bg-single

คุยกับทูต | วิชยันติ เอทิริสิงเห ศรีลังกา ‘ไข่มุกแห่งมหาสมุทรอินเดีย’ (จบ)

23.02.2025

คุยกับทูต | วิชยันติ เอทิริสิงเห

ศรีลังกา ‘ไข่มุกแห่งมหาสมุทรอินเดีย’ (จบ)

 

ประเทศศรีลังกามีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ โดยศาสนาพุทธเข้าสู่ศรีลังกาในพุทธศตวรรษที่ 3 (ประมาณ 2,200 ปีมาแล้ว) ชาวศรีลังกามีความภาคภูมิใจมากที่ประเทศเป็นที่รวมของสิ่งซึ่งเตือนใจให้ระลึกถึงพระพุทธเจ้า อาทิ พระเขี้ยวแก้ว ต้นพระศรีมหาโพธิ์ และศาสนสถานต่างๆ

นางวิชยันติ เอทิริสิงเห (Mrs. E.A.S. Wijayanthi Edirisinghe) เอกอัครราชทูตศรีลังกาประจำประเทศไทย เล่าว่า

“ประเทศเกาะสวยงามแห่งนี้ มีมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่า มีประวัติศาสตร์สืบทอดมาอย่างยาวนานนับพันปี เป็นอาณาจักรโบราณที่มีสถาปัตยกรรมอันน่าทึ่ง เต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ ตั้งแต่ชายหาดอันบริสุทธิ์ ไปจนถึงความเงียบสงบของไร่ชาอันเขียวชอุ่ม ป่าฝน และอุทยานแห่งชาติอุดม ด้วยพันธุ์พืชและสัตว์ป่า เช่น ยาลา (Yala) และวิลปัตตุ (Wilpattu) ผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ของแหล่งธรรมชาติอันศักดิ์สิทธิ์ของศรีลังกามีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของเกาะซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์สายพันธุ์หายาก เช่น เสือดาวและช้างศรีลังกา

เอกอัครราชทูตศรีลังกา ณ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ (Phra Narai Ratchanivet) หรือวังนารายณ์ จังหวัดลพบุรี

องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้ขึ้นทะเบียนแหล่งมรดกโลกของประเทศศรีลังกาทั้งสิ้น 8 แหล่ง ได้แก่ สิกิริยา (Sigiriya) โปลอนนารุวะ (Polonnaruwa) และอนุราธปุระ (Anuradhapura) จากการอนุรักษ์ประเพณีของชาวพุทธและสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมได้สะท้อนให้เห็นถึงความเคารพอย่างลึกซึ้งต่ออดีต

ศรีลังกามีประชากรที่คงความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นอย่างเหลือเชื่อ สามารถยืนหยัดผ่าน ผลกระทบจากธรณีพิบัติภัยสึนามิในมหาสมุทรอินเดียปี 2004 และความขัดแย้งทางการเมืองในหลายทศวรรษ รวมทั้งความท้าทายทางเศรษฐกิจ แต่ชาวศรีลังกาไม่ย่อท้อ ต่างร่วมแรงร่วมใจด้วยความเป็นหนึ่งเดียวกันเดินหน้าต่อไป สะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณและความมุ่งมั่นที่ไม่สั่นคลอน”

“ชาซีลอน” – ของขวัญจากศรีลังกาสู่โลก ภาพ- Ceylon Digest

ศรีลังกา กับ ชาซีลอน (Ceylon Tea)

ศรีลังกาเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลกในเรื่องชา เนื่องจากมีรสชาติ กลิ่น และสีที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่ผิดเลยที่จะบอกว่าศรีลังกาและชากลายมาเป็นคำคำเดียว และหากคุณถามใครก็ตามเกี่ยวกับศรีลังกา คำต่อไปที่เขาหรือเธอจะเอ่ยก็คือ ชา เหตุที่เรียกกันว่าชาซีลอนนั้น เป็นเพราะในสมัยก่อน ชาวอังกฤษเรียกศรีลังกาว่า “ซีลอน” (Ceylon)

แม้จะผ่านการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างยากลำบากในช่วงแรกหลังได้รับเอกราชจากอังกฤษเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 1948 ชาวศรีลังกาก็ยังคงรักษาชาซีลอนให้เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีพัฒนาการมากมายจนกลายเป็นหนึ่งในผู้ส่งออกชาอันดับหนึ่งของโลกตั้งแต่ปี 1962 และรักษาสถานะผู้ส่งออกสำคัญของโลก ทั้งคุณภาพและปริมาณมาจวบจนปัจจุบัน

เอกอัครราชทูตวิชยันติ ชี้แจงว่า

“อุตสาหกรรมชาซีลอนของศรีลังกาถือเป็นสมบัติล้ำค่าของโลก ไร่ชาของศรีลังกาในพื้นที่ภูเขาถือเป็นเอกลักษณ์และมรดกของประเทศ ผลิตภัณฑ์ชาอันมีกลิ่นหอมเฉพาะของศรีลังกาชื่อว่า ‘ชาซีลอน’ กลายเป็นที่นิยมของคนทั่วโลกในที่สุด ชาซีลอนจึงเป็นสัญลักษณ์ของการมีส่วนสนับสนุนของประเทศต่อโลก”

เอกอัครราชทูต ณ สถานเอกอัครราชทุูตศรีลังกา

วัฒนธรรมอาหาร

“ศรีลังกาเป็นแหล่งรวมของชาติพันธุ์ ศาสนา และประเพณีที่หลากหลาย การอยู่ร่วมกันของชาวสิงหล (Sinhalese), ทมิฬ (Tamils), มุสลิม (Muslim), เบอร์เกอร์ (Burghers) และอื่นๆ ล้วนแต่มีงานเทศกาล ภาษา และอาหารของตนเอง ก่อให้เกิดการผสมผสานทางวัฒนธรรมอย่างมากมาย”

“ในขณะที่อาหารศรีลังกาเป็นที่มาของความภาคภูมิใจด้วยรสชาติอันโดดเด่นของเครื่องเทศ อาหารจานเด็ดอย่างฮอปเปอร์ (hopper), คอตตู (kottu), ข้าวแกง และขนมหวานอย่างวัตตาลัปปัม (wattalappam) มอบประสบการณ์การลิ้มรสอาหารอย่างสุดพิเศษ”

ศรีลังกากับการกีฬา

“ตั้งแต่คริกเก็ตไปจนถึงกรีฑา ชาวศรีลังกาได้สร้างชื่อเสียงไว้บนเวทีโลก โดยเฉพาะการคว้าชัยชนะจากการแข่งขัน 1996 Cricket World Cup ถือเป็นช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ชาติที่ต้องจดจำ เป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีและความภาคภูมิใจของเรา”

การแพทย์อายุรเวท

“ศรีลังกามีประเพณีและวัฒนธรรมในเรื่องของการดูแลสุขภาพที่เรียกว่า ‘อายุรเวท’ ที่เก่าแก่และมีคุณค่า แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับการรักษาแบบองค์รวมและความรู้เรื่องสมุนไพร ซึ่งเป็นอีกเสน่ห์หนึ่งของการมียาจากธรรมชาติ โดยมีรากฐานมาจากแนวทางปฏิบัติที่สืบทอดกันมาหลายศตวรรษ เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงภูมิปัญญาและความเชื่อมโยงของประเทศกับธรรมชาติ”

ดินแดนแห่งศิลปวัฒนธรรม

“ตั้งแต่การเต้นระบำและการแสดงดนตรีแบบดั้งเดิมไปจนถึงงานฝีมืออันประณีต รวมทั้งการออกแบบผ้าบาติกที่มีลวดลายและสีสันสดใส ศิลปะของศรีลังกาสะท้อนให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์และความลึกซึ้งทางวัฒนธรรม ศิลปินและช่างฝีมือยังคงสืบสานมรดกของชาติและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ สำหรับยุคสมัยใหม่ในขณะเดียวกัน”

“ศิลปวัฒนธรรมเป็นสิ่งบ่งบอกถึงเอกลักษณ์และวิถีชีวิตของเรา ตั้งแต่รากเหง้าแห่งอดีตกาลจวบจนปัจจุบัน”

งานเลี้ยงเฉลิมฉลองครบรอบ 77 ปี วันชาติศรีลังกา และครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตศรีลังกา

ครบรอบ 70 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต

และครบรอบ 77 ปี งานวันชาติศรีลังกา

“เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 70 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศไทยและศรีลังกาในปีนี้ สถานเอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรประจำ UNESCAP วางแผนจัดงานในประเทศไทยตลอดปี 2025 เพื่อรำลึกถึงวาระสำคัญนี้

กำหนดงานแรกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยสถานเอกอัครราชทูตในกรุงเทพฯ ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองประเทศเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันการออกแบบตราสัญลักษณ์ (logo) ซึ่งเปิดโอกาสให้ศิลปินทั้งชาวไทยและศรีลังกาได้แสดงออกถึงความสำคัญของมิตรภาพอันยาวนานของเราผ่านงานศิลปะ ตราสัญลักษณ์ที่ได้รับการคัดเลือก สื่อถึงประวัติศาสตร์ร่วมกัน การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและความเคารพซึ่งกันและกันระหว่างประเทศของเราตลอดเจ็ดทศวรรษที่ผ่านมา

พิธีจุดโคมประทีปตามประเพณี

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา ร่วมเป็นเกียรติในงานเลี้ยงเฉลิมฉลองครบรอบ 77 ปี งานวันชาติศรีลังกา และครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตศรีลังกา

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานรัฐสภา ร่วมเป็นเกียรติในงานเลี้ยงเฉลิมฉลองครบรอบ 77 ปี งานวันชาติศรีลังกา และครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตศรีลังกา

ต่อมาในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาเข้าร่วมงานเลี้ยงเฉลิมฉลองครบรอบ 77 ปี งานวันชาติศรีลังกาและครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตศรีลังกา-ไทย ในฐานะแขกเกียรติยศ

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ นิทรรศการศิลปะ การแสดง และการอภิปราย ซึ่งจะเน้นย้ำถึงคุณค่าและวิสัยทัศน์ร่วมกันในอนาคต การเฉลิมฉลองครั้งนี้จะสะท้อนถึงความร่วมมือที่หยั่งรากลึกของเรา ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการมองย้อนกลับไปที่ความสำเร็จของเราเท่านั้น แต่ยังเป็นการมองไปข้างหน้าสู่ความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นระหว่างประเทศไทยและศรีลังกาอีกด้วย

เอกอัครราชทูตศรีลังกาสมัยยังเป็นนักศึกษา

โครงการ ‘ศรีลังกาสะอาด’

(Clean Sri Lanka – Beautiful Island, Smiling People)

“ดิฉันขอเน้นย้ำถึงความคิดริเริ่มที่สร้างแรงบันดาลใจ โดยเมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีศรีลังกา นายอนุระ กุมาระ ทิสานายกะ (Anura Kumara Dissanayake- AKD) ได้เปิดตัวโครงการ ‘ศรีลังกาสะอาด’ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงระดับชาติ ในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม สังคม และจริยธรรม ตลอดจนการขจัดการทุจริตและสิ่งที่เป็นอันตรายต่อประชาชน โดยประชาชนทุกคนจะได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจังในการปรับปรุงประเทศเพื่อบรรลุเป้าหมาย มุ่งเน้นไปที่สี่ด้านหลัก ได้แก่

ความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม : ส่งเสริมการจัดการขยะ การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ขณะเดียวกันก็ส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความยั่งยืนผ่านการศึกษาและแรงจูงใจ

ความยั่งยืนทางสังคม : ส่งเสริมชุมชนด้วยการศึกษา การรวมกลุ่ม และโครงการด้านสุขภาพ โดยรวม ทั้งส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากร กระตุ้นให้ชุมชนเกิดจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมและความสามัคคีในชุมชนได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระดับบุคคลไปจนถึงการมีส่วนร่วมทั่วประเทศ

การกำกับดูแลด้านความยั่งยืน : สนับสนุนความโปร่งใส จริยธรรม และการปฏิรูปนโยบายที่มีประสิทธิผล โดยเน้นที่มาตรการในการต่อต้านการทุจริตและความรับผิดชอบ

ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ : สนับสนุน ‘งานสีเขียว’ (green jobs) มุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน และผู้ประกอบการ พร้อมทั้งส่งเสริมการลงทุนสีเขียว (green investments) และธุรกิจที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม”

เอกอัครราชทูตศรีลังกากับครอบครัว

เอกอัครราชทูตศรีลังกากับครอบครัว

เชิญร่วมสนับสนุนโครงการ ‘ศรีลังกาสะอาด’

“โครงการ ‘Clean Sri Lanka’ ไม่ได้เป็นเพียงโครงการของรัฐบาลเท่านั้น แต่ยังเป็นการเรียกร้องให้ชาวศรีลังกาทุกคน รวมทั้งที่อยู่ในต่างประเทศร่วมมือร่วมใจกันเพื่อพัฒนามาตุภูมิอันเป็นที่รักของเรา เพราะเราสามารถสร้างผลกระทบที่สำคัญ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่แข็งแกร่งของชุมชนศรีลังกา

เพื่อให้แน่ใจว่าโครงการนี้จะประสบความสำเร็จ จึงมีการจัดตั้งกองทุนพิเศษขึ้น รายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อที่สถานทูตศรีลังกา อาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์ 2 ซอย 19 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110 โทรศัพท์. 0-2261-1938”

‘ศรีลังกา’ เกาะสวรรค์แห่งมหาสมุทรอินเดีย ดินแดนแห่งอัญมณีที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน อยู่ในเส้นทางสายไหมทางทะเล และได้รับอิทธิพลจากเจ้าอาณานิคม เช่น โปรตุเกส ดัตช์ และอังกฤษ ทำให้ศรีลังกาในปัจจุบัน มีมิติทางสังคม ประวัติศาสตร์ ศิลปะ รวมถึงสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ระดับโลก ที่อยู่ร่วมกับอารยธรรมเก่าแก่และธรรมชาติได้อย่างลงตัว ทั้งหมดทำให้ ‘ศรีลังกา’ มีเสน่ห์ที่น่าไปค้นหา ทำความรู้จัก และเรียนรู้

ก่อนอำลา เอกอัครราชทูตวิชยันติ กล่าวอวยพรว่า “อายุบวร” (Ayubowan -අයුබෝවන්) ซึ่งหมายถึง “ขอให้คุณมีอายุที่ยืนยาว” •

เอกอัครราชทูตศรีลังกา ณ พระนารายณ์ราชนิเวศน์ (Phra Narai Ratchanivet) หรือวังนารายณ์ จังหวัดลพบุรี

รายงานพิเศษ | ชนัดดา ชินะโยธิน

Chanadda Jinayodhin

 

 

 

 

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“เอกนัฏ” ลุยจัดระเบียบ Data Center ปูพรมตรวจทั่ว กทม. พบถังน้ำมันกว่า 1.5 แสนลิตรไร้ใบอนุญาต สั่งดำเนินคดี
สน.วังทองหลาง เปิดปฏิบัติการลุยตรวจสอบสถานบริการ-สถานประกอบการ กลุ่มเสี่ยง 5 ร้าน โซนซอยมหาดไทย
ไทยสร้างไทย จี้รัฐบาลแก้ปัญหา กยศ. ถังแตก หากไม่เร่งแก้ไข จะตัดโอกาสเยาวชนอีกหลายหมื่นคน
กมธ.สาธารณสุข จี้ รมว.สธ.เร่งตรวจเชิงรุก กรณีพ่อแม่ทิพย์ เสนอบังคับตรวจดีเอ็นเอ​
อนุ กมธ. อุตสาหกรรมฯ จี้คุมเข้ม “แพลนต์ปูน” กลางชุมชน จ่อลุยตรวจแบบไม่แจ้งล่วงหน้าหลังชาวบ้านร้องฝุ่นพิษ-น้ำปูนทะลัก
E-DUANG | พัฒนาการ ในทาง ความคิด เหมือนจะ”จบ” กลับ”ไม่จบ”
วีระยุทธ จี้บอร์ดดาต้าเซ็นเตอร์แก้ 4 ปัญหาใหญ่ ชี้ต้องกล้าคุมเข้มย้อนหลัง-อุดช่องโหว่กฎหมาย-เลือกส่งเสริมแบบมีเป้าหมาย-อย่าช่วยแต่เจ้าของนิคมกับผู้รับเหมา
อดีต รมว.คลัง ค้านเก็บเล็กเก็บน้อย ค่าเหยียบแผ่นดิน 450 บาท จนเสียรายได้ก้อนใหญ่
สิทธิที่จะนั่ง
เส้นทาง ความคิด ของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ สถานะ มนุษยภาพ
จากนาราถึงรมณีนาถ : การเล่าประวัติศาสตร์ยุคสมัยใหม่ผ่านคุก (จบ)
เชลยศึกสงครามลาว (46)