bg-single

อาการ ‘พันธมิตรเป็นพิษ’ โรคทางการเมืองแห่งอุษาคเนย์

23.06.2025

เทศมองไทย

อาการ ‘พันธมิตรเป็นพิษ’

โรคทางการเมืองแห่งอุษาคเนย์

อ่านพบบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจในอีสต์ เอเชีย ฟอรั่ม ซึ่งเป็นข้อเขียนแสดงทัศนะประหนึ่งเป็นบทบรรณาธิการของเวทีแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเอเชียแห่งนี้ที่เผยแพร่ออกมาผ่านเว็บไซต์เชิงวิชาการของมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (เอเอ็นยู) เมื่อ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา พูดถึงคุณลักษณะจำเพาะที่เป็นจุดเด่นในทางการเมืองของหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่มีการเมืองระบบหลายพรรคอยู่ในเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็น มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย หรือไทยก็ตาม

ข้อเขียนดังกล่าวบอกว่า คุณลักษณะที่เป็นหนึ่งใน “ฮอลล์ มาร์ก” หรือ “เครื่องหมายการค้า” ของภูมิภาคที่ว่านี้ก็คือ การจัดสรรปันส่วนอำนาจและตำแหน่งระหว่างกันของพรรคการเมืองที่เป็นคู่แข่งขันกันในทางการเมือง เป็นการรวมตัวกันที่ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของอุดมการณ์หรือแนวนโยบาย หากแต่เป็นการรวมตัวกันเพื่อขึ้นสู่อำนาจบนพื้นฐานของ “ผลประโยชน์” และ “ความสะดวก” มากกว่า

ปัญหาก็คือ สิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ในหลายประเทศในภูมิภาคอุษาคเนย์นี้ กำลังแสดงให้เห็นว่า ความตกลงแต่เดิมที่ถูกเรียงร้อยเข้าด้วยกันเพื่อให้สามารถก้าวขึ้นมามีอำนาจที่ชวนให้คลางแคลงว่ามีคุณภาพหรือเป็นประชาธิปไตยแค่ไหนได้นั้น สามารถเสื่อมทราม ร่วงหลุดลงได้อย่างรวดเร็ว เมื่อ “ผลประโยชน์” ที่เคยเล็งเห็นว่าตรงกันซึ่งก่อให้เกิดการจับมือเป็นพันธมิตรขึ้นนั้น จืดจาง เลือนรางหายไปเรื่อยๆ

จนมีการขนานนามลักษณะเช่นนี้เอาไว้ว่าเป็นอาการเมื่อเกิด “พันธมิตรเป็นพิษ”

ตัวอย่างหนึ่งก็คือ กรณีของ อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่ถึงขนาดยินดี โอบรับเอา “อัมโน” ปีกการเมืองคู่แค้นเก่าเข้ามาร่วมเพื่อจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งเมื่อปี 2022

ปัญหาของอันวาร์ไม่ใช่ปัญหาว่ารัฐบาลจะอยู่รอดหรือไม่ แต่เป็นเรื่องของการ “สืบทอดอำนาจ” ว่าจะดำเนินไปเรียบง่ายอย่างที่เจ้าตัวต้องการหรือไม่

โดยเฉพาะเมื่อ นูรุล อิซซาห์ บุตรีของท่านนายกฯ ถูกยกระดับทางการเมืองขึ้นเป็นประธานพรรคพีเคอาร์ พรรคที่อันวาร์ก่อตั้งขึ้น จนเป็นเหตุให้มีการพูดถึงการสืบทอดอำนาจโดยทายาททางการเมืองอย่างเปิดเผยมากยิ่งขึ้น

ในอินโดนีเซีย พราโบโว ซูเบียนโต จับมือเป็นพันธมิตรกับ โจโก วิโดโด คู่แข่งทางการเมืองยาวนานจนเป็นที่มาของชัยชนะในการเลือกตั้งในปี 2024 แต่เพียงไม่ช้าไม่นาน การช่วงชิงกันมีอิทธิพลเหนือข้าราชการในกระทรวงสำคัญๆ ก็เริ่มต้นขึ้น ลุกลามไปถึงการ “ดำเนินการลับหลัง” เพื่อตัดทอนอำนาจ ขจัดอิทธิพลคนของวิโดโดที่ถูกแต่งตั้งเข้าร่วมรัฐบาล รวมทั้งลูกชายคนโตของอดีตประธานาธิบดีวิโดโด ที่ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดีอยู่ด้วยในเวลานี้

ในฟิลิปปินส์ การจับมือกันระหว่าง 2 ตระกูลการเมืองระดับบิ๊กเบิ้ม อย่าง เฟอร์ดินันด์ มาร์คอส จูเนียร์ และ ซารา ดูแตร์เต ที่ช่วยให้กวาดชัยชนะถล่มทลายในการเลือกตั้งเมื่อปี 2022 “กำลังพังทลาย” เพราะการแข่งกันแสดงความทะเยอทะยาน, อัตตาและการลำดับความสำคัญของนโยบาย ซาราที่ดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี กำลังต่อสู้กับความพยายามใช้กลไกอิมพีชเมนต์ เขี่ยตนพ้นตำแหน่งโดยกลุ่ม ส.ส. และ ส.ว. ที่เป็นพันธมิตรของมาร์คอส

ในข้อเขียนระบุว่า ปัจจัยที่ทำให้กาลเวลาแตกหักมาถึง มีตั้งแต่เรื่องของความชอบธรรมในการเข้าสู่อำนาจที่เปราะบางกว่าปกติ, การปรับเปลี่ยนแก้ไขนโยบาย และสุดท้ายก็คือความเป็นคู่แข่งคู่แค้นทางการเมืองที่ไม่เคยได้รับการแก้ไขให้หมดจด

ในกรณีของประเทศไทย เมื่อพรรคเพื่อไทยเลือกที่จะ “ร่วมหอลงโรง” กับพรรคการเมืองอนุรักษนิยมที่เคยเป็นศัตรูเก่าแก่ เพียงเพื่อกีดกันพรรคประชาชนให้พ้นจากการเป็นรัฐบาล ทั้งๆ ที่ถูกมองว่า เป็นการทรยศต่อฐานเสียงที่ลงคะแนนเลือกมา เพียงเพื่อให้ได้อำนาจทางการเมือง นำมาซึ่งความตึงเครียดระหว่างสมาชิกพรรครัฐบาลด้วยกันเองแต่ต่างพรรคกัน และในที่สุดก็ทำให้อดีตนายกรัฐมนตรีอย่าง ทักษิณ ชินวัตร ตกเป็น “เป้า” อีกครั้ง

รัฐบาลเองก็ดูเหมือนว่าเริ่ม “หมดไอเดีย” ในการขยายการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในท่ามกลางปัญหาระดับโลกสารพัดที่ดาหน้าเข้ามาหา ซึ่งส่งผลให้ “ปัญหาเชิงโครงสร้าง” ที่มีอยู่แต่เดิมอยู่แล้ว กลายเป็นปัญหาที่สลับซับซ้อนมากขึ้น ฉุดประเทศให้ถอยหลังไปเรื่อยๆ

จนกว่าอาการ “พันธมิตรเป็นพิษ” ที่กลายเป็นโรคเรื้อรังในกรณีของไทย จะแตกดังโพละ เมื่อพันธมิตรไม่อยากเป็นพันธมิตรอีกต่อไปแล้ว



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลุ่ม ส.ก.อิสระ ‘ทีมคนทำงาน’ จี้ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ทุกคน โชว์วิสัยทัศน์แก้ตั๋ว BTS แพง-เตรียมรับมือหมดสัมปทานปี 72
น้ำตาแม่ไหลรินที่ยะรัง : ถึงเวลาที่เราต้อง ‘จับมือกัน’ ทวงคืนพื้นที่แห่งความปลอดภัย จดหมายเปิดผนึกถึง BRN
รถยนต์ส่วนตัว ที่ไม่ได้ ‘ส่วนตัว’ ขนาดนั้น
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (8)
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (2)
พระสารสาสน์พลขันธ์ กับบทบาทนักชาตินิยมและนักญี่ปุ่นนิยม (17)
เชลยศึกสงครามลาว (34)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (179)
มังกร ซ่อนพยัคฆ์ ภายใน ‘คณะสุภาพบุรุษ’ ณ บ้านเกษมศรี
E-DUANG | จังหวะก้าว ประชาคม เนิร์ด กับTH-AI PASSPORT
หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร