bg-single

ทุ่นระเบิดการเมือง

29.06.2025

ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ | หนุ่มเมืองจันท์

ตอนนี้คุณแพทองธาร ชินวัตร เหมือนเดินอยู่บนสนาม “ทุ่นระเบิด” ทางการเมือง

ถ้าเหยียบผิด เหยียบพลาดก็เจอ “ทุ่นระเบิด”

หรือบางครั้งก็ไม่ได้เหยียบโดน แต่มีคนตั้ง “ระเบิดเวลา” เอาไว้แล้ว

ทุกก้าวย่างนับจากการผลักพรรคภูมิใจไทยออกไปเป็นฝ่ายค้าน และเกิดกรณี “คลิปลับ” ระหว่าง “uncle กับ หลาน” ที่ “ฮุนเซน” ปล่อยออกมา

เส้นทางการเมืองของ “อุ๊งอิ๊ง” อยู่ในภาวะอันตรายอย่างยิ่ง

เพราะอิทธิฤทธิ์ของ “คลิปลับ” การสนทนาระหว่างนายกรัฐมนตรีของไทยกับ “ฮุนเซน” ทำให้กระแสต่อต้านนายกฯ แพทองธารรุนแรงขึ้นทุกกลุ่ม

ไม่ว่าจะเป็นประเด็นที่บอกว่า “กองทัพ” เป็น “ฝ่ายตรงข้าม”

หรือ “ท่านอยากได้อะไร บอกมาได้เลยค่ะ เดี๋ยวหลานจัดการให้”

ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่าง “ไทย” กับ “กัมพูชา”

แต่นายกรัฐมนตรีของไทยไปพูดแบบนี้กับผู้นำกัมพูชา

แค่ 2 ประโยคนี้ทำลายความเป็น “ผู้นำ” ของ “อุ๊งอิ๊ง”

เป็นที่มาของการจุดกระแส “ม็อบ” ครั้งใหญ่

หลังจากที่กระแส “ม็อบ” ต้านรัฐบาลปลุกไม่ขึ้นมานาน

แม้ผู้คนจะเบื่อหน่ายกับแกนนำม็อบที่เคยเปิดประตูให้เกิดการรัฐประหาร 2 ครั้ง

แต่กระแสรักชาติ และไม่พอใจกัมพูชาที่พุ่งแรงในวันนี้

บางที “ม็อบ” นี้อาจจุดติดขึ้นมาก็ได้

นั่นคือ “กับระเบิด” ลูกแรกที่จะเกิดขึ้น

“กับระเบิด” ลูกที่สอง คือ การยื่นถอดถอน “แพทองธาร” ออกจากตำแหน่งของกลุ่ม ส.ว.สีน้ำเงิน

ขั้นตอนสำคัญอยู่ที่ ศาลรัฐธรรมนูญจะรับเรื่องนี้ไว้พิจารณาหรือไม่

ถ้ารับพิจารณา ตามปฏิทินการเมืองเดิมสมัยการยื่นถอดถอน “เศรษฐา ทวีสิน”

ศาลจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 2 เดือน

แต่ประเด็นที่น่าหวั่นวิตกมากกว่า คือ ศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งให้นายกฯ หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

เหมือนกรณีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มีการเสนอให้ตีความว่าการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครบกำหนด 8 ปีตามรัฐธรรมนูญสิ้นสุดเมื่อไร

ศาลรับเรื่องและคำสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที

ไม่ว่าผลจะออกมาทางใด มีผลทางการเมืองอย่างแน่นอน

เรื่องที่สาม คือ จำนวน ส.ส.รัฐบาลที่ปริ่มน้ำ

การถอนตัวของพรรคภูมิใจไทยที่มี ส.ส.ถึง 71 เสียง ทำให้จำนวน ส.ส.รัฐบาลลดฮวบลง

แม้จะดูด “งูเห่า” จากพรรคอื่นๆ มาได้ก็ตาม

แต่จำนวนเสียงก็ยังไม่น่าไว้วางใจ

รัฐมนตรีที่เป็น ส.ส. จะทำงานไม่คล่องตัว ต้องแวบเข้าประชุมสภาในเรื่องสำคัญ

เพราะ 1 เสียงมีความหมายอย่างยิ่ง

เรื่องที่สี่ ความไม่ลงรอยกันในพรรคร่วมรัฐบาล

เริ่มจาก พรรครวมไทยสร้างชาติที่แตกเป็น 2 เสี่ยง

“พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค-เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” แม้จะยึดพรรคผ่านกรรมการบริหารพรรคได้

แต่กลุ่ม “สุชาติ ชมกลิ่น” ก็มี ส.ส.ในสังกัด 18 คนเท่ากับ “พีระพันธุ์-เอกนัฏ”

ถ้าดูจากจำนวน ส.ส. กับเก้าอี้รัฐมนตรี

ไม่แปลกที่ฝั่งของกลุ่ม “สุชาติ” จะไม่พอใจ

เป็น “ระเบิดเวลา” ที่พร้อมปะทุเสมอ

ในขณะเดียวกันพรรคประชาธิปัตย์ก็เจอแรงเสียดทานภายในพรรคอย่างรุนแรง

ไม่เพียงแต่ ส.ส.เก่า และนักการเมืองที่อยู่พรรคมานานเริ่มยื่นใบลาออก

ส.ส.บางคนก็ประกาศว่าไม่เห็นด้วยกับกรรมการบริหารพรรค

และขยับตัวอยู่กับ 4 ส.ส.รุ่นเก๋าที่โหวตสวนกับพรรคมาตลอด

ยิ่งเสียงของรัฐบาลปริ่มน้ำ

ทุกเสียงล้วนมีความหมายและราคาแพงอย่างยิ่ง

และถ้าม็อบจุดติด กระแสของม็อบจะกดดัน ส.ส.ให้ถอนตัวจากการสนับสนุนรัฐบาล

ทุกปัจจัยล้วนส่งผลต่อเนื่องกัน

ตอนที่ “ฮุนเซน” เปิดคลิปลับการสนทนาส่วนตัวระหว่าง “หลานกับ uncle”

กระแสความไม่พอใจแรงมาก

ผมโพสต์ข้อความหนึ่งในเพจ

“ในนามของ “ความปรารถนาดี”

1. อย่าคิดว่า “ฮุนเซน” มีคลิปเดียว

และมีเฉพาะคลิปที่คุยกับตนเอง

แต่ “คลิปลับ” ของ “ฮุนเซน” จะมีผลเมื่อนายกรัฐมนตรีชื่อ “แพทองธาร ชินวัตร”

หรือพรรคเพื่อไทยยังเป็นแกนนำรัฐบาลอยู่

ตัดสินใจไม่ดี

อาจเจ็บหนักกว่าเดิม

2. มีโอกาสสูงมากที่พรรคร่วมรัฐบาลจะถอนตัวจากการสนับสนุนรัฐบาล

เช่นเดียวกับ ส.ส.งูเห่า ที่เคยสัญญากันไว้ก็จะหายตัวไปอย่างรวดเร็ว

และนอกสภามีโอกาสที่จะเกิด “ม็อบไล่รัฐบาล”

3. ประวัติศาสตร์ไม่มีคำว่า…ถ้า

ตัดสินใจอย่างไรก็ได้ผลอย่างนั้น

และจะย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้

4. หากคิดจะทอดเวลาเพื่อรักษาอำนาจมากเกินไป

อาจจะไม่เหลืออะไรเลย

5. ต้องชั่งน้ำหนักคำปรึกษาจากคนที่มีตำแหน่งในรัฐบาลวันนี้ดีๆ

เพราะบางทีเขาคิดจะรักษาอำนาจตัวเองมากกว่าคิดถึงตัวเรา

6. ไม่ว่าธุรกิจ การเมือง หรือชีวิต

การยอมเสียอวัยวะเพื่อรักษาชีวิตยังเป็นปรัชญาที่ยังใช้ได้อยู่เสมอ

ตัดสินใจเถอะครับ”

ตอนที่เขียน ผมนึกถึงเหตุการณ์ทางการเมือง 2 เรื่อง

เรื่องแรก คือ ช่วงหลังเหตุการณ์ “พฤษภาทมิฬ”

พล.อ.สุจินดา คราประยูร ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

กระแสประชาชนตอนนั้นแรงมาก อยากให้มีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่

หรือเปลี่ยนขั้วการเมือง

แต่พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมดกลับจับมือกันแน่น อาศัยเสียงข้างมากสนับสนุน พล.อ.อ.สมบุญ ระหงษ์ หัวหน้าพรรคชาติไทยขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี

ก่อนที่นายอาทิตย์ อุไรรัตน์ ประธานรัฐสภา อาศัยช่องว่างในรัฐธรรมนูญเสนอชื่อนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี

และพรรคการเมืองเหล่านั้นถูกสถาปนาว่าเป็น “พรรคมาร”

นี่คือ บทเรียนของความเชื่อมั่นในเสียงข้างมากในสภา

ไม่สนใจอารมณ์ความรู้สึกของประชาชน

เรื่องที่สอง คือ ตอนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

“ม็อบเสธ.อ้าย” ที่นัดชุมนุมที่สนามม้านางเลิ้ง

มีคนมาร่วมชุมนุมน้อยมาก

รัฐบาลมั่นใจว่า “ม็อบ” จุดไม่ติดจึงเดินหน้าเสนอ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอย

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ออกมาเป็น “แกนนำ” ชุมนุมที่สถานีรถไฟสามเสน

คนมาชุมนุมน้อยมาก

แต่ทันทีที่ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมสุดซอยเข้าสภา

ปรากฏการณ์ กปปส.จึงเกิดขึ้น

วันนี้ แม้รัฐบาลจะสามารถคลี่คลายสถานการณ์การเมืองให้ลดความไม่พอใจลงได้บ้าง

แต่อย่าประมาทอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนเป็นอันขาด

อย่าลืมว่าอุบัติเหตุทางการเมืองเกิดขึ้นได้เสมอ

ดูอย่างกรณี “คลิปลับ” ที่ออกมา

ใครจะไปนึกว่าอยู่ดีๆ ก็ระเบิดตูมตามขึ้นมา

แค่ ” 2 เสียง” เกือบล้มรัฐบาลสำเร็จ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘แดง’ หวนคุมพืชสวนโลกอีสาน ตามรอยราชพฤกษ์ 2549 ยุค ‘นายใหญ่’
​สพป.ชัยนาท ร่วมกับ ศูนย์ประสานงานทางการศึกษาเนินขาม ผนึกกำลังจิตอาสาฟื้นฟูผืนป่าเขาขยาย สานต่อแนวคิด “เขาขยาย เขาทะเลทราย สู่เขาสวรรค์”
“อนุทิน” ตอบปม UNCLOS ย้ำ ยังไม่ถึงเวลาฟื้นสัมพันธ์-ไม่มีเปิดด่าน มั่นใจรักษาอธิปไตยได้เต็มที่ !
การทูตไม้ไผ่ (Bamboo Diplomacy)ของเวียดนาม : พัฒนาการและข้อจำกัด
ผู้สมัคร ส.ก. ห้วยขวาง เปิดหน้าชนทุนต่างชาติ แฉ 4 ปัญหาใหญ่แย่งอาชีพ-สร้างมลพิษ กางแผน 3 ระดับ ดึงภาษีคืนท้องถิ่น
เจ้าฟ้าและสามัญชน ชีวิตโลดโผนผจญภัย ของนักเรียนทุนไทยในต่างแดน (1)
เส้นทางรัก ‘บิ๊ก-ไอซ์’ หลังตั้งเป้าจะเป็นโสดยาว อายุเยอะต้องใช้เวลาดูให้มั่นใจ
ธงทอง จันทรางศุ | ว่าด้วย ‘หมาจริง – หมาปลอม’
วิกฤตโจ๋ไทยจาก ‘มวน’ สู่ ‘พอต’ ‘บุหรี่ซอมบี้’ ภัยร้ายแบบใหม่ ปฏิบัติการ ‘ระดับชาติ’ หยุดควัน
ผ่าคดี ผอ.ป.ป.ช.เมินกฎหมาย ‘เมาขับ’ ขยี้ดับหนุ่มไรเดอร์ เป่าแอลฯ ทะลุ 189 มก.% สังคมจับจ้องพิรุธสลับตัว
เหยี่ยวถลาลม | แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน แค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ป.ป.ช.
เจาะชีวิต ‘โกแพ’ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ มท.4 เลือดใหม่พรรคสีน้ำเงิน จุดเริ่มต้นที่ไม่ได้ชอบการเมือง?