bg-single

คุยกับทูต | ฟัยยาซ มูรชิด กาซี ครบรอบ 54 ปีวันเอกราชและวันชาติบังกลาเทศ ก้าวเข้าสู่ยุคปฏิรูป (1)

30.03.2025

คุยกับทูต | ฟัยยาซ มูรชิด กาซี

ครบรอบ 54 ปีวันเอกราชและวันชาติบังกลาเทศ

ก้าวเข้าสู่ยุคปฏิรูป (1)

 

 

บังกลาเทศได้ทิ้งปีแห่งความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ไว้เบื้องหลัง

เพราะปี 2025 นี้ถือเป็นปีที่สำคัญสำหรับบังกลาเทศ เนื่องจากเป็นยุคใหม่ของประชาธิปไตยและการปฏิรูป หลังเกิดการลุกฮือของมวลชน ทำให้อดีตผู้นำหญิงแห่งบังกลาเทศซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรียาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์บังกลาเทศรวมนานกว่า 19 ปี และเป็นหัวหน้ารัฐบาลสตรีที่ดำรงตำแหน่งนานที่สุดในโลก ในที่สุดก็ยอมลาออกจากตำแหน่ง (5 สิงหาคม 2024) ก่อนเดินทางออกนอกประเทศ

ความรุนแรงดังกล่าวเริ่มมาจากความไม่พอใจเรื่องการทุจริตและการให้อภิสิทธิ์คนบางกลุ่ม เป็นผลทำให้รัฐบาลเฉพาะกาลสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศนำโดยประธานคณะที่ปรึกษารัฐบาล ศาสตราจารย์ มูฮัมหมัด ยูนุส (H.E. Professor Muhammad Yunus) ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ วัย 85 ปี ต้องเผชิญปัญหาต่างๆ มากมาย

ศาสตราจารย์ มูฮัมหมัด ยูนุส (H.E. Professor Muhammad Yunus) ประธานคณะที่ปรึกษารัฐบาล สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ

อย่างไรก็ตาม มีการกำหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่ระหว่างเดือนธันวาคม 2025 ถึงเดือนมิถุนายน 2026 โดยรัฐบาลรักษาการชุดใหม่และผู้สนับสนุนหวังว่า การเลือกตั้งจะช่วยฟื้นฟูประชาธิปไตยและเปิดศักราชใหม่ในวงการการเมืองของบังกลาเทศ

ซึ่งคาดว่า ในการปฏิรูป รัฐบาลจะยกเลิกประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาบางส่วนที่อนุญาตให้ตำรวจควบคุมตัวบุคคลโดยไม่ต้องมีทนายความ รวมทั้งคาดว่า จะมีการบังคับใช้กฎมาตรฐานขั้นต่ำของสหประชาชาติสำหรับมาตรการที่ไม่ใช่การคุมขังและกฎมาตรฐานขั้นต่ำของสหประชาชาติสำหรับการปฏิบัติต่อนักโทษ

เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศประจำประเทศไทยคนล่าสุดคือ นายฟัยยาซ มูรชิด กาซี (H.E. Mr. Faiyaz Murshid Kazi) ซึ่งดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยมีเขตอาณาครอบคลุมประเทศกัมพูชา ก่อนหน้านี้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมกิจการเศรษฐกิจพหุภาคี และรักษาการอธิบดีกรมสหประชาชาติ กระทรวงต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ ให้สัมภาษณ์ “มติชนสุดสัปดาห์” เกี่ยวกับบังกลาเทศ

นายฟัยยาซ มูรชิด กาซี (H.E. Mr. Faiyaz Murshid Kazi) เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศประจำประเทศไทย

กว่าจะมาเป็นนักการทูต

“ครอบครัวทางฝ่ายคุณแม่ของผมสืบทอดการรับราชการมาโดยตลอด ผมจึงคิดอยู่เสมอว่าชีวิตได้ถูกกำหนดให้เข้ารับราชการ เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผมไม่เคยรู้สึกอยากเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศเหมือนเพื่อนๆ หลายคน

นอกจากนี้ ผมตระหนักดีว่า ผมมีความสามารถในด้านการตลาดและการเจรจาต่อรอง ซึ่งเป็นคุณลักษณะสำคัญสองประการของอาชีพนักการทูต จึงอาจเป็นตัวกระตุ้นให้ผมผ่านเส้นทางสู่การสอบเข้ารับราชการในกระทรวงต่างประเทศที่มีการแข่งขันกันตามปกติ

บอกได้ว่า ผมสนุกกับงานที่ทำมาก ไม่เคยเสียใจกับการเลือกดำเนินชีวิตทางนี้เลย และยังได้มีโอกาสไปประจำในต่างประเทศทั้งที่กรุงปักกิ่ง เจนีวา นิวยอร์ก และบรัสเซลส์”

หากย้อนไปก่อนปี 1971 ดินแดนที่ชื่อว่า ‘บังกลาเทศ’ ในทุกวันนี้ ถูกเรียกอย่างเป็นทางการว่า ‘ปากีสถานตะวันออก’

“สงครามปลดปล่อยบังกลาเทศ หรือสงครามประกาศอิสรภาพของบังกลาเทศในปี 1971 ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความภาคภูมิใจที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติของเรา”

ป่าชายเลนซุนดาร์บันส์ – The Sundarbans – ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศบังกลาเทศ

ทุ่งมัสตาร์ด -MUSTARD CROP FIELD – อันอุดมสมบูรณ์ใน Sirajganj ประเทศบังกลาเทศ ภาพ – manzur alam

ประวัติความเป็นมาของประเทศบังกลาเทศ

“แม้ว่าชาวปากีสถานตะวันออกจะมีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งปากีสถานก็ตาม แต่ก็ตระหนักว่า พวกเขากำลังถูกเลือกปฏิบัติจากปากีสถานตะวันตก ความรู้สึกที่ถูกกีดกันแสดงออกมาผ่านการต่อสู้ทางวัฒนธรรมเพื่อสถาปนาสิทธิทางภาษาของตน ซึ่งในที่สุดก็ได้กลายเป็นการต่อสู้ทางการเมืองเพื่ออิสรภาพและการกำหนดชะตากรรมของตัวเอง

ในความเป็นจริง การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยโดยประชาชนของเรานั้นมาถึงจุดสุดยอดเมื่อทางการปากีสถานตะวันตกปฏิเสธที่จะให้ผู้นำทางการเมืองจากปากีสถานตะวันออกจัดตั้งรัฐบาล แม้ว่าจะได้รับเสียงข้างมากในการเลือกตั้งทั่วไปในปี 1970 ก็ตาม

ในทางกลับกัน รัฐบาลปากีสถานตะวันตกกลับเลือกที่จะใช้กำลังทหารอย่างโหดร้ายในการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติและฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตนับล้านคนในช่วงเวลาเพียงเก้าเดือน

ประชาชนชาวบังกลาเทศได้แสดงความกล้าหาญในการต่อต้านด้วยการสู้รบแบบกองโจรและได้รับชัยชนะเหนือกองกำลังยึดครองในเดือนธันวาคม ปี 1971 โดยการสนับสนุนจากเพื่อนๆ ของเราในชุมชนระหว่างประเทศ

พวกเราในฐานะพลเมืองของประเทศ ยังคงมุ่งมั่นดำเนินการตามความปรารถนาในการปลดปล่อยทางการเมืองโดยยึดหลักกฎหมาย เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญเบื้องหลังการได้รับเอกราชของเรา

อย่างไรก็ตาม การปฏิวัติครั้งประวัติศาสตร์เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2024 ทำให้เราได้มีโอกาสอีกครั้ง ในการทำงานเพื่อเติมเต็มความปรารถนาเหล่านั้นและคืนความยุติธรรมให้แก่เหล่าผู้พลีชีพ นักสู้เพื่ออิสรภาพผู้กล้าหาญ และผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ตั้งแต่ปี 1971 เป็นต้นมา”

ดินแดนที่เป็นประเทศบังกลาเทศในปัจจุบันมีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 1,000 ปี เดิมเป็นส่วนหนึ่งของชมพูทวีป (อินเดีย) เคยเป็นดินแดนที่เจริญรุ่งเรืองของศาสนาพราหมณ์และพระพุทธศาสนามาก่อน

ต่อมาพ่อค้าชาวอาหรับได้นำศาสนาอิสลามเข้ามาเผยแผ่ ทำให้ชาวบังกลาเทศส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามมาตราบทุกวันนี้

ในปี 1757 อังกฤษได้เข้าไปยึดครองชมพูทวีป ดินแดนแห่งนี้จึงตกเป็นอาณานิคมของอังกฤษเกือบ 200 ปี และได้รับเอกราชเมื่อปี 1947

แต่บังกลาเทศก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของปากีสถาน เรียกกันว่า ปากีสถานตะวันออก

ต่อมาชาวเบงกอลในปากีสถานตะวันออกไม่พอใจการบริหารงานของรัฐบาลกลาง ซึ่งอยู่ในปากีสถานตะวันตก เนื่องจากถูกแสวงหาประโยชน์และได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียม ซึ่งสร้างความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจระหว่างปากีสถานตะวันตกและปากีสถานตะวันออก

นอกจากนี้ ปากีสถานทั้งสองยังมีความแตกต่างด้านภาษา วัฒนธรรม และเชื้อชาติอีกด้วย

ชาวเบงกอลจึงจัดตั้งพรรค Awami League (AL) ขึ้นเมื่อปี 1949 เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาวเบงกอล โดยมี Sheikh Mujibur Rahman เป็นหัวหน้า

วันที่ 26 มีนาคม 1971 ปากีสถานตะวันออกประกาศแยกตัวเป็นเอกราช ถือเป็นวันชาติภายใต้ชื่อ สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ

ส่งผลให้ปากีสถานตะวันตกนำกองกำลังทหารเข้าปราบปราม แต่อินเดียได้ส่งทหารเข้าไปให้ความช่วยเหลือปากีสถานตะวันออก ในที่สุดฝ่ายปากีสถานตะวันตกพ่ายแพ้ในการรบ และยินยอมให้เอกราชแก่บังกลาเทศ เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 1971

วันที่ 20 ตุลาคม 2024 นายฟัยยาซ มูรชิด กาซี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายอักษรตราตั้ง เป็นเอกอัครราชวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งสาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศประจำประเทศไทย

นโยบายต่างประเทศของบังกลาเทศในปัจจุบัน

“ตั้งอยู่บนพื้นฐานการมีความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรกับประเทศอื่นๆ โดยให้ความสำคัญกับการยืนหยัดในศักดิ์ศรีและผลประโยชน์ของชาติเป็นอันดับแรก

เรายึดมั่นในลัทธิพหุภาคีที่แท้จริงและสนับสนุนระบบระหว่างประเทศตามกฎเกณฑ์และความร่วมมือในภูมิภาคที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน นโยบายต่างประเทศของเรานั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ ส่งเสริมความพยายามในการพัฒนาอย่างยั่งยืนด้วยการต่อสู้กับความยากจน การเลือกปฏิบัติและความไม่เท่าเทียมกัน

เราแสดงความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรม ที่ครอบคลุมและยั่งยืน และส่งเสริมนวัตกรรม ด้วยความคิดสร้างสรรค์จากการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

ความกังวลหลักเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศของเรานั้นมาจากความขัดแย้ง วุ่นวายทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ วิกฤตสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้น ปัญหาสุขภาพระดับโลกภัยเงียบที่แฝงอยู่ในร่างกายได้อย่างแนบเนียน การเปลี่ยนแปลงในเชิงพฤติกรรมที่เกิดจากเทคโนโลยีดิจิทัล และสถาบันพหุภาคีที่มีความอ่อนแอ ขาดความพร้อมที่เพียงพอในการรับมือ”

รถสามล้อถีบ ณ กรุงธากา เมืองหลวงของบังคลาเทศ

รถสามล้อถีบหรือ ‘rickshaw wallah’ ในภาษาเบงกาลี

บังกลาเทศเสือตัวต่อไปของเอเชีย (the next Asian tiger)

“บังกลาเทศได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘เสือแห่งเอเชียตัวต่อไป’ เนื่องมาจากการปฏิรูปที่ก้าวหน้า โดยอาศัยความแข็งแกร่งจากทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ โอกาสทางเศรษฐกิจที่ส่งผลมาจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรหรือการปันผลทางประชากร (Demographic Dividend) ความยืดหยุ่นโดยกำเนิดหรือความสามารถในการรับมือเมื่อพบเจออุปสรรคต่างๆ การเน้นที่เทคโนโลยี เครื่องจักรเพื่อการเกษตร และภาคเกษตรกรรม รวมทั้งจิตวิญญาณของการเป็นผู้ประกอบการ

ขณะนี้ รัฐบาลและประชาชนต่างกำลังทำงานเพื่อสร้าง ‘บังกลาเทศใหม่’ (New Bangladesh) ที่รับประกันการปลดปล่อยทางการเมืองและเศรษฐกิจของพลเมืองของเราทุกคนในสภาพแวดล้อมทางกฎหมาย นโยบาย และข้อบังคับที่เอื้ออำนวย

เรามีความหวังว่าในระหว่างการปฏิรูปในวงกว้างที่กำลังจะเกิดขึ้น บังกลาเทศจะสามารถใช้จุดแข็งของตนเป็น ‘เสือแห่งเอเชีย’ ได้

ส่วนในแง่ของภัยคุกคาม ผมคาดว่าผลกระทบด้านสภาพอากาศที่รุนแรงและไม่ได้รับการควบคุมอาจส่งผลเลวร้ายที่สุดต่อการเติบโตและการพัฒนาที่เราทุ่มเทอย่างหนักเพื่อให้ได้มา”

ที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์ของบังกลาเทศในอ่าวเบงกอลใกล้กับจุดคอขวดเชิงยุทธศาสตร์อย่างช่องแคบมะละกา ซึ่งรองรับการค้าโลกร้อยละ 33 และการขนส่งทางทะเลด้วยตู้คอนเทนเนอร์เป็นครึ่งหนึ่งของโลก ทำให้ประเทศที่มีประชากรกว่า 175 ล้านคนนี้กลายเป็นสมรภูมิการแข่งขันระหว่างสหรัฐและจีนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

จากการปฏิวัติตัวเองอย่างต่อเนื่อง ประเทศนี้จึงเป็นแบบอย่างของความสามารถในการฟื้นตัว และวันนี้ บังกลาเทศได้กลายเป็นหนึ่งในชาติที่เติบโตทางเศรษฐกิจรวดเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และกลายเป็นตัวแสดงสำคัญในห่วงโซ่เศรษฐกิจโลก •

 

รายงานพิเศษ | ชนัดดา ชินะโยธิน

Chanadda Jinayodhin

 

 

 

 

 

 

 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน
ความลับของ ‘ความลับ’ กับการนิยามของศาลรัฐธรรมนูญ (จบ)
50 ปี 6 ตุลา : จังหวะของประวัติศาสตร์ และการจรรโลงความรู้สึก