bg-single

สำรวจงบฯ รัฐไทย ผ่านเพลงพังก์วง Dead Kennedys

10.06.2025

บทความพิเศษ | ศรัณยู ตรีสุคนธ์

 

สำรวจงบฯ รัฐไทย

ผ่านเพลงพังก์วง Dead Kennedys

 

การประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ระหว่างรัฐบาลและฝ่ายค้านในสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นไปอย่างเข้มข้นดุเดือด

มีการแจกแจงงบประมาณแผ่นดินเพื่อใช้ในการบริหารประเทศที่มีตัวเลขให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจน

โดยการอภิปรายและการจัดสรรงบประมาณเพื่อปรับปรุงรัฐสภาซึ่งมีขึ้นในวันที่ 2 ของการประชุมมีเนื้อหาสาระที่ฟังแล้วทำให้อดที่จะคิดถึงเพลง Let’s Lynch the Landlord ของวงพังก์ร็อกสัญชาติอเมริกัน Dead Kennedys ไม่ได้

ในวันดังกล่าว นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ส.ส.พรรคประชาชน อภิปรายว่าเงินสร้างห้องฉายวีดิทัศน์ระบบ 4D และการปรับปรุงฉากหลังบัลลังก์ที่มีมูลค่ารวมกันแล้วเกิน 300 ล้านบาทนั้นสูงเกินไป

ซึ่งนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 แสดงความไม่เห็นด้วยโดยให้เหตุผลว่าการปรับปรุงรัฐสภาที่เป็นดั่ง “บ้านของเราเอง” คือสิ่งจำเป็นเพื่อให้สมศักดิ์ศรีของสภาผู้แทนราษฎร

ถึงแม้ว่า ส.ส.รักชนก ศรีนอก จากพรรคประชาชน จะบอกว่าเธอรู้สึกอายที่ถูกประชาชนวิพากษ์วิจารณ์ว่าการจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ไม่สมเหตุสมผล

ชื่อเพลง Let’s Lynch the Landlord ที่แปลได้ว่า “มาแขวนคอเจ้าของบ้านเช่า (ที่ดิน) กันเถอะ” อาจฟังดูรุนแรงโหดร้ายเกินไป

แต่ถ้าหากมองถึงบริบทของดนตรีพังก์ร็อกที่แสดงให้เห็นถึงเสียงต่อต้านจากชาวอเมริกันชนชั้นแรงงานในช่วงปลายยุค 70 มาจนถึงยุค 80 ที่มีต่อรัฐหรือชนชั้นปกครองก็นับว่า “สมเหตุสมผล”

เพราะบ้านเมืองในสังคมอเมริกายุคนั้นเสื่อมโทรมอย่างหนักเพราะรัฐรีดไถเงินจากประชาชนเพื่อสร้างสังคม “American Dream” ที่มีแต่เพียงคนรวยหรือชนชั้นนำเท่านั้นที่ได้ผลรับประโยชน์

หากมองในแง่มุมนี้ นี่ไม่ใช่การแขวนคอด้วยเชือก แต่เป็นการใช้เชือกเพื่ออุปมาถึงการทวงถามความชอบธรรมจากฝ่ายบริหารและนิติบัญญัติที่ควรจะเอื้อประโยชน์ให้กับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ

แต่คอของพวกเขากลับถูกรัดให้ค่อยๆ ขาดอากาศหายใจไปทีละน้อย

“I’m doubling up the rent / ‘Cause the building’s condemned / You’re gonna help me buy City Hall” เนื้อเพลงท่อนนี้แปลได้ว่า ฉันซึ่งเป็นเจ้าของห้องจะขึ้นค่าเช่าเป็นสองเท่า เพราะตึกนี้ทรุดโทรมไม่เหมาะกับการอาศัยอยู่และเป็นหน้าที่ของผู้เช่าที่ต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับรัฐ (City Hall ในบริบทของเพลงหมายถึงเจ้าหน้าที่รัฐ)

เนื้อหาของเพลง Let’s Lynch the Landlord สะท้อนให้เห็นถึงระบบทุนที่แสดงถึงความเหลื่อมล้ำในทำนองปลาใหญ่กินปลาเล็กได้อย่างแสบสันต์

เพราะแทนที่เจ้าของบ้านจะนำเงินค่าเช่าไปใช้ในการซ่อมแซมตึกให้มีความปลอดภัยและสามารถอยู่อาศัยได้ตามกฎหมาย

เจ้าของกลับขึ้นค่าเช่าจากผู้เช่าบ้านเพื่อนำเงินไปติดสินบนให้กับนักการเมืองผู้ฉ้อฉลเพื่อให้ผู้มีอำนาจอนุญาตให้เจ้าของบ้านเช่าที่กดขี่ขูดรีดยังสามารถดำเนินธุรกิจที่ผิดกฎหมายนี้ต่อไปได้

เพลง Let’s Lynch the Landlord ที่ เจลโล่ บีอาฟรา นักร้องนำของวง Dead Kennedys รับหน้าที่เป็นผู้แต่งเพลงหลักสะท้อนให้เห็นถึงความโกรธแค้นของผู้เช่าที่ถูกบีบคั้นจากระบบทุนและรัฐผู้กุมอำนาจสกปรกเอาไว้ในมือที่เห็น “บ้าน” เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการหาเงินเข้าคลังโดยไม่คำนึงถึงความสมเหตุสมผลของค่าเช่าไปจนถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์เลยด้วยซ้ำไป

 

ทีนี้หันกลับมาวิเคราะห์ดูว่าแล้วความหมายของเพลงนี้มันไปเกี่ยวกับการประชุมพิจารณางบประมาณแผ่นดินได้อย่างไร

เป็นการจับแพะชนแกะหรือเปล่า?

ซึ่งก็ต้องบอกว่าด้วยใจความหลักของเพลงอาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรง แต่พอฝ่ายค้านมีการยกเรื่องการนำเงินภาษีประชาชนมาใช้เพื่อปรับปรุงรัฐสภาที่ดูเกินความจำเป็นไปมาอภิปราย

ประเด็นหลักของเพลงก็มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องขึ้นมาทันที แต่อาจจะต้องมองในมุมกลับเล็กน้อยเพื่อให้สอดคล้องกับบริบทการประชุมการอภิปรายงบประมาณปี 2569 ด้วย

ในระบอบประชาธิปไตย การแจกแจงงบประมาณรายปีของรัฐที่นำภาษีไปใช้ทำอะไรบ้างเพื่อให้ประชาชนรับทราบนั้นเป็นเรื่องปกติ

แต่การที่รัฐทำให้ประชาชนเชื่อว่าภาษีได้นำไปใช้ในทางที่ถูกด้วยการอ้างความชอบธรรมให้กับคนบางกลุ่มในสภาเป็นมายาคติที่รัฐสร้างขึ้นมาเอง

เพราะการนำภาษีของประชาชนไปใช้ในทางไหนไม่ว่าจะเล็กน้อยหรือมากแค่ไหนก็ตาม สิ่งที่รัฐจะต้องทำให้ได้ก็คือต้องแจกแจงรายละเอียดให้ประชาชนทั้งประเทศเชื่อให้ได้ว่าเม็ดภาษีที่ใช้ไปนั้นคุ้มค่าแล้วกับที่เสียไปทุกบาททุกสตางค์จริงๆ

รัฐทำให้ประชาชนเชื่อว่าสภาคือ “บ้านของประชาชน” และการใช้ภาษีเพื่อทำให้บ้านดูดีคือความชอบธรรม

แต่ทั้งหมดนี้เป็นเพียงมายาคติ เพราะในความเป็นจริงแล้วบ้านของรัฐและบ้านของประชาชน ซึ่งก็คือความเป็น “รัฐชาติ” นั้นควรเป็นบ้านหลังเดียวกัน และการจ่ายภาษีเพื่อนำไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างก็ควรจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน

 

มายาคตินี้ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับการนำงบประมาณไปเพื่อสร้างความหรูหราโอ่อ่าให้กับรัฐสภาเท่านั้น แต่มันเกิดขึ้นกับหลายโครงการก่อสร้างของรัฐที่ถูกตั้งข้อสงสัยในเรื่องความโปร่งใสในการใช้งบประมาณแผ่นดิน ไม่ว่าจะเรื่องการฮั้วประมูลและการใช้วัสดุก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานของตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่ถูกตรวจสอบหลังจากที่ถล่มลงมา ไปจนถึงงานก่อสร้างบนถนนพระรามสองที่การใช้เงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐมีหลายจุดที่ต้องตรวจสอบ

การที่รัฐพร่ำบอกว่าภาษีได้ถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมทั้งๆ ที่เห็นๆ อยู่ว่ามันไม่ใช่ แถมยังมีการทุจริตเกิดขึ้นจริงนั้นเป็นการสร้างกลไกในการกดขี่ของรัฐที่ท้ายที่สุดแล้วได้กลายมาเป็นแรงผลักดันให้ชนชั้นที่ถูกกดขี่ต้องหาทางในการต่อต้านอำนาจที่ฉ้อฉลนั้น

ซึ่งสอดคล้องกับประเด็นสำคัญของเพลง Let’s Lynch the Landlord ที่มีท่อนที่เรียกร้องให้ชนชั้นล่างร่วมมือร่วมใจกันลุกฮือขึ้นมาต่อสู้กับชนชั้นปกครองและเรียกร้องสิทธิขั้นพื้นฐานที่พวกเขาควรได้รับ

รัฐพันลึกไม่ได้มองบ้านเป็นสิ่งที่ต้องบูรณะหมดทั้งหลังถึงแม้ว่ามันจะทรุดโทรมมากแค่ไหนก็ตาม

เพราะสิ่งที่ต้องปรับปรุงก่อนใครก็คือห้องบางห้องที่เอื้อประโยชน์ต่อรัฐเท่านั้น

เพราะเหตุนี้บ้านที่ถูกควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จโดยชนชั้นปกครองถึงได้ดูดีอยู่เพียงไม่กี่ห้อง เพราะไม่มีการกระจายอำนาจในการปกครอง ส่งผลให้ประชาชนชั้นล่างถึงแม้ว่าห้องที่อาศัยอยู่จะทรุดโทรมแค่ไหน ก็ไม่มีโอกาสที่จะนำเงินมาใช้ซ่อมบ้านของตัวเอง

เพราะเงินที่จ่ายไปให้เจ้าของบ้านถูกนำไปใช้ในทางทุจริตหมดแล้ว

 

Let’s Lynch the Landlord เป็นเพลงที่อยู่ในงานเพลงชุด Fresh Fruit for Rotting Vegetables ซึ่งเป็นสตูดิโออัลบั้มชุดแรกของวง Dead Kennedys ที่วางจำหน่ายในปี 1980

โดยอัลบั้มชุดนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นงานเพลงแนวฮาร์ดคอร์พังก์ที่ดีที่สุดชุดหนึ่ง โดยชื่ออัลบั้มสื่อถึงพลังอันสดใหม่และจิตวิญญาณขบถของวัยรุ่นยุคใหม่ (Fresh Fruit) ที่ลุกฮือขึ้นมาต่อสู้กับระบบที่เน่าเฟะ (Rotten Vegetables)

นี่คือเสียงจากผู้เช่าที่ถูกกดขี่จากเจ้าของอาคารและระบบที่เอื้อผลประโยชน์ให้เฉพาะกับคนรวยที่สะท้อนออกมาผ่านเพลงพังก์ร็อกเพลงนี้ที่ถูกวิเคราะห์ว่าเป็นเพลงที่ซุกซ่อนประเด็นเรื่องการทำให้ “บ้านเมืองเป็นย่านผู้ดี” หรือการเปลี่ยนแปลงพื้นที่เพื่อเปลี่ยนชนชั้น (Gentrification) ด้วย

ซึ่งเพลงเพลงนี้ก็ได้กระตุ้นให้ผู้เช่าหรือประชาชนที่กำลังถูกอำนาจรัฐกดทับอยู่ได้ฉุกคิดและตั้งคำถามต่อโครงสร้างอำนาจที่ไม่เป็นธรรมในสังคมอย่างตรงไปตรงมา

เพราะคำว่ารัฐชาตินั้นหมายถึงบ้านทั้งหลังไม่ใช่ห้องอันหรูหราโอ่อ่าเพียงไม่กี่ห้องที่สร้างไว้ให้กับคนบางกลุ่มอยู่อย่างสะดวกสบายเท่านั้น

และถ้าเรายังไม่ตั้งคำถามกับทุกบาทของงบประมาณที่จ่ายออกไป รัฐก็จะยังคงใช้เชือกเส้นเดิมรัดคอประชาชนต่อไป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

คุยกับทูต | แร็มโก ฟัน ไวน์คาร์เดิน จากกรุงเทพฯ สู่ฮานอย ทูตดัตช์อำลาไทย พร้อมความทรงจำและมิตรภาพตลอด 5 ปี
พิธีกรรมของประชาชนเพื่อทำมาหากิน
เจอกัน?
เสียงคลื่น ยูกิโอะ มิชิม่า (2)
‘ครัวสาว’ ‘การล้างแค้น’ และ ‘ความย้อนแย้ง’
ความผิดปกติ
รั่ว | สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
E-DUANG | การเมือง แยบยล ในกทม. คือ สัญญะ ชี้แนวโน้มใหม่
การ์ตูน san_d1196
การ์ตูน โกหน่อง
การ์ตูน อรุณ วัชระสวัสดิ์
การ์ตูน พี่ขุน ราวแข