อย่างดีเลิศประเสริฐยิ่งไม่ต่างจากที่เห็นในเซลล์

ที่จริง ผลการทดลองในออร์แกนอยด์และหนูทดลองนั้นให้ผลดูดีกว่าที่คิดไว้ในตอนแรก ทั้งนี้เพราะไซแอนนั้นจะถูกเหนี่ยวนำเข้าหาแสง ตรงไหนไม่ค่อยมีแสงพวกมันจะไม่นิยม ทำให้พวกมันไปสะสมอยู่แต่ตรงบริเวณที่ยิงแสงล่อเป้าไว้แล้วเท่านั้น

และเนื่องจากไซแอนเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถสร้างพลังงานได้จากการสังเคราะห์แสง ตรงไหนไม่มีแสง พวกมันก็จะไม่ไปเจริญเติบโต และจะถูกร่างกายของสัตว์ทดลองกำจัดออกไปอย่างรวดเร็ว

และที่เด็ดที่สุดก็คือการสังเคราะห์แสงของไซแอนนั้นผลิตออกซิเจนได้ซึ่งทำให้สภาวะแวดล้อมที่ขาดออกซิเจนในก้อนมะเร็งที่เรียกว่าไฮพอกเซีย (hypoxia) นั้นลดลง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการทำงานของเซลล์ของภูมิคุ้มกันและการเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัด (immunotherapy)

ทีมเสิ่นเจิ้นเผยว่าพวกเขามีแผนขั้นต่อไปที่อาจจะพัฒนา ไม่ใช่แค่นำส่งเอสไออาร์เอ็นเอ แต่อาจจะไปไกลถึงเอนไซม์ที่ใช้ในการแก้ไขยีนอย่าง CRISPR-Cas

แม้ว่าทีมจีนจะเอางานวิจัยของเธอมาประยุกต์ต่อยอดไปไกล สำหรับเทวะกิ ก็มีบ้างที่จะผลักดันไปในแนวใหม่ๆ ตอนนี้งานของเธอเน้นไปทางศึกษาโอมิกส์ และอาจจะมีแนวประยุกต์ใช้บ้างในมุมชีววิทยาสังเคราะห์ แต่ไม่ว่ายังไงแก่นแท้ของความสนใจของเธอก็ยังยึดโยงอยู่กับจุลินทรีย์ในสิ่งแวดล้อมที่เอ็กซ์ตรีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งไซแอน “ฉันอาจจะติดอยู่แหง็กอยู่กับไซแอนโนแบคทีเรียก็ได้นะ แต่ฉันก็ยินดีนะ” เทวะกิกล่าว งานของเธอแม้จะเบสิก พื้นฐานแบบสุดสุด ดูว่าสาหร่ายตามแสงได้ยังไง

เป็นงานที่ทำเพราะความอยากรู้ ทำเอามันส์ล้วนๆ แต่สิ่งที่ชัดเจนมากสำหรับงานนี้ก็คือแม้แต่งานวิจัยพื้นฐานแบบทำเอามันส์ ก็อาจจะนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างน่าอัศจรรย์ได้เช่นกัน

ใครจะไปนึกว่าจะมีใครบ้าพอจะเอาไซแอนมาใช้กำราบเม็ดเลือดขาวทรยศเพื่อลดความร้ายกาจของมะเร็ง!

ของแบบนี้มันขึ้นกับความสร้างสรรค์และจินตนาการ

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’
ฉบับประจำวันที่ 12-18 มิ.ย. 2569 ฉบับที่ 2391
E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี