bg-single

กระเช้า ‘ภูกระดึง’ ถึงเวลาสร้าง?

18.05.2025

กลับมาพูดกันอีกรอบ “กระเช้าไฟฟ้า” ขึ้นภูกระดึง เมื่อคุณอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ออกมาเปิดประเด็นว่าผู้บริหารขององค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. ได้มาหารือเรื่องการวางโรดแม็ปโครงการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง จังหวัดเลย ขั้นตอนการขออนุญาตการบริหารจัดการ รวมทั้งตั้งคณะทำงานร่วมกัน

ก่อนหน้านั้น อพท.เพิ่งได้รับงบประมาณ 25.7 ล้านบาทจากสำนักงบประมาณนำไปใช้ออกแบบก่อสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง เป็นเพียงขั้นตอนการศึกษา ยังไม่ได้อนุมัติก่อสร้าง และการออกแบบ

ในที่ประชุมนำเสนอเทคโนโลยีก่อสร้างกระเช้าหลายรูปแบบ ส่วนใหญ่มาจากยุโรป ทั้งสวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สวีเดน และเยอรมนี ส่วนจุดก่อสร้างนั้นมีแผนวางไว้แล้วด้านผาหมากดูด ไม่ใช่ฝั่งทางขึ้นภูกระดึงในปัจจุบัน

โรดแม็ปก่อสร้างมี 2 เฟส

เฟสแรก ก่อสร้างกระเช้าใช้งบประมาณไม่เกิน 1,000 ล้านบาท

เฟส 2 เป็นเรื่องการบริหารจัดการพื้นที่บนภูกระดึง และด้านล่างมีจุดบริการนักท่องเที่ยวเพิ่มเติม

 

“ผาหล่มสัก” จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่นักท่องเที่ยวชื่นชอบนั้นอยู่ห่างจากผาหมากดูดราว 10 กิโลเมตร หากมีกระเช้าขึ้นไปถึงผาหมากดูด นักท่องเที่ยวนั่งกระเช้าส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัยจะเดินไปผาหล่มสักอาจไม่สะดวกเพราะไกล

คุณอรรถพลบอกว่า มีแนวคิดเพิ่มโดยจัดบริการรถยนต์ไฟฟ้า คล้ายๆ รถกอล์ฟบนภูกระดึง และจะต้องปรับเส้นทางด้วยคอนกรีตหรือดินให้รถวิ่งได้ แต่ไม่ใช่ถนนถาวร ต้องกลมกลืนกับธรรมชาติ

ในโซนเสี่ยงอันตรายจากช้างป่านั้น อาจต้องปิดถาวรเนื่องจากในอนาคตมีประชากรช้างเพิ่มขึ้น การท่องเที่ยวจะต้องเปลี่ยนใหม่ให้นักท่องเที่ยวนั่งรถซาฟารีในโซนที่ช้างออกมาเดิน

กรมอุทยานฯ ต่อใบอนุญาตให้ อพท.ศึกษาโครงการกระเช้าภูกระดึงอีกไม่เกิน 2 ปี และต้องประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ คาดว่า อพท.เป็นผู้ก่อสร้างและมอบพื้นที่ให้กรมอุทยานฯ บริหาร ส่วนนักท่องเที่ยวยังจำกัดขึ้นภูกระดึงวันละ 2,000 คน และระยะทางกระเช้าไม่น่าเกิน 3 กิโลเมตร

ทั้งหมดนี้จะเห็นความพยายามของ อพท.และกรมอุทยานฯ รอบใหม่ในการผลักดันโครงการก่อสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง

ถ้าย้อนกลับไปดูข่าวเก่าๆ เมื่อปี 2566 คุณอรรถพลพูดในทำนองคล้ายกันหลังจากอนุมัติให้ทีมงานของ อพท.เข้าไปสำรวจเก็บข้อมูลทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่าและความเป็นไปได้ในโครงการตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2566-กันยายน 2568 แต่ไม่ได้เข้าไปสำรวจเพราะงบฯ 28 ล้านบาทที่ขอจากรัฐบาลคุณเศรษฐา ทวีสิน ยังไม่ได้รับการอนุมัติ

ประเด็นที่คืบหน้าก็คือ สำนักงบฯ เพิ่งอนุมัติงบประมาณให้ไปศึกษา 25.7 ล้านบาท และกรมอุทยานฯ ต่อใบอนุญาต ทำให้บรรดาสื่อต่างๆ มองว่า กระเช้าขึ้นภูกระดึงเกิดแน่เพราะได้งบฯ มาแล้ว

เท่าที่ประเมินดู เสียงคัดค้านการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงค่อนข้างลดลงไปมาก โดยเฉพาะผู้คนในพื้นที่อำเภอภูกระดึง ต่างเห็นด้วยกับโครงการ เพราะเชื่อว่าจะมีนักท่องเที่ยวเยอะขึ้น เศรษฐกิจในพื้นที่ขยายตัวมากขึ้น

มีบางคนถึงกับประเมินว่า ถ้ามีกระเช้าขึ้นไปภูกระดึงจะมีเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 7 หมื่นล้านบาท

เวลาเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน ในเมื่อรัฐบาลชุดนี้ตัดสินใจเทงบฯ ให้แล้ว ทางผู้บริหาร อพท.และกรมอุทยานฯ ต้องศึกษาเรื่องอย่างละเอียดรอบคอบ ทั้งเรื่องของผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ผลกระทบทางสังคม

ต้องไม่ลืมว่า จุดก่อสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงนั้น อยู่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 เป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวทางสิ่งแวดล้อมสูงมาก หากไม่ศึกษาให้รอบคอบและการบริหารจัดการไม่มีประสิทธิภาพ แน่นอนว่าในอนาคตจะเกิดความเสียหายรุนแรง

ประเด็นเรื่องของเทคโนโลยี กระเช้าไฟฟ้าปัจจุบันนี้ไม่น่าเป็นห่วงเพราะก้าวหน้าไปไกล บางประเทศอย่างเช่นเยอรมนีกำลังวิจัยพัฒนากระเช้าไฟฟ้าสำหรับการเดินทางในเมือง เพราะคาดการณ์ว่าในอนาคตการจราจรในเมืองใหญ่ๆ จะแออัดคับคั่งมาก ไม่เว้นแม้กระทั่งระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน

ระบบการขนส่งยุคใหม่ เป็นระบบเดินทางร่วมระหว่างกระเช้าไฟฟ้ากับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอัตโนมัติ รัฐบาลเยอรมนีให้ทุนวิจัยและพัฒนาเพื่อนำมาใช้ขนส่งมวลชนภายในเมืองใหญ่แก้ปัญหาการจราจรติดขัด (ที่มา : มหาวิทยาลัย RWTH Aachen University)

ผลการศึกษาของรัฐบาลเยอรมนีพบว่า เมื่อปี 2566 ผู้ใช้รถยนต์ทั่วประเทศเยอรมนีประสบปัญหาการจราจรติดขัดเฉลี่ย 40 ชั่วโมง ถ้าแปลงเป็นมูลค่าความสูญเสียราว 3,200 ล้านยูโร หรือประมาณ 120,000 ล้านบาท

ในภาพรวมทั่วยุโรป ในช่วงการจราจรแออัดคับคั่ง รถยนต์ส่วนบุคคลปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มากถึง 60 เปอร์เซ็นต์

รัฐบาลเยอรมนีให้ทุนนักวิจัยของมหาวิทยาลัย RWTH Aachen เพื่อพัฒนาระบบการขนส่งยุคใหม่ เป็นระบบเดินทางร่วมระหว่างกระเช้าไฟฟ้ากับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอัตโนมัติ โดยใช้กระเช้าไฟฟ้าขนส่งผู้โดยสารภายในเมือง เมื่อกระเช้าวิ่งมาถึงสถานีจะมีรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติประกบกับกระเช้าวิ่งออกจากสถานีส่งผู้โดยสารไปยังจุดหมายปลายทาง

กระบวนการทั้งหมดใช้ระบบอัจฉริยะควบคุมผ่านดาวเทียม ต้นแบบระบบขนส่งยุคใหม่ที่เรียกว่า upBUS สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และอยู่ระหว่างทดลองวิ่ง

ที่กรุงลาปาซ เมืองหลวงของโบลิเวีย เพิ่งติดตั้งกระเช้าไฟฟ้าความสูงกว่า 3.6 กิโลเมตรจากระดับน้ำทะเลเพื่อใช้เป็นระบบขนส่งสาธารณะ มีทั้งหมด 10 สาย 26 สถานี ขนส่งชาวเมืองได้วันละ 200,000 คน

กระเช้าของกรุงลาปาซช่วยลดปัญหาการจราจรได้มาก เพราะถ้าขับรถยนต์จากตีนเขาวิ่งไปถึงกรุงลาปาซต้องใช้เวลากว่าชั่วโมงครึ่ง แต่ถ้านั่งกระเช้าใช้เวลาแค่ 11 นาที แถมยังช่วยลดช่องว่างคนจนคนรวย

กระเช้าไฟฟ้าในกรุงลาปาซ เมืองหลวงของโบลิเวีย เป็นระบบขนส่งสาธารณะที่ช่วยลดปัญหาจราจรได้มากเพราะใช้เวลาเดินทางเพียง 11 นาทีจากสถานีต้นทางไปถึงจุดหมายบนยอดเขาสูง 3.6 กิโลเมตร (ที่มาภาพ : เดอะ เวิร์ลด์)

กระเช้าไฟฟ้ากลายเป็นทางเลือกใหม่ในระบบขนส่งสาธารณะและการท่องเที่ยว ฉะนั้น ในเรื่องของเทคโนโลยีกระเช้าไฟฟ้าและระบบความปลอดภัยจึงไม่น่าเป็นปัญหาใหญ่ แต่ข้อน่ากังวลของนักสิ่งแวดล้อมคือจุดก่อสร้างที่จะมีผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องคิดอย่างรอบคอบว่าจะก่อสร้างและวางระบบอย่างไรเพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดอย่างที่อธิบดีกรมอุทยานฯ ตั้งเป้าไว้

ที่น่ากังวลตามมาเป็นเรื่องของการรักษาความสะอาดตลอดเส้นทางกระเช้าและบริเวณที่พักโดยเฉพาะการทิ้งขยะ ในปัจจุบันการทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทางยังเป็นปัญหาใหญ่ในทุกชุมชน

ถ้ากระเช้าที่ติดตั้งเป็นระบบเปิดเพื่อให้ผู้โดยสารชมวิวรอบข้าง กระเช้าแบบนี้น่าจะเป็นปัญหาเนื่องจากนักท่องเที่ยวมักจะขนอาหาร เครื่องดื่มขึ้นไปกินด้วย โอกาสที่กินเสร็จแล้วทิ้งขว้างขวดขยะพลาสติกหรือเศษอาหารลงกลางป่าภูกระดึงมีความเป็นไปได้สูง

เช่นเดียวกัน หากนักท่องเที่ยวใช้บริการกระเช้ากันมาก จำนวนนักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปบนภูกระดึงจะมีมาก ปริมาณขยะก็มากตามไปด้วย ฉะนั้น การจัดระบบขนขยะลงมากำจัดบนพื้นราบเป็นเรื่องจำเป็นเช่นกัน กระเช้าไฟฟ้าน่าจะมีบทบาทสำคัญในการขนส่งลำเลียงขยะ

ส่วนปริมาณน้ำเสียที่มาจากแหล่งที่พัก ร้านอาหาร ก็เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน การวางระบบบำบัดของเสียเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้เด็ดขาด

 

ประเด็นที่สำคัญ เมื่อนักท่องเที่ยวขึ้นไปอยู่บนภูกระดึงเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน ทำอย่างไรจึงป้องกันไม่ให้นักท่องเที่ยวไปรบกวนสัตว์ป่าและหักโค่นทำลายสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม

ศูนย์บริการข้อมูลก่อนขึ้นไปบนภูกระดึงต้องมีเจ้าหน้าที่ประจำทุกวันเพื่อให้คำแนะนำนักท่องเที่ยวทั้งในเรื่องการรักษาสภาพแวดล้อม การรักษาความสะอาดและความปลอดภัยทั้งระหว่างขึ้นลงกระเช้าหรือเดินเท้า เป็นอีกเรื่องที่จะต้องทำ

กล่าวโดยสรุป โครงการกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง น่าจะเดินเลยผ่านจุดคัดค้านต่อต้านแล้ว วันนี้ต้องดูกันต่อว่าการมีกระเช้าขึ้นภูกระดึงจะได้ผลคุ้มค่าทั้งด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจแค่ไหน และแผนไม่ให้เกิดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมทำได้จริงอย่างที่พูดไว้หรือไม่?

แต่ถ้าโครงการประสบความล้มเหลว การท่องเที่ยวไม่กระเตื้อง เศรษฐกิจในชุมชนไม่ดีขึ้น สิ่งแวดล้อมเสียหาย จะถามความรับผิดชอบกับใครดี? •

 

สิ่งแวดล้อม | ทวีศักดิ์ บุตรตัน

[email protected]



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’
ฉบับประจำวันที่ 12-18 มิ.ย. 2569 ฉบับที่ 2391
E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี