บทความพิเศษ | พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์
33 ปี ชีวิตสีกากี
พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (129)
พนักงานสอบสวนดีเด่น ‘3 ครั้ง’
รับโล่ข้าราชการพลเรือนดีเด่นปี 2538
วันที่ 1 เมษายน 2538
ผมเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาล พร้อมกับข้าราชการอีกจำนวนมาก เพื่อรับรางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่นประจำปี พ.ศ.2537 เป็นเกียรติบัตร และครุฑทองคำ จากนายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี
เป็นรางวัลที่ทำให้ผมมีกำลังใจ และเพิ่มพลังที่จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ให้กับประชาชนชาวจังหวัดสตูล
วันที่ 15 เมษายน 2538
พ.ต.ท.สงคราม เปล่งอรุณ รอง ผกก.(ป) สภ.อ.เมืองสตูล กับพวก จับกุมนายประทีป หรือเล็ก ลัดพัด ดำเนินคดีในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองและพกพาโดยไม่ได้รับอนุญาตและให้ที่พักพิงคนต่างด้าวที่เข้าเมืองผิดกฎหมาย เหตุเกิดที่บริเวณปากทางเข้าท่าส้ม บ้านกาลันบาตู หมู่ที่ 1 ต.ตำมะลัง อ.เมือง จ.สตูล เมื่อวันที่ 14 เมษายน 2538 เวลาประมาณ 21.30 น. ผมได้สอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานมีความเห็นสั่งฟ้องส่งสำนวนให้อัยการ และศาลจังหวัดสตูล ได้มีคำพิพากษาตามหมายเลขคดีดำที่ 630/2538 หมายเลขคดีแดงที่ 1586/2538 จำคุกจำเลย 15 ปี 8 เดือน
วันที่ 26 เมษายน 2538
ผมได้นำตัว นายมะหะหมาด หรือกำธร บิลังโหลด ผู้ต้องหามีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง มาดำเนินคดี หลังจากที่นายวิฑูร หลังจิ อดีต ส.ส.สตูล นำนายมะหะหมาดหรือกำธร ไปมอบตัวกับ ผบ.ค่ายรัตนพล ต.คลองหอยโข่ง อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา
วันที่ 26 พฤษภาคม 2538
เวลาประมาณ 21.30 น. ร.ต.ต.รุจิรศักดิ์ สุวรรณ ร้อยเวรสอบสวน สภ.อ.เมืองสตูล รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันที่บริเวณบ้านพักคนงานก่อสร้างบริษัทโตโยต้า หมู่ที่ 4 ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล และได้แจ้งให้ผมทราบ จึงร่วมออกไปยังที่เกิดเหตุ และคนร้ายที่ร่วมกันฆ่า คือ นายสมเกียรติ ดำด้วงโรม กับนายสุทิน หรือติ่ง ทับทิมอ่อน ได้ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองคน
พ.ต.ท.ศิริชัย ทับเที่ยง ได้ย้ายมาดำรงตำแหน่งรอง ผกก.(สส.) สภ.อ.เมืองสตูล
ในช่วงเวลานั้น อาคารหลังใหม่ของ สภ.อ.เมืองสตูล สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว มีห้องทำงานแยกเป็นส่วนๆ ไม่ต้องทนอึดอัดมานานนับปี
วันที่ 14 มิถุนายน 2538
วันนี้ผมได้เดินทางไปยังตำรวจภูธรภาค 9 อ.เมือง จ.สงขลา เพื่อแข่งขันสอบความรู้ของพนักงานสอบสวน เป็นพนักงานสอบสวนดีเด่นประจำปี 2538 ณ ห้องประชุม 204 ตำรวจภูธรภาค 9 โดยมีคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือก ระดับรองผู้บัญชาการ หลายท่าน
ผมสามารถตอบคำถามทุกคำถามเกี่ยวกับงานของพนักงานสอบสวนได้อย่างราบรื่น ไม่ผิดพลาด เพราะผมได้ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ จนจดจำได้ทุกขั้นตอนและตอบได้ทันทีเป็นอัตโนมัติ
วันที่ 16 มิถุนายน 2538
นายธงชัย อยู่ถนอม ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสตูล ได้ขึ้นนั่งบัลลังก์ อ่านคำพิพากษา คดีสำคัญของจังหวัดสตูล ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2536 ในเวลากลางคืน ที่มือปืนได้ยิงนายบุญลือ หรือโกซือ พูนพานิช เจ้าของร้านศรีสะอาด ถึงแก่ความตาย กลางเมืองสตูล และต่อมาผู้ต้องหา คือ ร.ต.อ.ปรเมศวร์ สิทธิผล รองสารวัตร (ทำหน้าที่ธุรการ) ตำรวจภูธรจังหวัดสตูล กับนางวัชรินทร์ หรือโอ๋ ไววิทยา ภรรยาของผู้ตาย ซึ่งได้ลักลอบเป็นชู้กัน ได้วางแผนจ้างมือปืน คือนายสนิท พัทเต ยิงนายบุญลือหรือโกซือ จนถึงแก่ความตายดังกล่าว
ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสตูล ได้อ่านคำพิพากษา เป็นคดีหมายเลขดำที่ 102/2537 คดีหมายเลขแดงที่ 814/2538 ตั้งแต่เริ่มต้นของคดี บรรยายการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน จนมาถึงตอนท้าย ที่หลักฐานมีความชัดเจนที่ ร.ต.อ.ปรเมศวร์และนางวัชรินทร์ มีความสัมพันธ์ฉันชู้สาวกันจริง
เมื่อนายสนิท พัทเต ถูกจับกุม ได้ให้การว่า ร.ต.อ.ปรเมศวร์กับนางวัชรินทร์ ได้ร่วมกันว่าจ้างให้ฆ่าผู้ตาย แม้ทั้งสองคนจะให้การปฏิเสธ พยานหลักฐานของโจทก์ก็มีน้ำหนักฟังได้ว่า ร.ต.อ.ปรเมศวร์กับนางวัชรินทร์ ร่วมกันจ้างนายสนิท พัทเต ไปฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร.ต.อ.ปรเมศวร์กับนางวัชรินทร์ จึงต้องรับโทษเสมือนตัวการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 84
นายสนิท พัทเต เคยต้องโทษมาก่อนและมากระทำผิดภายในเวลา 5 ปีนับแต่วันพ้นโทษ จึงต้องถูกเพิ่มโทษหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 และเห็นว่า พยานหลักฐานของจำเลยทั้งสาม ไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้
พิพากษา ร.ต.อ.ปรเมศวร์ และนางวัชรินทร์ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4), 84, 83 นายสนิท พัทเต มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) และ พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนฯ ให้ประหารชีวิต ร.ต.อ.ปรเมศวร์, นางวัชรินทร์ และนายสนิท พัทเต ให้เรียงกระทงลงโทษ ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนให้ประหารชีวิต ข้อหามีอาวุธปืน จำคุก 2 ปี ข้อหาพาอาวุธปืน จำคุก 1 ปี เพิ่มโทษนายสนิท พัทเต ในความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ กระทงละหนึ่งในสาม ฐานมีอาวุธปืน จำคุก 2 ปี 8 เดือน ฐานพาอาวุธปืน จำคุก 1 ปี 4 เดือน ทุกกระทงความผิดแล้วให้ประหารชีวิต นายสนิท พัทเต สถานเดียว
ร.ต.อ.ปรเมศวร์เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่เป็นผู้กระทำผิดเสียเอง จึงไม่ลดโทษให้
ส่วนนางวัชรินทร์ เป็นหญิงไม่เคยเรียนหนังสือย่อมโฉดเขลาเบาปัญญา
ส่วนนายสนิท พัทเต แม้จะให้การรับสารภาพเพราะจำนนต่อพยานหลักฐาน แต่ได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน เป็นเหตุบรรเทาโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลดโทษให้นางวัชรินทร์ และนายสนิท พัทเต คนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 52(1) ให้จำคุกนางวัชรินทร์ และนายสนิท พัทเต ตลอดชีวิต
เป็นคดีที่ผมได้ทุ่มเทอย่างเหน็ดเหนื่อย และในที่สุดผู้กระทำผิด ศาลได้พิพากษาลงโทษ ให้สาธารณชนได้เห็นแล้ว ในเวลาต่อมา ทั้งศาลอุทธรณ์และศาลฎีกา ก็พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น
ผมจึงเป็นพนักงานสอบสวนที่ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว
วันที่ 3 กรกฎาคม 2538
ตำรวจภูธรภาค 9 มีหนังสือที่ 0535.32/2171 ลงวันที่ 30 มิถุนายน 2538 ลงนามโดย พล.ต.ท.สุนทร ซ้ายขวัญ ผบช.รอง หน.ภาค 9 แจ้งไปยัง ผบก.ภ.จว.สงขลา, นราธิวาส, รอง ผบก.หน.ภ.จว.ตรัง, พัทลุง, สตูล, ยะลา และปัตตานี ว่าตามที่คณะกรรมการได้พิจารณาคัดเลือกพนักงานสอบสวนดีเด่น ประจำปี 2538 โดยมีการทดสอบความรู้ พร้อมทั้งพิจารณาผลการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมา ไปแล้วนั้น
ผลปรากฏว่า พ.ต.ท.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ สวส.สภ.อ.เมืองสตูล ได้รับคะแนน 286 คะแนน จากคะแนนเต็ม 300 คะแนน สูงสุดเป็นอันดับ 1 จึงเป็นพนักงานสอบสวนดีเด่น ประจำปี 2538 ของกรมตำรวจ ในระดับสารวัตร
ซึ่งทางกรมตำรวจจะจัดหาขั้นกรณีพิเศษประจำปี เกินกว่า 1 ขั้นให้
วันที่ 26 สิงหาคม 2538
เวลาประมาณ 21.00 น. ที่บริเวณบ่อเลี้ยงกุ้งหมายเลข ซี 9 ของบริษัท ศรีอาดังการเพราะเลี้ยง จำกัด เลขที่ 158 หมู่ที่ 5 ต.คลองขุด อ.เมือง จ.สตูล มีคนร้ายจำนวน 4 คน คือ นายปรีชา หรือเอก ทำยาง, นายอุเด็น ทำยาง, นายพร เรืองชัย และนายเฝือน พรหมเมศวร์ ได้ใช้อาวุธปืนปล้นทรัพย์สินของบริษัท
พ.ต.ท.สัมบูรณ์ บัวสิงห์ สารวัตรสืบสวน กับชุดสืบสวน ได้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด และส่งให้ผมดำเนินคดีในความผิดฐาน ปล้นทรัพย์ผู้อื่นโดยมีอาวุธปืนและใช้ยานพาหนะในการกระทำผิด และร่วมกันพกพาอาวุธปืนเข้าไปในเมือง โดยไม่มีเหตุ เมื่อสอบสวนเสร็จ จึงสั่งฟ้องผู้ต้องหาทั้งหมด ให้พนักงานอัยการจังหวัดสตูล พิจารณาดำเนินการต่อไป
วันที่ 30 สิงหาคม 2538
กลางคืนตอนดึก ร.ต.ต.รุจิรศักดิ์ สุวรรณ ร้อยเวร แจ้งให้ผมทราบว่า เกิดเหตุคดีฆ่าที่บ้านเลขที่ 71 ซอย 17 ถนนสตูลธานี ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล จึงไปตรวจที่เกิดเหตุ และ พ.ต.ท.สงคราม เปล่งอรุณ รอง ผกก.(ป) สภ.อ.เมืองสตูล กับพวก ติดตามจับกุม นายอาลี เบ็นกาเส็ม คนร้ายที่ก่อคดีฆ่า ส่งผมดำเนินคดีในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
วันที่ 5 กันยายน 2538 ผมก็รวบรวมพยานหลักฐานจนเสร็จสมบูรณ์ แล้วสรุปสำนวนการสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาภายในเวลาแค่ 6 วัน ส่งพนักงานอัยการจังหวัดสตูล ก่อนครบกำหนดฝากขังครั้งแรก
วันที่ 8 กันยายน 2538
เวลาประมาณ 22.00 น. ขณะที่ ร.ต.ท.สุรศักดิ์ ปลอดจินดา เข้าร้อยเวรสอบสวน มีเหตุยิงกันตายที่ร้านอาหารเทียนทอง ถนนสมันตประดิษฐ์ ต.พิมาน อ.เมือง จ.สตูล ผมได้ออกไปร่วมตรวจที่เกิดเหตุ และ พ.ต.ท.สงคราม เปล่งอรุณ รอง ผกก.(ป) สภ.อ.เมืองสตูล กับพวก จับกุมนายอำนวย หวันตาหลา ดำเนินคดีในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และยังมีการปลอมและใช้เอกสารปลอม
ผมได้สอบสวนจนสำนวนเสร็จ มีความเห็นสั่งฟ้องต่อไป
วันที่ 12 ตุลาคม 2538
วันนี้ผมได้เดินทางไปกรมตำรวจ กรุงเทพฯ เพื่อรับโล่และประกาศเกียรติคุณ การเป็นพนักงานสอบสวนดีเด่น ระดับสารวัตร ประจำปี พ.ศ.2538 ของกรมตำรวจ จาก พล.ต.อ.พจน์ บุณยะจินดา และยังได้รับโล่ข้าราชการพลเรือนดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2538 ของกรมตำรวจ ต่างหากอีก 1 รางวัล
ในวันนั้น มีผมเพียงคนเดียวที่ได้รับโล่ถึง 2 รางวัล สำหรับการเป็นพนักงานสอบสวนดีเด่นของผม ถือเป็นครั้งที่ 3 แล้วในชีวิตของการเป็นพนักงานสอบสวน และ พล.ต.อ.พจน์ บุณยะจินดา อธิบดีกรมตำรวจเป็นผู้มอบให้ด้วยตนเอง ที่กรมตำรวจ
เป็นเครื่องหมายแสดงความรู้ความสามารถที่ผมปฏิบัติมาไม่มีข้อบกพร่องและมีความโดดเด่น คณะกรรมการจึงคัดเลือกผมอีกครั้ง
เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต
