bg-single

จีนต้องการ คาบสมุทรสุวรรณภูมิ

29.06.2025

| สุจิตต์ วงษ์เทศ

จีนให้ความสนิทสนมคุ้นเคยกับสยามมากที่สุด เมื่อกว่า 600 ปีมาแล้ว

เรื่องนี้พบในเอกสารจีนโบราณ ระบุ พ.ศ.1936 (ตรงกับไทยสมัยอยุธยาตอนต้น) บอกว่าสมัยนั้นจีนมีการติดต่อทางการทูตกับประเทศต่างๆ มากกว่า 149 ประเทศ โดยเฉพาะสยามเป็นประเทศที่จีนให้ความสนิทสนมคุ้นเคยมากที่สุด ดังนี้

“นับตั้งแต่วันที่เรา (จักรพรรดิ) เถลิงราชย์สมบัติได้ส่งราชทูตไปยังประเทศต่างๆ ทุกทิศทาง ถึง 36 ประเทศ และมีการติดต่อกับอีก 31 ประเทศ

และถ้าเปรียบเทียบกับประเทศใหญ่ 18 ประเทศ และประเทศเล็กทั้ง 149 ประเทศ ซึ่งมีประเพณีและขนบธรรมเนียมแตกต่างกัน สยามเป็นประเทศที่สนิทสนมคุ้นเคยมากที่สุด—-“

[จากหนังสือ ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทย-จีน พ.ศ.1825-2395 (แปลจากเอกสารทางราชการของจีน) โดยคณะกรรมการสืบค้นประวัติศาสตร์ไทยเกี่ยวกับจีนในเอกสารภาษาจีน (สำนักนายกรัฐมนตรี พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2523 หน้า 12)]

ทำไม? จีนให้ความสนิทสนมคุ้นเคยมากที่สุดกับสยาม

เหตุสำคัญมาจากการค้าทางบกระหว่างจีนกับตะวันออกกลางและ-ยุโรป คือ “เส้นทางสายไหม” ถูกปิด เพราะมีปัญหาจากความขัดแย้งยุ่งเหยิงทางการเมือง ซึ่งทำให้ต้องกระตือรือร้น ดังนี้

(1.) จีนต้องแสวงหาเส้นทางการค้าทางทะเล เพื่อทดแทน “เส้นทางสายไหม”

(2.) การค้าทางทะเลจากจีนซึ่งอยู่ทางตะวันออกจะไปทางทิศตะวันตก ต้องผ่านคาบสมุทรสุวรรณภูมิ

(3.) สยามมีอำนาจเหนือคาบสมุทรสุวรรณภูมิ

อะไรคือคาบสมุทรสุวรรณภูมิ?

หนังสือประวัติจีนกรุงสยาม (เล่ม 1) บอกไว้ต่อไปนี้

“คาบสมุทรสุวรรณภูมิขวางกั้นระหว่างทะเลจีนใต้กับทะเลอันดามัน

สำเภาจีนมักแวะเวียนมาขายสินค้าตามเมืองท่าฝั่งอ่าวไทยซึ่งเรียงรายจากไชยาลงไปถึงยะโฮร์ แต่ละเมืองมีเส้นทางขนส่งสินค้าทางบกข้ามคาบสมุทรไปฝั่งทะเลอันดามัน หากเทียบกับเส้นทางเรือผ่านช่องแคบมะละกาที่มีโจรสลัดคอยดักปล้นแล้ว ถือว่าเส้นทางขนส่งทางบกนี้มีประสิทธิภาพไม่แพ้กัน

เนื่องจากในสมัยโบราณ การเดินเรือต้องรอลม หากเดินทางถึงบริเวณช่องแคบมะละกาผิดเวลา ก็จะต้องพักรอลมเป็นแรมเดือน ด้วยว่าเรือไม่สามารถล่องทวนกระแสน้ำข้ามผ่านช่องแคบไปได้ ต้องคอยให้ลมเปลี่ยนทิศตามฤดูกาลก่อนจึงจะเดินทางต่อได้ สองฝั่งคาบสมทรสุวรรณภูมิจึงมีเมืองท่าการค้าเรียงรายอยู่

ทั้งนี้ ในสมัยราชางศ์หยวน อาณาจักรตามพรลิงค์ที่นครศรีธรรมราชมีอำนาจควบคุมชายฝั่งอ่าวไทยจากไชยาถึงปะหัง ส่วนทางฝั่งอันดามัน ไทรบุรีถือเป็นเมืองท่าสำคัญ ก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา ‘เซียน’ ได้แผ่อิทธิพลลงมายังคาบสมุทรมลายู”

[ที่มา : หนังสือ ประวัติจีนกรุงสยาม เล่มที่ 1 สมัยกรุงศรีอยุธยาถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดย เจฟฟรี ซุน และพิมพ์ประไพ พิศาลบุตร แปลโดย พิมพ์ประไพ พิศาลบุตร, กิตติพัฒน์ มณีใหญ่, สมชาย จิว และนิรันดร นาคสุริยันต์ สำนักพิมพ์มติชน 2568 หน้า 18]

แผนที่แสดงคาบสมุทรสุวรรณภูมิ (พื้นที่สีเหลือง) บริเวณประเทศไทยต่อเนื่องมาเลเซีย ยื่นยาวลงทางใต้ ขนาบด้วยทะเลจีนใต้ทางตะวันออก กับทะเลอันดามันทางตะวันตก

“เสียน” ในเอกสารจีน หมายถึงสยาม

ถ้าตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน จะพบว่าสยาม หรือเสียน มีเครือข่ายกว้างขวางมาก ทั้งบริเวณดินแดนภายในภาคพื้นทวีปและคาบสมุทร ที่ไม่ขึ้นในอำนาจแห่งใดแห่งหนึ่ง แต่เป็น “เครือข่ายพูดภาษาไทย” ในการสื่อสารต่างชนเผ่าชาติพันธุ์ จึงสมมุติเรียกกว้างๆ 2 อย่าง คือ สยามบก และสยามทะเล

สยามบก หมายถึงสยามมีศูนย์กลางสำคัญที่รัฐสุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี) และมีเครือข่ายกว้างขวางมากทั่วดินแดนสุวรรณภูมิ โดยเป็นผู้ชำนาญเดินทางไปมาค้าขายทางบกด้วยการขึ้นเขาลงห้วยหนองคลองบึงแม่น้ำลำธาร

ซึ่งประกอบด้วยชนเผ่าพื้นเมืองหลายชาติพันธุ์ เช่น กลุ่มพูดตระกูลภาษามอญ-เขมร ที่เรียกตนเองว่ามอญและเขมร (รวมทั้งชื่ออื่นๆ เช่น ข่าต่างๆ) โดยมีถิ่นฐานอยู่ดินแดนภายในแผ่นดินใหญ่ภาคพื้นทวีปตั้งแต่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ถึงสาละวิน และโขง-ชี-มูล ครั้นนานไปก็กลายตนเป็นไทย

สยามทะเล หมายถึงสยามที่มีหลักแหล่งริมทะเลอ่าวไทย บริเวณคาบสมุทร ตั้งแต่เมืองเพชรบุรี ลงไปถึงเมืองนครศรีธรรมราช โดยเป็นผู้ชำนาญเดินทางไปมาค้าขายทางทะเลด้วยเรือขนาดต่างๆ ทั้งเลียบชายฝั่งและ “ข้ามสมุทร” ไปไกลๆ ตลอดแหลมสุวรรณภูมิ

ซึ่งประกอบด้วยชนเผ่าพื้นเมืองหลายชาติพันธุ์ เช่น กลุ่มพูดตระกูลภาษาชวา-มลายู ที่เรียกตนเองว่าชวาและมลายู (รวมทั้งชื่ออื่นๆ เช่น ชาวเล, ชาวน้ำ) ครั้นนานไปก็กลายตนเป็นไทย

สยาม (ทั้งบกและทะเล) เป็นพลังสำคัญสถาปนาอโยธยาและอยุธยา ส่วนมากจึงมีถิ่นฐานอยู่ด้วยกันบนพื้นที่นอกเกาะเมืองอยุธยาด้านทิศใต้ บริเวณ “ปท่าคูจาม” ริมแม่น้ำเจ้าพระยากับคลองตะเคียน และบางกลุ่มรับราชการกับราชสำนักอยุธยา

“จุฬาราชมนตรี” เจ้ากรมท่าขวา เป็นมลายูหรือชวา ดูแลการค้าทางทะเลอันดามัน มหาสมุทรอินเดีย โดยขุนนางข้าราชการในกรมนี้เป็นชวาและมลายูอีกมาก (“พระอัยการตำแหน่งนาพลเรือน” สมัยอยุธยาตอนต้น ราว 500 ปีมาแล้ว) ครั้นนานไปก็กลายตนเป็นไทย

พระราชวังสัน เจ้ากรมอาสาจาม (พูดภาษามลายู) สืบทอดเป็นคนไทยถึงกรุงธนบุรี และกรุงรัตนโกสินทร์

“ออกญาเคางะทราธิบดีศรีสุรัตวลุมหนัก” เจ้าเมืองชุมพร (ในพระอัยการตำแหน่งนาทหารหัวเมือง สมัยอยุธยาตอนต้น) น่าจะเป็นชื่อภาษามลายู

คาบสมุทรสุวรรณภูมิ กึ่งกลางอุษาคเนย์

คาบสมุทรสุวรรณภูมิ เป็นแผ่นดินสุวรรณภูมิทอดยาวยื่นลงไปทางทิศใต้ มีทะเลขนาบ 2 ด้าน คือ ทะเลจีนใต้กับทะเลอันดามัน

ทะเลจีนใต้ อยู่ทางตะวันออก ในมหาสมุทรแปซิฟิก กับ ทะเลอันดามัน อยู่ทางตะวันตก ในมหาสมุทรอินเดีย

ดังนั้น ทำให้รับประโยชน์จากลมมรสุมอย่างน้อย 2 ประการ คือ การกสิกรรมและการค้า

การกสิกรรม ลมมรสุมจากทะเล 2 ด้าน ทำให้ฝนตกชุก มีความหลากหลายทางชีวภาพ ส่งผลให้การเพาะปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหาร และการประมงในทะเลอุดมสมบูรณ์

การค้า ลมมรสุมจากทะเล 2 ด้าน ทำให้มีการเดินเรือทะเลค้าขายกับบ้านเมืองที่อยู่ห่างไกล

ประเทศไทย ตั้งอยู่กึ่งกลาง (โดยประมาณ) ของภูมิภาค และเป็นจุดหมายปลายทางของเส้นทางคมนาคมค้าขายทางทะเลมาแต่โบราณกาล

เท่ากับเป็นพื้นที่เชื่อมโยงการแลกเปลี่ยนค้าขายระหว่างตะวันออก (ได้แก่ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ฯลฯ) กับตะวันตก (ได้แก่ อินเดีย อาหรับ เปอร์เซีย ยุโรป ฯลฯ) จึงส่งผลให้กรุงศรีอยุธยาเป็นศูนย์กลางการค้านานาชาติในสมัยนั้น ถึงปัจจุบันไทยเป็นศูนย์กลางการบินพาณิชย์ของนานาชาติ แต่เรามีปัญหาตามความเห็นต่อไปนี้

“เมืองไทยเป็นจุดสําคัญในเอเชียอาคเนย์ เป็นประเทศที่มีพื้นที่มากพอ เป็นประเทศที่มีพลเมืองมากพอ เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ในจุดที่เหมาะสมที่สุด

location ของเรา มันเอื้ออํานวยให้ประเทศไทยเนี่ยสามารถเป็นศูนย์กลางอะไรต่ออะไรอีกหลายอย่าง ศูนย์กลางคมนาคม ศูนย์กลางทางการค้า ศูนย์กลางทางการผลิต ศูนย์กลางทางด้านโลจิสติกส์ศูนย์กลางทางด้านทุกอย่างเลย ข้าวปลาก็มี

จุดแข็งของเรา มันมีมาตั้งแต่ไหนแต่ไหนแล้ว แต่เราไม่รู้จักวิธีใช้ เราพยายามไปหา soft power

soft power เรามีมาแต่สมัยดึกดําบรรพ์ ความไม่แบ่งพรรคแบ่งพวกในเรื่องของศาสนา ในเรื่องเชื้อชาติในเมืองไทย”

[บางตอนของเบื้องหลังการเจรจาทางการทูตกับจีน เมื่อ 50 ปีที่แล้ว ราว พ.ศ.2518 จากคำบอกเล่าของ นายอานันท์ ปันยารชุน จากคลิป เปิดม่านสัมพันธ์ไทย-จีน ภารกิจลับ เปลี่ยนทิศประเทศไทย : Matichon TV (พ.ศ.2568)]



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?
รัฐสภาวางคิวถกแก้ รธน. ลุ้นกดปุ่มรับหลักการ ผ่านวาระแรกทุกฉบับ