bg-single

ระเบียบโลกที่เปลี่ยนแปลง อำนาจการเมืองที่ระส่ำระสาย

16.06.2025

ตุลวิภาคพจนกิจ | ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ

ระเบียบโลกที่เปลี่ยนแปลง

อำนาจการเมืองที่ระส่ำระสาย

รู้สึกไหมว่าการเมืองในประเทศต่างๆ ยุคนี้กำลังมีอาการของความไร้ระเบียบและระส่ำระสายไปทั่ว รวมถึงสยามประเทศไทยด้วยก็ไม่ยกเว้น

ที่หนักหน่วงและสั่นสะเทือนไปทั่วโลกและกระทั่งองค์การสหประชาชาติและศาลยุติธรรมของโลกก็ทำอะไรไม่ได้ เรียกว่าเกือบทำลายระบบยุติธรรมโลกและคติมนุษยธรรมลงไปอย่างเลือดเย็น

ได้แก่ สงครามในยูเครนและการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกาซา ทุกวันพาดหัวข่าวในสื่อต่างๆ รายงานการใช้กำลังถล่มทำร้ายประชาชนผู้ไร้ทางสู้และการป้องกันตนเอง จนดูเหมือนโรงฆ่าสัตว์กำลังทำงานอยู่ต่อหน้าต่อตาผู้ดูสดๆ ทั่วโลก

อย่างคาดไม่ถึง อิสราเอลกำลังจารึกประวัติศาสตร์สงครามใหม่ที่โลกต้องใช้เวลาอีกนานในการไถ่บาปอันนี้ นั่นคือการใช้ความหิวโหยและอดอยากเป็นเครื่องมือในการทำสงครามกำจัดกลุ่มฮามาสในกาซาอย่างไม่ให้เหลือรากและโคน แม้ว่าคนที่เป็นเหยื่อแรกๆ คือเด็ก คนชรา สตรี และคนที่ช่วยตัวเองไม่ได้นับแสน

อีกฟากหนึ่งของความไร้ระเบียบและเกิดความขัดแย้งในประเทศที่ยังไม่ถึงกับรุนแรงนองเลือด หากแต่เป็นความขัดแย้งในระบบการเมืองที่ยังอาศัยระบบกฎหมายและการควบคุมความรุนแรงด้วยกำลังได้ เช่นในสหรัฐ ยุโรป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ ละตินอเมริกา

ในกลุ่มนี้ประเทศที่กำลังได้รับความสนใจมากที่สุดคือสหรัฐ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้มาตรการปกครองแบบขวาสุดใหม่ ด้วยการรื้อทำลายโครงสร้างของรัฐบาลกลางและของภาคประชาสังคมลงไป เรียกว่าเหมือนการทำ “ปฏิวัติวัฒนธรรมใหญ่” ของจีนภายใต้การนำของประธานเหมา เจ๋อตุง ในอดีต

แม้จุดหมายและอุดมการณ์แตกต่างกัน แต่ทั้งสองประธานรัฐบาลคิดเหมือนกัน คือการโค่นล้มระเบียบและระบบปกครองแบบเก่า เพื่อสร้างระบอบปกครองใหม่

ขณะที่ประธานเหมาต้องการสร้างระบอบใหม่ที่ปฏิวัติโดยสิ้นเชิง

ประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการสร้างระบอบใหม่ที่ปฏิกิริยาต่อต้านการปฏิวัติโดยสิ้นเชิง

ดังนั้น ภาพของสถานการณ์โลกขณะนี้จึงปั่นป่วนและไร้ระเบียบ เพราะชนชั้นปกครองส่วนใหญ่พบว่าระบบและเครื่องมือที่ใช้ในการปกครองเริ่มไร้ประสิทธิภาพ

ในขณะที่การบรรลุจุดหมายที่ต้องการก็ไม่ราบรื่น มีความแตกแยกขัดแย้งทั้งภายในรัฐบาลและนอกรัฐบาล อันเป็นผลพลอยได้ของระบบเศรษฐกิจโลกาภิวัตน์หรือทุนนิยมโลกสมัยใหม่ ที่เปิดช่องทางและทรัพยากรให้แก่คนใหม่ๆ และที่มาหลากหลายสามารถเคลื่อนเข้ามาแย่งยึดอำนาจรัฐและอิทธิพลการเมืองในรัฐ พร้อมกับการขึ้นมาครองพื้นที่ทางสังคมอย่างไร้รอยต่อของระบบดิจิทัลและโซเชียลมีเดียทั้งหลาย

ยิ่งทำให้ผู้ปกครองจารีตและ “บ้านเก่า” ทั้งหลายที่เคยมีอำนาจดิบเริ่มรู้สึกถึงข้อจำกัดและเครื่องมือในการควบคุมความคิดความเชื่อของประชาชน

กรณีสหรัฐภายใต้ทรัมป์น่าสนใจหลายเรื่อง เขาดำเนินนโยบายทั้งภายในและภายนอกประเทศอย่างที่ไม่เคยมีผู้นำอเมริกันคนไหนเคยทำมาก่อน

ทั้งหมดมีลักษณะร่วมกันใหญ่คือการโค่นล้มระเบียบเก่าที่เคยทำกันมาลงไป แล้วพยายามสร้างระเบียบใหม่ขึ้นมาแทนที่

ในทางระหว่างประเทศทรัมป์พยายามแยกอเมริกาออกจากการเป็นพันธมิตรทางการทหารให้แก่ประเทศยุโรปพึ่งพาในการต่อสู้และถ่วงดุลอำนาจของรัสเซีย นั่นคือสภาพขององค์การนาโตที่เคยเป็นเสาหลักให้แก่ยุโรปตะวันตกมานับแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สองมาจนกระทั่งสหภาพโซเวียตล่มสลายและปิดฉากสงครามเย็นลงไป

ใครจะคิดว่าสหรัฐจะออกปากว่าถึงเวลาที่ยุโรปต้องช่วยตัวเองเสียที ไม่ใช่มารอพึ่งความช่วยเหลือจากอเมริกาอยู่แบบที่เคยเป็นมา

นั่นเป็นคำปราศรัยของรองประธานาธิบดี เจ ดี แวนซ์ ที่มีต่อที่ประชุมความมั่นคงในยุโรปในการประชุมครั้งแรกในต้นปีนี้

ผมนั่งฟังและดูรายงานข่าวยังอดประหลาดใจไม่ได้ว่า เขาช่างกล้าหาญและโอหังอย่างยิ่งที่ขึ้นไปพูดสั่งสอนผู้นำยุโรปในที่ประชุมร่วมดังกล่าวนี้ โดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสมและธรรมเนียมทางการทูตอะไรทั้งสิ้น

ผู้นำการเมืองเยอรมันถึงกับส่ายหน้าขณะนั่งฟังรองเจ ดี แวนซ์ พร่ำเทศนาเรื่องปัญหาของยุโรปไม่ใช่อะไรหากคือความล้มเหลวอ่อนแอของประเทศยุโรปเองทั้งสิ้น

จากการเมืองระหว่างประเทศแบบแหวกแนวของทรัมป์ ที่เปิดเวทีให้กับบทบาทของอเมริกาแบบที่ไม่มีแผนยุทธศาสตร์ใดๆ รองรับมาก่อน เขาหันไปทำญาติดีกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซียที่กำลังบดขยี้ยูเครนอย่างเมามัน

ทรัมป์ประกาศระหว่างหาเสียงว่าเขาจะนำสันติภาพและการยุติสงครามนี้ภายในหนึ่งอาทิตย์ แต่หลังจากวันรับตำแหน่งเป็นต้นมา ท่าทีที่มั่นใจและเหมือนกับมีไพ่ใบสำคัญต่อปูตินในมือ ค่อยๆ เลือนหายไป

ความจริงวันที่ทรัมป์กับคณะในทำเนียบขาว นัดให้ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี้ มาพบเพื่อเจรจาหาทางยุติสงคราม แต่การเจรจาวันนั้นในห้องรูปไข่ทำเนียบขาว ซึ่งไม่เคยเปิดให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปถ่ายทอดสดการเจรจากันได้ เพราะมันเป็นเรื่องคอขาดบาดตายและอ่อนไหว จะให้คนนอกมาฟังและบันทึกภาพเสียงออกไปได้อย่างไร แต่ทรัมป์ก็ทำ

แล้วภาพที่ปรากฏออกมาก็คือความโกลาหลและก่นด่าและประณามเซเลนสกี้โดยฝ่ายอเมริกา ทั้งทรัมป์และเจ ดี แวนซ์ ไม่ยั้งปากและมือในการตบหัวผู้นำยูเครนอย่างไม่เกรงใจใครในโลกเลย คำดูหมิ่นที่แทงใจเซเลนสกี้อย่างมากคือทรัมป์ตะโกนใส่หน้าเขาว่า “คุณไม่มีไพ่ในมือจะเล่น” แล้วจะไปเจรจากับปูตินได้อย่างไร

นักวิจารณ์ข่าวผู้คิดว่ารู้จักทรัมป์ดี อธิบายว่านั่นคือแผนที่ทรัมป์ได้วางไว้ เขาต้องการฉากการแสดงเหมือนรายการโทรทัศน์เรียลลิตี้โชว์ที่เคยทำมาก่อน ไม่มีอะไรต้องวิเคราะห์ให้ยุ่งยาก

ทั้งหมดนั้นนำไปสู่การชะลอแล้วชะงักลู่ทางในการจัดการเจรจาสองฝ่ายเพื่อยุติสงคราม

จากนั้นมาถึงวันนี้ ความรุนแรงและการใช้กำลังห้ำหั่นกันระหว่างรัสเซียกับยูเครนยิ่งทวีความดุเดือนและยกระดับการทำลายมากไปกว่าที่ได้ทำมา

แต่อาทิตย์ที่แล้วผมค่อยหายใจคล่องขึ้นหน่อย เมื่อฝ่ายยูเครนสามารถตอบโต้โจมตีรัสเซียในจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น สนามบินและเครื่องบินได้หลายจุด ในยุทธการที่เรียกว่า Operation Spider’s Web หรือ “ยุทธการใยแมงมุม” สามารถทำลายหรือสร้างความเสียหายให้แก่เครื่องบินรบที่ใช้สำหรับอาวุธนิวเคลียร์ได้ไปหลายสิบลำ ฝ่ายยูเครนอ้างว่าอาจเสียหายถึง 41 ลำ แหล่งข่าวเชื่อว่าคงราวโหลหนึ่ง

คนถามกันใหญ่ว่ายูเครนถล่มฐานบินรัสเซียในประเทศได้อย่างไร พวกนั้นไม่มีปืนยิงจรวดระยะไกล ถึงมีอเมริกาก็ไม่ให้ใช้เพราะรัสเซียบอกว่านั่นเป็นการประกาศสงครามระหว่างรัสเซียกับตะวันตกเลย

คำตอบที่เฉลยจากฝ่ายยูเครนเองคือพวกเขาสร้างโดรนรุ่นพิเศษสำหรับบินและพาระเบิดขนาดใหญ่ไปด้วยได้ แล้วนำโดรนหลายสิบหรือร้อยลูกเข้าไปในดินแดนรัสเซียให้ใกล้ฐานบินที่สุดเพื่อความแม่นยำและไม่ถูกสกัดจากเครื่องมือดับจับโดรนเสียก่อน

แล้วเอาโดรนเข้าไปใกล้ๆ เขตทหารได้อย่างไร นี่เป็นคำถามที่คนอยากรู้มาก เพราะนึกไม่ออก

ขนาดผมที่ไม่มีความรู้เรื่องการรบการทหารอะไรเลย ยังตื่นเต้นและเห็นภาพปฏิบัติการ “ใยแมงมุม” ได้เป็นอย่างดี สรุปสั้นๆ คือฝ่ายกองกำลังยูเครนต้องหาทางนำเอาโดรนเหล่านี้เข้าไปให้ใกล้จุดทำการ ด้วยการบรรทุกในรถบรรทุกสิ่งของที่วิ่งกันเต็มถนนใหญ่ในรัสเซีย

สิ่งแรกคือต้องประดิษฐ์ที่บรรจุโดรนไม่ให้ทางการสงสัยและตรวจจับได้ พวกนั้นสร้างที่บรรจุแบบตุ๊กตารัสเซียที่ถอดออกทีละตัวได้ โดรนแต่ละตัวที่พร้อมระเบิดถูกเลียงใส่บรรจุภัณฑ์ที่ดูเหมือนสินค้าทั่วไป จากนั้นก็ขับรถบรรทุกเข้าไปทีละคันตามถนน

เมื่อถึงปฏิบัติการซึ่งอยู่ตรงข้ามถนนที่ตั้งของสำนักงานข่าวกรองรัสเซีย (FSB) ไม่รู้ว่านี่เป็นความจงใจหรือเปล่า เพราะใกล้กองบัญชาการรัสเซีย การตรวจกั้นอาจเบาบางกว่ารอบนอก เรื่องนี้ต้องไปถามประธานาธิบดีเซเลนสกี้ เพราะเขาเป็นผู้คุมและรับผิดชอบโครงการใยแมงมุมที่เป็นโครงการลับสุดยอดเอง ทำกันมาหนึ่งปีครึ่ง ลับขนาดไม่บอกแม้สหรัฐก็ยังไม่รู้

และผมคิดว่านี่อาจเป็นความมั่นใจที่ทำให้เซเลนสกี้ตัดสินใจไปเหยียบถ้ำเสือทำเนียบขาว เพราะเขาเชื่อว่า “เขามีไพ่ใบหนึ่งในมือ” ที่จะลงมือจัดการกับรัสเซีย

แต่การที่เขาไม่ได้แจ้งให้ทรัมป์รับรู้อะไรเลย กลายเป็นฉากที่ทรัมป์เป็นพระเอกแต่ผู้เดียวไป

นอกจากไพ่ในการเมืองระหว่างประเทศทำท่าจะไปไม่สวย ไพ่ของการปฏิรูปในประเทศโดยเฉพาะการเนรเทศผู้อพยพนับล้านออกไป กำลังถูกต่อต้านและประท้วงอย่างรุนแรงจากบรรดาผู้อพยพละตินอเมริกันในนครลอสแองเจลิสอย่างหนัก ขนาดปิดฟรีเวย์และกีดขวางการจราจรในเมือง

จนทรัมป์ต้องส่งกองกำลังทหารแห่งชาติมาจัดการ ซึ่งถ้าไม่รุนแรงจะไม่ส่งทหารเข้ามา

น่าสนใจว่าผู้ประท้วงโบกธงชาติเม็กซิโกไม่มีธงชาติอเมริกันเลย ทั้งหมดเป็นสัญญะของความระส่ำระสายไร้ระเบียบที่กำลังก่อตัวขึ้นในอเมริกา และท้าทายอำนาจเด็ดขาดของประธานาธิบดีว่าใครใหญ่และชอบธรรมกว่ากัน

ลักษณะทั่วไปของพลเมืองอเมริกันคือความเป็นอนุรักษนิยม จะไม่ต่อต้านประธานาธิบดีหากไม่มีอะไรที่รุนแรงกระเทือนต่อสัญชาตญาณของพวกตน

บัดนี้ทรัมป์ได้ข้ามเส้นตายนี้ ด้วยการปฏิบัติอย่างรุนแรงต่อกลุ่มคนต่างๆ ส่วนใหญ่ไม่ใช่พวกนักกิจกรรมการเมืองเช่นสิทธิมนุษยชน หากแต่เป็นชาวบ้านคนทำงานและหาเงินเลี้ยงปากท้องไปวันๆ

พูดแบบนักเคลื่อนไหวซ้ายก็คือทรัมป์กำลัง “ทำลายแนวร่วม” ของรัฐบาลลงไปในทุกแนวรบ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เรื่องต้องรู้ของฟุตบอลโลก 2026 ศึกเวิลด์คัพฉบับ ‘มหึมา’
ฉบับประจำวันที่ 12-18 มิ.ย. 2569 ฉบับที่ 2391
E-DUANG | ปรากฎการณ์ แบงค์ ศุภณัฐ ต่อเนื่อง มายัง โจ เบอร์สิบ
กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี