รัฐมนตรีครั้งสุดท้าย VS บอร์ดเลือกตั้งครั้งแรก : รัฐมนตรีแรงงานกับบอร์ดเลือกตั้ง
ฝนไม่ถึงดิน | ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี
รัฐมนตรีครั้งสุดท้าย VS บอร์ดเลือกตั้งครั้งแรก
: รัฐมนตรีแรงงานกับบอร์ดเลือกตั้ง
เมื่อปลายปี 2566 หลังการเลือกตั้งประกันสังคมทางตรงครั้งแรกในประวัติศาสตร์ประกันสังคมเสร็จสิ้น ทีมประกันสังคมก้าวหน้าประสบความสำเร็จและก้าวเข้ามามีส่วนสำคัญในการกำหนดแนวนโยบายของประกันสังคม
แต่แน่นอนที่สุดว่าการบริหารประกันสังคมภายใต้เงื่อนไขโครงสร้างระบบราชการปัจจุบัน การเลือกตั้งไม่อาจถือว่าเปลี่ยนถ่ายอำนาจการบริหารอย่างสมบูรณ์ นอกจากโครงสร้างของคณะกรรมการที่ยังมีคณะกรรมการสัดส่วนนายจ้าง แล้วยังมีคณะกรรมการสัดส่วนรัฐเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง
เงื่อนไขสำคัญคือการบริหารประกันสังคมอยู่ในระบบกรมาธิปไตย หรือมีสถานะเป็นกรมหนึ่งของกระทรวงแรงงาน ที่ CEO สูงสุดคือเลขาธิการที่เทียบเท่ากับอธิบดี
และหมายความว่าการแต่งตั้งข้าราชการระดับอธิบดี หรือผู้บริหารระดับสูงก็แต่งตั้งโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งในปี 2566 คือคุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ จากพรรคภูมิใจไทย
ผมต้องย้ำให้ทุกท่านเห็นภาพตรงกันอีกครั้งว่า กองทุนประกันสังคมมีขนาดทางเศรษฐกิจที่ใหญ่โตมหาศาล เงินลงทุนปีละ 2.6 ล้านล้าน เงินสมทบหลักสองแสนล้าน สิทธิประโยชน์หลักแสนล้าน และเกี่ยวพันกับผู้ประกันตนกว่า 20 ล้านคน ดูแลสิทธิประโยชน์ตั้งแต่เกิดจนตาย ถ้านับ GDP แล้ว ก็ใหญ่ราวๆ ประเทศเนปาล หรือกัมพูชาเลยทีเดียว
ส่วนงานที่ภารกิจใหญ่โตนี้อยู่ภายใต้กระทรวงแรงงานที่ระบบราชการใหญ่เทอะทะ
คุณพิพัฒน์ ถ้าดูประวัติการเมืองเทียบกับผมและทีมประกันสังคมก้าวหน้า เราไม่มีอะไรตรงกัน อุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกัน กลุ่มฐานมวลชนที่สนับสนุนแตกต่างกัน ยังไม่นับรวมว่าเรียกได้ว่าเป็นคนละยุคสมัย ที่อายุต่างกันหลายรอบปี เรามีภาพอดีต ปัจจุบัน และอนาคตต่างกัน
แต่หากมองในทางปฏิบัติ แม้บอร์ดจะเป็นผู้กำหนดสิทธิประโยชน์ การบริหารสำนักงาน และแนวทางการลงทุน แต่ตัวสิทธิประโยชน์ทุกรายการของทุกมาตรา ต้องผ่านการเซ็นโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขกฎกระทรวง (ม.33-39) จนถึงการแก้ไขพระราชกฤษฎีกา ก็ต้องอาศัยรัฐมนตรี
แม้รัฐมนตรีไม่อาจคัดค้าน แต่ว่าถ้าไม่ให้ความร่วมมือ เรื่องราวสองเดือนอาจเป็นหกเดือน หรือการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการก็สำคัญ ในตำแหน่งสำคัญก็ล้วนเกี่ยวพันกับอำนาจรัฐมนตรี ที่บอร์ดประกันสังคมไม่สามารถจะทำได้โดยตรง
ผมกล่าวกับคุณพิพัฒน์อย่างตรงไปตรงมาเมื่อเข้ารับตำแหน่งว่า “นโยบายใดของบอร์ดจากการเลือกตั้งที่สำเร็จ เราไม่ติดใจหากรัฐมนตรีจะนำไปเป็นผลงานในการสื่อสารกับผู้ลงคะแนนของท่าน เพราะเราต่างมาจากการเลือกตั้ง สิ่งใดสำเร็จล้มเหลวเขาไม่จดจำข้าราชการ เขาจดจำรัฐมนตรี จดจำบอร์ดที่มาจากการเลือกตั้ง เพราะเรายึดโยงกับประชาชน”
ซึ่งคุณพิพัฒน์ได้บอกว่า “ให้เป็นผลงานร่วมกัน”
และผมเองก็ได้พูดในวันแรกที่ดำรงตำแหน่งว่า “เช่นเดียวกัน เรื่องใดที่ไม่ถูกต้อง เราก็ไม่ให้เกิดในยุคสมัยเรา และสิ่งใดที่ไม่ถูกต้องและยังส่งผลสู่ปัจจุบัน เราก็ขอตรวจสอบเต็มที่เช่นกัน”
แน่นอนที่สุดว่า เรากระทบกระทั่งกันโดยตลอด และฐานความคิดหลายอย่างไม่ตรงกัน แต่คุณพิพัฒน์ก็ทำตามสัญญาที่ว่า สิ่งใดที่เป็นเรื่องสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตนไม่ขัดขวาง และผมเองก็ทำตามสัญญาเรื่องการตรวจสอบ และป้องกันโครงการที่ไม่โปร่งใสไม่มีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่
แม้ต้องทำงานร่วมกัน แต่พูดได้ตรงๆ คุณพิพัฒน์เองก็คงไม่ชอบทีมประกันสังคมก้าวหน้า และทีมประกันสังคมก้าวหน้าก็ไม่ได้ชอบพอคุณพิพัฒน์
แต่เราถือสัจจะร่วมกันในเรื่องการตรวจสอบ และสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน
เอาเป็นว่า ในช่วงปีครึ่ง บอร์ดจากการเลือกตั้งได้ผลักดันสิทธิประโยชน์หลายด้าน เช่น การเพิ่มเงินสงเคราะห์เด็กเป็น 1,000 บาท ประกันว่างงานชดเชยสูงสุด 60% รวมถึงเรื่องสูตรบำนาญใหม่ที่สร้างความเป็นธรรมมากขึ้น
และขณะเดียวกันเราเองก็ตรวจสอบและป้องกันโครงการขนาดใหญ่หลายด้าน การกระทบกระทั่งระหว่างกันเกิดขึ้นในเรื่องปฏิทินประกันสังคม ปมดูงานต่างประเทศ
แต่อย่างไรก็ตาม คุณพิพัฒน์ในฐานะเจ้ากระทรวงก็ลงนาม กรรมการสอบสวนกรณีตึก SKyy9 ว่าด้วยการประเมินมูลค่าสูงเกินจริง ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่คุณพิพัฒน์และบอร์ดประกันสังคมชุดใหม่จะเข้าสู่ตำแหน่ง การลงนามในวันสุดท้ายก่อนพ้นตำแหน่ง ก็ถือว่าได้กระทำเพื่อผลประโยชน์ของผู้ประกันตนก่อนพ้นตำแหน่ง
บทเรียนที่ได้จากประสบการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของการทำงานในระบบที่มีทั้งองค์ประกอบประชาธิปไตยและระบบราชการ แม้บอร์ดจะมาจากการเลือกตั้งโดยตรง แต่อำนาจในการบริหารจริงยังคงอยู่ในกรอบระบบราชการที่รัฐมนตรีมีบทบาทสำคัญ
ประกันสังคมและกระทรวงแรงงานไม่ใช่ของหวานสำหรับใคร แต่คือผลประโยชน์ของประชาชนผู้สร้างประเทศหลายล้านคน
ดังนั้น รัฐมนตรีใหม่ที่จะเข้ามาจำเป็นต้องมองให้เห็นถึงจุดนี้ อย่าได้คิดเรื่องการแสวงประโยชน์ ผลประโยชน์เฉพาะหน้า เพราะเรามีบอร์ดที่ยึดโยงกับประชาชนอยู่ตรงนี้
ผลงานที่เกิดขึ้นจริง เช่น การเพิ่มเงินสงเคราะห์เด็กและการปรับสูตรบำนาญใหม่ เป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าเมื่อมีการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ แม้จะมีความแตกต่างทางการเมือง บอร์ดที่มาจากการเลือกตั้งก็สามารถผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกันตนได้จริง
ประกันสังคมและกระทรวงแรงงานที่เกี่ยวพันกับผู้คนจำนวนมหาศาลต้องการการบริหารที่โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และมุ่งเน้นผลประโยชน์สาธารณะเป็นหลัก การมีบอร์ดที่มาจากการเลือกตั้งเป็นกลไกตรวจสอบถ่วงดุลนั้น เป็นสิ่งที่รัฐมนตรีและผู้บริหารทุกระดับต้องให้ความเคารพและทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์
เพื่อประโยชน์ของผู้ประกันตนและประเทศชาติโดยรวม
