
ดุสิตธานี ตำนานธุรกิจโรงแรมไทย โดดเด่น โลดแล่น เผชิญหน้า และปรับตัวไปตามสถานการณ์ผันแปร เป็นช่วงๆ มาตลอดกึ่งศตวรรษ
แต่ไม่มีครั้งไหนเหมือนครั้งนี้ มีแรงกระเพื่อมมาจากภายใน
ไทม์ไลน์เชื้อปะทุเปิดสู่สาธารณชน จากการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT ครั้งล่าสุด (25 เมษายน 2568) โดยผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุด (บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด) ไม่อนุมัติงบการเงินสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 ทั้งที่ผ่านการรับรองจากผู้สอบบัญชี จำต้องมีการเลื่อนการประชุมผู้ถือหุ้นออกไป (เป็น 28 พฤษภาคม 2568)
มีผลกระทบหนึ่งซึ่งสำคัญ หากไม่สามารถส่งงบการเงินไตรมาส 1 ปี 2568 ได้ทันกำหนด (15 พฤษภาคม 2568) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จึงขึ้นเครื่องหมาย SP (ระงับการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นการชั่วคราว) ถือเป็นผลกระทบที่หนักหนาทีเดียว
ไทม์ไลน์ต่อมาอย่างกระชั้น มาจากตลาดหลักทรัพย์ฯ (16 พฤษภาคม 2568) นำเสนอไว้
“-งบการเงินไตรมาสที่ 1 ปี 2568 ของบริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) (DUSIT) ที่เผยแพร่ผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ผ่านการสอบทานจากผู้สอบบัญชีที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. อย่างไรก็ตาม DUSIT อยู่ระหว่างการเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นอนุมัติแต่งตั้งผู้สอบบัญชี…ดังนั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงขอให้ผู้ลงทุน ติดตามผลการพิจารณาอนุมัติแต่งตั้งผู้สอบบัญชี จากมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นดังกล่าวต่อไป”
ปัญหาจึงขมวดปมไว้ให้ติดตามอย่างระทึกในวันที่ 28 พฤษภาคม 2568
ตํานานนักธุรกิจสตรีไทยผู้โดดเด่น-ชนัตถ์ ปิยะอุย (15 พฤษภาคม 2465-3 พฤษภาคม 2563) กับการบุกเบิกธุรกิจโรงแรมชั้นหนึ่งรายแรกๆ-ดุสิตธานี (เมื่อปี 2513) ท่ามกลางโอกาสที่เปิดขึ้นอย่างกว้างขวางในยุคสงครามเวียดนาม
ในช่วงเวลาเดียวกับขบวนการกำเนิดเครือข่ายธุรกิจไทยใหญ่ ไม่ว่า ธุรกิจค้าปลีกของกลุ่มเซ็นทรัล ค้าส่งและผู้สินค้าใหม่ๆ ของกลุ่มสหพัฒน์ เครือข่ายร้านฟาสต์ฟู้ดอเมริกันของกลุ่มไมเนอร์ การมาถึงรถยนต์ญี่ปุ่นโดยสยามกลการ และฟาร์มสมัยใหม่แบบอเมริกันโดยซีพี
จะว่าไปตลอดช่วงชีวิตผู้ก่อตั้ง-ชนัตถ์ ปิยะอุย ดุสิตธานีเผชิญหน้า ท้าทาย กับปัญหาและมรสุมทางเศรษฐกิจหลายต่อหลายครั้ง ตั้งแต่จุดเริ่มต้นเลยก็ว่าได้
ดุสิตธานีก่อตั้งขึ้นจากแผนการลงทุนสร้างโรงแรมที่ใหญ่ที่สุด สูงที่สุดในกรุงเทพฯ ในเวลานั้น ด้วยงบประมาณสูงถึง 450 ล้านบาท ทั้งมีความเชื่อมโยงกับมาตรฐานระดับโลก ทั้งรูปแบบอ้างอิงกับโรงแรมมีชื่อในญี่ปุ่นและร่วมมือการบริหารกับเครือโรงแรมอเมริกันในช่วงต้นๆ
มีอุปสรรคหนักหนาพอสมควรในช่วงแรก กว่าจะได้การสนับสนุนเงินกู้จากธนาคารไทย จนสร้างเสร็จได้ใช้เวลาพอสมควร
ขณะเปิดบริการใหม่ๆ เผชิญความอ่อนไหวเป็นแรงกระเพื่อมครั้งแรกๆ ในช่วงเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 มีการประท้วงต้องปิดโรงแรมไปหลายเดือน
ต่อจากนั้นกิจการได้ดำเนินไปตามจังหวะไม่นาน ก็มาถึงช่วงหลังสงครามเวียดนาม กับความกังวลเกี่ยวกับทฤษฎีโดมิโน ใช้เวลาอีกสักพัก กว่าจะคลี่คลาย ไปพร้อมๆ กับการสิ้นสุดยุคสงครามเย็น

ดุสิตธานีเป็นบริษัทแรกๆ เข้าตลาดหุ้นไทยซึ่งเพิ่งเปิดขึ้นในปี 2518 ได้จังหวะกับแผนการขยายโรงแรมครั้งแรก (2521) เพิ่มห้องอีกเกือบเท่าตัว ขณะการแข่งขันทางธุรกิจมีมากขึ้น มีโรงแรมใหม่ในย่านใหม่ๆ ของกรุงเทพฯ อาทิ โรงแรมปาร์คนายเลิศ (ปี 2523) และโรงแรมเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว (ปี 2526)
จนถึงจังหวะก้าวใหม่เป็นโอกาสตามภาวะเศรษฐกิจไทยเฟื่องฟู ในช่วงทศวรรษ 2530 ดุสิตธานีเปิดฉากโรงแรมในหัวเมืองท่องเที่ยว ทั้งในภูเก็ต หัวหิน และเชียงใหม่ ตามกระแสธุรกิจใหญ่ในกรุงเทพฯ ขยายเครือข่ายธุรกิจสู่ภูมิภาคเป็นระลอกแรกๆ
ทั้งนี้ มีจังหวะก้าวใหญ่กว่านั้นอีก สู่ปรากฏการณ์ Boom & Bust ของสังคมธุรกิจไทย ด้วยปัจจัยการเติบโตทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ โอกาสธุรกิจเปิดกว้างมากขึ้น สะท้อนผ่านดัชนีตลาดหุ้นพุ่งขึ้นสู่ระดับใหม่ ด้วยกระแสเงินลงทุนท่วมท้นมาจากโลกตะวันตก
แผนการอันอาจหาญธุรกิจไทยข้ามขั้นสู่เวทีระดับโลกจึงเกิดขึ้นตามมา

ดุสิตธานีเอาด้วย ชิมลางครั้งแรก (2534) เข้าซื้อโรงแรมที่เท็กซัส สหรัฐอเมริกา ตามมาด้วยแผนการใหญ่กว่าในกรณี Kempinski ในปี 2537-2538 ร่วมมือกับเครือข่ายธนาคารไทยพาณิชย์ ลงทุนครั้งใหญ่นับพันล้านบาท เข้าซื้อเครือข่ายโรงแรมเก่าแก่แห่งเยอรมนี
แทบไม่ทันจะได้ผลตอบแทนอย่างที่ควร ได้เข้าสู่ช่วงเลวร้ายเสียก่อน ในวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 ดุสิตธานีขาดทุนทั้งอัตราแลกเปลี่ยน และผลการดำเนินงาน แสดงผลขาดทุนครั้งใหญ่ครั้งนั้นกว่าพันล้านบาท
ในช่วงคาบเกี่ยวนั้นปรากฏผู้บริหารหน้าใหม่-ชนินทธ์ โทณวณิก บุตรชายคนโตของชนัตถ์ ปิยะอุย จากข้ามน้ำข้ามทะเลไปเรียนระดับมัธยมที่อังกฤษในช่วงก่อตั้งดุสิตธานี และข้ามสู่สหรัฐในระดับอุดมศึกษา ช่วงดุสิตธานีขยายตัว
เขามีบทบาททั้งการบุกเบิกกิจการโรงแรมในบางช่วงเฟื่องฟู บางช่วงฟุบต่อเนื่องมานั้น

ดุสิตธานีปรับตัวครั้งใหญ่ เป็นไปค่อนข้างรวดเร็ว ด้วยแผนการถอนการลงทุนในเครือข่ายต่างประเทศเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะในตะวันตก ไม่ว่ากรณี Kempinski หรือโรงแรมในสหรัฐ คงไว้เพียงบางแห่งในเอเชีย
พอหลังวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจผ่านไปสักระยะ ดุสิตธานีมีการปรับแผนการธุรกิจครั้งใหญ่อีกครั้ง
ธุรกิจหลัก-ธุรกิจโรงแรม ปรับตัวอย่างกระฉับกระเฉง มีแผนการสร้างแบรนด์ใหม่ๆ สร้างความหลากหลาย ตอบสนองลูกค้าที่มีโปรไฟล์แตกต่างกันมากตามยุคตามสมัย
สิ่งที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือ ธุรกิจการบริหารโรงแรม (Hotel Management Agreement หรือ HMAs) ดุสิตธานีเข้าสู่ธุรกิจ HMAs เมื่อปี 2544 อาจจะถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของเชนโรงแรมไทยในระดับโลก
ในช่วงบั้นปลายชีวิต ชนัตถ์ ปิยะอุย ได้จัดการเรื่องมรดก ดูเป็นไปอย่างรอบคอบพอควร ด้วยการตั้งบริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัด (2553) เป็น Holding company โดยเฉพาะเข้าถือหุ้นข้างมากในบริษัท ดุสิตธานี จํากัด (มหาชน) ในสัดส่วนถึง 49.74% (ตามข้อสนเทศ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ล่าสุด)
ทั้งนี้ ได้จัดโครงสร้างผู้ถือหุ้นให้บุตร-บุตรีทั้งสามคน ถือหุ้นในสัดส่วนใกล้เคียงกัน

เมื่อเข้าสู่ยุค ชนินทธ์ โทณวณิก อย่างเต็มตัว ดุสิตธานีกับแผนการเชิงรุกอย่างผสมสานโหมโรงขึ้น หนึ่งในนั้นซึ่งเป็นเค้าหน้าตักสำคัญ ก่อนเกิดวิกฤตการณ์รอบใหม่ (COVID-19) ไม่นาน
ดีลสำคัญสังคมธุรกิจไทย ความร่วมมือทางธุรกิจครั้งใหญ่ ระหว่างดุสิตธานีกับกลุ่มเซ็นทรัล (2560) ตามแผนการหลัก สร้างมูลค้าเพิ่มทางธุรกิจครั้งใหญ่ในพื้นที่เดิม-โรงแรมดุสิตธานีแห่งแรก ท่ามกลางจังหวะเมืองหลวงกำลังขยายตัว ด้วยแรงขับเคลื่อนธุรกิจใหญ่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แบบผสมผสาน
เป็นจังหวะเดียวกัน ดุสิตธานีเปลี่ยนผู้นำ (ปี 2559) มีประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ เป็นคนนอกตระกูลผู้ก่อตั้ง เป็นคนแรก พร้อมด้วยทีมคณะกรรมการบริษัทผู้มากประสบการณ์ ดูไปแล้วร่างเงาธุรกิจครอบครัวจางไปมากทีเดียว
ในช่วงทศวรรษมานี้ผลประกอบการ DUSIT ดูเป็นไปอย่างซับซ้อน ทิศทางรายได้เติบโตขึ้นอย่างชัดเจนในช่วง 2-3 ปีนี้ ขณะการขาดทุนสะสมยังคงอยู่ตลอดช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2563-2567) ทั้งนี้ มีแนวโน้มลดลง ที่น่าสนใจไตรมาสแรกปีนี้ กลับมากำไรแล้ว
คาดกันว่า ดัชนีข้างต้น เป็นเพียงหัวเชื้อปะทุหนึ่งซึ่งสะสม เป็นปัญหาภายในที่กำลังเกิดขึ้น
อีกไม่นานคงพอรู้ ตำนานดุสิตธานีที่จะบันทึกตอนต่อ จากผ่านศึกนอกมากมาย จะสามารถก้าวข้ามศึกในได้หรือไม่ อย่างไร •
วิรัตน์ แสงทองคำ | www.viratts.com
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
