‘เอ็นริเก้’ ผู้พลิกโฉมเปแอสเช หลังหมดยุคซูเปอร์สตาร์

ตอนที่ คีเลียง เอ็มบัปเป้ ซูเปอร์สตาร์ชาวฝรั่งเศส ลาจาก ปารีส แซงต์แชร์แมง เพื่อย้ายร่วมทีม รีล มาดริด แบบจบไม่สวยเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว หลายคนเชื่อว่านี่คือจุดสิ้นสุดแห่งยุคสมัยของสโมสรแห่งกรุงปารีส
หลังจากนี้จะไม่มีอะไรง่าย แม้แต่การคว้าแชมป์ในประเทศ เรื่องการลุ้นความสำเร็จในระดับทวีปยิ่งน่าจะเป็นเรื่องยากเข้าไปใหญ่
ย้อนไปหลายปีที่แล้ว เปแอสเชเคยพยายามใช้โมเดลเดียวกับราชันชุดขาว ทุ่มงบประมาณดึงซูเปอร์สตาร์นักเตะระดับโลกแน่นทีม ยุคหนึ่งมีแนวรุกระดับท็อปอย่างเอ็มบัปเป้, เนย์มาร์ และ ลิโอเนล เมสซี่
ก่อนเอ็มบัปเป้จะย้ายทีม ปารีสก็พยายามยื้อทุกวิถีทาง ยื้อเวลาด้วยเงื่อนไขสัญญา กระทั่งกลายเป็นคดีความเรื่องการค้างจ่ายค่าตอบแทนที่กำลังขึ้นโรงขึ้นศาลในขณะนี้
แต่ในช่วงที่ใครหลายๆ คนมองว่าเป็นความเปลี่ยนแปลงในเชิงลบของทีม หลุยส์ เอ็นริเก้ กุนซือชาวสเปน อาศัยจังหวะนี้โน้มน้าว นาสเซอร์ อัล เคไลฟี ประธานสโมสร และ หลุยส์ คัมโปส ที่ปรึกษาด้านฟุตบอล ว่านี่เป็นช่วงเวลาที่ดีในการปรับรูปแบบทีม ให้กลายเป็นทีมคนหนุ่มที่กระจายบทบาทการเล่นและมีทีมเวิร์กที่ดี
ไม่ใช่ยึดติดกับสตาร์คนใดคนหนึ่งอีกต่อไป
ตอนที่สโมสรตัดสินใจตั้งเอ็นริเก้เป็นเฮดโค้ชในปี 2023 ก็เป็นสัญญาณว่าทีมต้องการโค้ชที่เน้นการสร้างทีมสู่อนาคตด้วยการอดทนและจริงจัง เพราะขณะที่ตัวเลือกอื่นของปารีสอย่าง อันโตนิโอ คอนเต้ หรือ โชเซ่ มูรินโญ่ นั้น ทั้งคู่ต่างเป็นโค้ชฝีมือดีที่พาทีมคว้าแชมป์ได้ แต่ไม่ใช่การสร้างทีมอย่างยั่งยืน
พอไม่มีซุป’ตาร์ในทีม เอ็นริเก้ก็ขีดเส้นชัดเจนว่า ถ้าเป็นเรื่องฟุตบอล สิทธิขาดในการบริหารจัดการต้องเป็นของเขา ไม่ใช่ปล่อยให้พวกซุป’ตาร์ใช้ทางลัด เข้าไปฟ้องประธานสโมสรเวลามีอะไรไม่พอใจ หรือการตัดสินใจจัดทีมหรือวางแผนการเล่นแต่ละครั้ง โค้ชต้องมาเกรงใจดาวดังในทีม
เมื่อเอ็มบัปเป้ลาทีมไป ก็เป็นการเปิดโอกาสให้เอ็นริเก้สร้างทีมใหม่ที่เน้นแข้งดาวรุ่งฝีเท้าดี ผสมผสานกับแข้งมีประสบการณ์ที่ไม่ได้เข้าข่ายซูเปอร์สตาร์
ทั้งการแจ้งเกิดเต็มตัวของ เดซิเร่ ดูเอ้ แนวรุกวัย 19 ปี กับ แบรดลีย์ บาร์โคล่า รวมถึง ควิชา ควารัตสเคเลีย แข้งจอร์เจียที่หลายคนยกให้เป็น “อัจฉริยะ”
นอกจากนี้ยังมี อุสมาน เด็มเบเล่ ที่กลับมาสู่ฟอร์มที่ดีหลังช่วงเวลาน่าผิดหวังกับบาร์เซโลน่า ไหนจะกัปตันทีม มาร์ควินญอส และนายทวาร จานลุยจิ ดอนนารุมม่า
ไม่ว่าจะใช้งานนักเตะคนไหน เอ็นริเก้มองทุกคนอย่างเท่าเทียม และเลือกใช้ตามความเหมาะสมในแต่ละนัด และผลิดอกออกผลที่ดี
เปแอสเชเป็นทีมที่มีอายุเฉลี่ยน้อยที่สุดสำหรับทีมที่เข้าสู่รอบเพลย์ออฟยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยอายุเฉลี่ย 24 ปี 262 วัน
เปแอสเชในยุคของเอ็นริเก้เป็นทีมคนหนุ่มฝีเท้าดี เล่นตามแท็กติกของโค้ชได้ดี แข็งแกร่ง มีการเลี้ยงบอลที่โดดเด่น เน้นการเพรสซิ่งสูง มีความคิดสร้างสรรค์ในเกม และช่วยกันและกันเป็นทีมเวิร์กที่ดี
ว่ากันว่าบุคลิกและสไตล์การคุมทีมของเขาที่เน้นให้ความสำคัญกับการพัฒนานักเตะรายบุคคล การเข้าหาผู้เล่นแบบตัวต่อตัว ทำให้แข้งคนหนุ่มในทีมศรัทธาในตัวเขาอย่างมาก
เช่นเดียวกับแฟนบอลของเปแอสเช ที่บางกลุ่มได้ชื่อว่าเป็นพวกหัวรุนแรง ก็ยังชื่นชมเขาจากใจ
สิ่งหนึ่งซึ่งยืนยันว่าเอ็นริเก้ซื้อใจแฟนบอลได้ คือการที่แฟนๆ ทำป้ายผ้าขนาดใหญ่ไปกางในสนามรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกที่เมืองมิวนิก ประเทศเยอรมนี เป็นภาพวาดของเขาขณะปักธงสโมสรกลางสนาม โดยมีลูกสาวคนเล็ก ซาน่า ยืนมองอยู่ใกล้ๆ
เอ็นริเก้เคยพักงานไปช่วงหนึ่งหลังจากซาน่าล้มป่วยและเสียชีวิตด้วยวัยเพียง 9 ปี จากมะเร็งกระดูกเมื่อปี 2019
เหตุที่เลือกภาพปักธงเพราะย้อนไปเมื่อปี 2015 ตอนที่เอ็นริเก้พาบาร์เซโลน่าเป็นแชมป์ยุโรป ซาน่าตัวน้อยเคยถือธงสโมสรโบกในสนาม โดยมีคุณพ่อยืนมองข้างๆ อย่างเอ็นดู
ภาพจำดังกล่าวยังชัดเจนสำหรับเอ็นริเก้ เมื่อสื่อยกเรื่องนี้ขึ้นมา เขาจึงให้สัมภาษณ์ทั้งก่อนและหลังเกมรอบชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกหนล่าสุดว่า ถึงกายเนื้อของลูกสาวจะไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว แต่เธอยังอยู่กับเขาและครอบครัวเสมอ
เอ็นริเก้บอกด้วยว่า การสูญเสียลูกสาวทำให้เขามองเห็นความจริงของชีวิตและฟุตบอล และไม่กลัวผลลัพธ์แย่ๆ อีกต่อไป ถ้าวันหนึ่งเขาโดนสโมสรปลด ก็ไม่เป็นไร วันรุ่งขึ้นเขาก็แค่ลุกไปขี่จักรยานเที่ยวพักผ่อนเท่านั้น
ด้วยปรัชญาการทำทีม มันสมอง และบุคลิกที่ได้ใจทั้งนักเตะ ผู้บริหาร และแฟนบอล หลุยส์ เอ็นริเก้ ใช้เวลา 2 ปี นับจากเข้ารับตำแหน่ง หรือ 1 ปี หลังจากไม่มีคีเลียง เอ็มบัปเป้ สร้างปารีส แซงต์แชร์แมง เป็นทีมใหม่ที่แข็งแกร่งและประสบความสำเร็จที่สุด
ทั้งการคว้าแชมป์ลีกเอิงแบบได้ลุ้นทำสถิติไร้พ่าย ทั้งถ้วยเฟรนช์คัพ และสุดท้ายกับถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร
การคว้าทริปเปิลแชมป์ของเขา ทำให้เกิดข้อถกเถียงและคาดการณ์ว่านักเตะคนใดคนหนึ่งในทีมเปแอสเช อาจจะคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยม บัลลงดอร์ ไปครอง
หากเป็นเช่นนั้นจริง ก็จะถือเป็นความสำเร็จสุดยอดอีกก้าวของกุนซือวัย 55 ปี
และทำให้ฤดูกาลหน้าเป็นที่น่าจับตาอย่างยิ่งสำหรับสโมสรแห่งกรุงปารีส •
Technical Time-Out | SearchSri
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
