bg-single

พิธีกรรมของประชาชนเพื่อทำมาหากิน

12.07.2026

| สุจิตต์ วงษ์เทศ

ประชาชนมีความเชื่ออำนาจเหนือธรรมชาติทางศาสนาผี ว่าผีบันดาลทั้งเรื่องดีและเรื่องไม่ดี ดังนั้น ต้องมีพิธีกรรมพึ่งพาอำนาจเหนือธรรมชาติ เพราะมีการเพาะปลูกแบบพึ่งพาธรรมชาติที่มนุษย์ควบคุมมิได้ ดังนี้

(1.) ชุมชนเกษตรกรรมเริ่มแรก มีการเพาะปลูกแบบพึ่งพาธรรมชาติที่มนุษย์ควบคุมมิได้ คือ ดิน, น้ำ, ลม, ไฟ

(2.) ดิน, น้ำ เพื่อการเจริญเติบโตของพืชพันธุ์ ส่วนลมกับไฟ คือความร้อน เพื่อบ่มเพาะพืชพันธุ์ให้สุกงอมพร้อมกินได้

(3.) ดังนั้น ต้องมีพิธีกรรมแต่ละครั้ง แต่ละฤดูกาลนานหลายวันต่อเนื่อง เพื่อวิงวอนร้องขอเป็นประจำทุกฤดูกาลต่อผีผู้มีอำนาจเหนือธรรมชาติทางศาสนาผี ให้ควบคุมธรรมชาติตลอดปีเพื่อบันดาลความอุดมสมบูรณ์ในพืชพันธุ์ว่านยาข้าวปลาอาหารให้ชุมชน

พิธีกรรมหลายระดับ มีทั้งทับซ้อนปนกันและแยกกัน จำแนกได้ต่อไปนี้

(1.) ภูมิภาค มีคนจากหลายชุมชนบ้านเมืองสองฝั่งโขงมาทำพิธีร่วมกัน เช่น ผาแต้ม (อ.โขงเจียม จ.อุบลราชธานี)

(2.) เมือง ศูนย์รวมพิธีของเมือง เช่น ลานกลางเมือง

(3.) บ้าน ศูนย์รวมของชุมชนหมู่บ้าน เช่น ลานกลางบ้าน, ศาลตายาย, ศาลปู่ตา

(4.) เรือน พิธีของใครของมันเป็นส่วนครัวเรือน ซึ่งทำบริเวณพื้นที่เพาะปลูกของตน

สืบเนื่องพิธีกรรม ตั้งแต่เริ่มแรกถึงปัจจุบันหลายพันปีมาแล้วในบางพิธีกรรมและบางระดับ ซึ่งมีพัฒนาการทั้งประสมประสานกันเอง และทั้งต่างวัฒนธรรมที่แลกเปลี่ยนสมัยต่อมา ดังนี้

(1.) ประสมประสานกันเอง หมายถึง พิธีกรรมของคนบนภาคพื้นทวีปประสมประสานกับคนจากหมู่เกาะ หรือพิธีกรรมของคนทางเหนือประสมประสานกับพิธีกรรมของคนทางใต้

(2.) ประสมประสานต่างวัฒนธรรม หมายถึง ประสมประสานประเพณีผีพื้นเมืองดั้งเดิม กับประเพณีพราหมณ์และพุทธที่รับเข้ามาใหม่จากอินเดีย เป็นต้น

[จากหลักฐานการสืบเนื่องของประเพณีพิธีกรรมขอความอุดมสมบูรณ์ ย่อมเป็นพยานสำคัญว่าคนไทยไม่ได้มาจากไหน? แต่มีพัฒนาการอยู่ที่นี่ คือที่อุษาคเนย์]

พิธีกรรมประจำปี

พิธีกรรมจากอินเดีย (ภาคใต้) เป็นคัมภีร์ภาษาและอักษรศักดิ์สิทธิ์ของรัฐเก่าแก่ที่มีมาก่อน

ต่อมาราชสำนักอโยธยา-อยุธยา (ตอนต้น) จัดระเบียบพิธีกรรมประจำปีเป็นภาษาไทยและอักษรไทยตามปฏิทินสุริยคติจากอินเดีย พบในกฎมณเฑียรบาล และทวาทศมาสโคลงดั้น

ขึ้นศักราชใหม่ (ปีใหม่) สงกรานต์ (เดือนเมษายน) เป็นพิธีกรรมสำคัญตามปฏิทินสุริยคติจากอินเดีย (ตรงกับปฏิทินจันทรคติ เป็นเดือน 5 หน้าร้อน) ดังนั้น โคลงทวาทศมาสพรรณนาเริ่มที่เดือน 5 สงกรานต์ ไปตามลำดับเดือน 6-เดือน 12 แล้วขึ้นเดือนอ้าย จบที่เดือน 4

แต่ประชาชนชาวบ้านทั่วไปในอโยธยา-อยุธยา ไม่รู้จักสงกรานต์ จึงมีพิธีกรรมสืบเนื่องตามปกติด้วยการขึ้นปีนักษัตรใหม่ (ปัจจุบันปีใหม่) เดือนอ้าย มีลำดับความเปลี่ยนแปลงดังนี้

1. สมัยดึกดำบรรพ์หลายพันปีมาแล้ว เดือนอ้าย ขึ้นปีนักษัตรใหม่ของชุมชนทุกชาติพันธุ์สุวรรณภูมิในอุษาคเนย์

โดยถือตามปฏิทินจันทรคติ ขึ้น 1 ค่ำเดือนอ้าย (เดือนที่ 1) เริ่มปีนักษัตรใหม่ (เป็นช่วงหลังลอยกระทงกลางเดือน 12 ถ้าเทียบปฏิทินสากลตามสุริยคติ จะอยู่ราวพฤศจิกายน-ธันวาคม)

2. สมัยอโยธยา-อยุธยา แบ่งเป็น 2 ระดับ ได้แก่ ราษฎร กับราชสำนัก

ราษฎร ขึ้นปีนักษัตรใหม่ เดือนอ้าย ถือเอาขึ้น 1 ค่ำ เดือนอ้าย ตามคติเดิมสืบมา (ราษฎรไม่รู้จักสงกรานต์)

ราชสำนัก ขึ้นปีใหม่ สงกรานต์ ตรงกับช่วงเดือนเมษายนของปฏิทินสุริยคติ (ทางจันทรคติตรงกับเดือน 5) รับแบบแผนพราหมณ์จากอินเดียเหมือนกันหมดทุกราชสำนักของสุวรรณภูมิในอุษาคเนย์ ตั้งแต่หลัง พ.ศ.1000

3. สมัยรัตนโกสินทร์ แผ่นดิน ร.5 กำหนดให้ 1 เมษายน ขึ้นปีใหม่ของไทยทั่วราชอาณาจักร เริ่มตั้งแต่ พ.ศ.2432

ตรงนี้เริ่มสับสนปนกันเรื่องปีใหม่ระหว่างสุริยคติกับจันทรคติ

4. สมัยใหม่ รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี กำหนด 1 มกราคม ขึ้นปีใหม่ตามแบบสากล ตั้งแต่ พ.ศ.2484

หลังจากนั้นอีกนาน “สงกรานต์ ปีใหม่ไทย” ถูกสร้างเป็น “จุดขาย” การท่องเที่ยว เมื่อหลัง พ.ศ.2500

ปั้นเมฆขอฝนเป็นรูปหญิงชาย (ชื่อนางฝนกับนายเมฆ) กำลังเสพสังวาส โดยมีชายอีกคนหนึ่ง (ชื่อนายหมอก) นั่งอยู่ข้างๆ ชาวบ้านขุดดินเหนียวมาปั้นกันเองขนาดเท่าคนจริงไว้กลางถนนทางสามแยกเข้าบ้านนาตะกรุด อ.ศรีเทพ จ.เพชรบูรณ์ เมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2558 (ภาพจาก m.thairath.co.th)

พิธีกรรม 12 เดือน เพื่อการทำมาหากิน

ตลอดปีแบ่งได้ 4 ช่วงเวลา

เดือน 1 (พฤศจิกายน-ธันวาคม) เกี่ยวข้าว,

เดือน 2 (ธันวาคม-มกราคม) นวดข้าว,

เดือน 3 (มกราคม-กุมภาพันธ์) สู่ขวัญข้าว

เดือน 4 (กุมภาพันธ์-มีนาคม) ขอฝน,

เดือน 5 (มีนาคม-เมษายน) นาตาแฮก

เดือน 6 (เมษายน-พฤษภาคม)

เดือน 7 (พฤษภาคม-มิถุนายน)

เดือน 8 (มิถุนายน-กรกฎาคม) ทำนา

เดือน 9 (กรกฎาคม-สิงหาคม)

เดือน 10 (สิงหาคม-กันยายน) ขอขมาดิน

เดือน 11 (กันยายน-ตุลาคม) และน้ำ

เดือน 12 (ตุลาคม-พฤศจิกายน)

พิธีกรรม 12 เดือน เทียบโดยประมาณ ระหว่างเดือนตามประเพณี (จันทรคติ) กับเดือนทางสากล (สุริยคติ) กำหนดเวลาตามภาคกลาง

เดือน 1 ตามประเพณีเรียกเดือนอ้าย (อ้าย แปลว่า หนึ่ง) ขึ้นปีนักษัตรใหม่ ส่วนเดือน 2 ตามประเพณีเรียก เดือนยี่ (ยี่ แปลว่า สอง)

พิธีกรรมจำแนกเป็นกลุ่มๆ และมีเป็นช่วงๆ เช่น เดือน 1, 2, 3 เกี่ยวข้าว, นวดข้าว, สู่ขวัญข้าว เป็นต้น แต่กำหนดเวลาปฏิบัติจริงไม่เคร่งครัดในแต่ละพิธีกรรม จึงมีเหลื่อมล้ำหรือทับซ้อนกันได้ ไม่ตายตัว



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

คุยกับทูต | แร็มโก ฟัน ไวน์คาร์เดิน จากกรุงเทพฯ สู่ฮานอย ทูตดัตช์อำลาไทย พร้อมความทรงจำและมิตรภาพตลอด 5 ปี
พิธีกรรมของประชาชนเพื่อทำมาหากิน
เจอกัน?
เสียงคลื่น ยูกิโอะ มิชิม่า (2)
‘ครัวสาว’ ‘การล้างแค้น’ และ ‘ความย้อนแย้ง’
ความผิดปกติ
รั่ว | สถานีคิดเลขที่12 โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
E-DUANG | การเมือง แยบยล ในกทม. คือ สัญญะ ชี้แนวโน้มใหม่
การ์ตูน san_d1196
การ์ตูน โกหน่อง
การ์ตูน อรุณ วัชระสวัสดิ์
การ์ตูน พี่ขุน ราวแข