เอกภาพ | พิชัย แก้ววิชิต
ด้วยก่อนที่จะถึงทางตัน ผมจึงรีบหาทางที่จะออกจากบ้าน มันไม่ใช่การหนี แต่ผมเผ่นไปตามกำลังความต้องการของตัวเอง
แม้จะยังไม่รู้แน่ชัด ว่าผมจะไปโผล่หัวอยู่ที่ไหน และจะไปสุดอยู่ที่แห่งใด มันเป็นช่วงเวลาที่ผมแค่อยากจะ “หาทางออกให้ตัวเอง” เพื่อผ่อนหนัก พอได้เบา ในความรู้สึกไม่สู้ดี กับสำนึกที่ใคร่ควรแล้วจะใส่ใจ
ในวันเวลาที่ความนึกคิดค่อนไปในแนวเครียด วาระร้อนในคราวนี้ ผมจึงควรพักปัญหาพาหนาวใจ ขอหลบพึ่งความร่มเย็นสักประเดี๋ยว
ในโมงยามที่จวนเจียนจะเที่ยงแล้วอยู่รอมร่อของวัน สภาวะอกสั่นขวัญหายเช่นนี้ นั่นอาจเป็นเพราะผลกรรมจากการรับฟัง ผ่านข่าวสารอันสืบต่อมาหลายวันนับได้เป็นแรมเดือน
ใครต่อใครบอกเล่าพูดคุย ผ่านปลายนิ้วสัมผัสบนโลกออนไลน์บ้าง และระบบมุขปาฐะแบบไร้สายบ้าง (ปากต่อปาก) เรื่องราวชวนให้ “วิตกจิตสำนึก” เกี่ยวเนื่องมาจากข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ด้วยแรงความกังวลใจตามประสาประชาชน ย่อมแย้มให้รู้สึกตึงเครียดชนิดร่วมกัน
พร้อมร่วมลุ้นไปด้วยกันกับวิธี “หาทางออก” ที่มากไปด้วยเส้นทางอันสลับซับซ้อน
ความไม่กระจ่างชัด ยังคงไม่คลี่คลายให้หายไปแต่โดยดี และจากข้อมูลอันเป็นสาระและอาจมีความบันเทิงปนมาด้วยเป็นของแถม หลายแนวทางชี้ชวนให้เชื่อ ความต่างระดับของเหตุผล ทำให้มองเห็นทางออกของปัญหาความขัดแย้งนี้อยู่กันคนละมุม
ด้วยความผิดใจกันในระดับประเทศ มันแรงพอที่จะทำให้เกิดการสั่นสะทือน จนหลายตรอกซอกซอย ที่ไหนต่อไหน และกับพื้นที่ในใจคน ทำให้ใครบางคนมีอารมณ์ร่วมแบบต่างฝ่าย อาจทำให้ใครหลายคนพร้อมรบ และยังไม่พร้อมพอที่จะมีสัญญาณรักได้ในขณะนี้
เพราะความไม่เข้าใจกัน “มิตรภาพบนความขมขื่น” จึงหมุนเวียนมาอีกวาระ ใครลักใคร และใครไม่รัก ก็แล้วแต่ใคร จะเข้าใจในความแห่งความรัก
และหากจะว่าไปในระดับวาสนา ลูกชาวบ้านและชาวเมืองจำนวนไม่น้อย ไม่อยู่ในจุดยืนที่จะหาทางออก แก้ไขปัญหาคาใจในแบบได้โดยตรง คงเพียงแต่ได้แค่ลุ้น ออกความคิดให้ได้เห็นแต่พองาม ด้วยหวังสันติวิธี เผื่อไว้ให้ชีวิตได้อยู่ดีมีครอบครัว อย่างที่รู้หลายคนเตรียมความพร้อม แต่อีกไม่น้อยยังไม่พร้อมเลยแม้เพียงสักนิด
และชวนให้เน้นย้ำเสมอขอให้ใช้วาทศิลป์อีกสักหน่อยเถิด เพราะทนได้ยากนักกับพิษสงของสงคราม

กลับมาที่โลกใบเล็กของตัวเอง หลายชั่วโมงต่อมา จนมาถึงทางเข้าที่ไม่ได้เข้า จึงไม่ต้องหาทางออก “เพราะพอใจแล้วกับสิ่งที่เห็น เมื่อได้ภาพตามที่ชอบ”
ท้องฟ้าก็ยังใสแจ๋ว ไม่มีทีท่าว่าแดดจะร่มลมจะตก สภาพแวดล้อมในแบบนี้ เดินถ่ายภาพกันได้อีกนานโข
แต่แข้งขาต่างหากที่เริ่มอ่อนล้าแรงลง มันคงอยากจะพักเสียเต็มที
จะดีกว่าหากจะหาร้านขายน้ำ แบบมีที่นั่งให้ดูดน้ำหวานพอชื่นใจ ให้หายเหนื่อยแล้วค่อยไปต่อ
นั่นไง!! อีกไม่ไกลเกินนาน “ร้านชาเขียวไข่มุก” เก๋ๆ ขอเว้นวรรคการเดินทางไว้เพียงครู่ และคงพอแล้วกับวันนี้ วันที่หาทางออกได้แล้วให้ตัวเอง
ขอบคุณมากมายครับ
