bg-single

ความน่าสนใจใน ‘กวีนิพนธ์’ ประกวดรางวัลซีไรต์ปี ’68

09.07.2025

รายงานพิเศษ | ชาคริต แก้วทันคำ

ความน่าสนใจใน ‘กวีนิพนธ์’

ประกวดรางวัลซีไรต์ปี ’68

การประกวดรางวัลวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียน หรือซีไรต์ ปี 2568 เป็นประเภทกวีนิพนธ์ โดยมีผลงานส่งเข้าประกวดจำนวน 69 เล่ม ถือว่าไม่มากไม่น้อย

ข้อสังเกตคือ ในจำนวน 69 เล่มนี้ มีผลงานของกวีหน้าเก่า หน้าใหม่ รุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ ทั้งเคยได้รับรางวัลซีไรต์และมีผลงานเข้ารอบสุดท้ายรางวัลนี้มาก่อน

ความน่าสนใจโดยเฉพาะผลงานของกวีซีไรต์ที่ส่งเข้าประกวดในปีนี้ มี 3 เล่ม คือ จักรวาลสังเคราะห์ในกระเพาะปลวก ของโชคชัย บัณฑิต’ (กวีซีไรต์ปี 2544, บ้านเก่า) บทกวีตีพิมพ์บนสรวงสวรรค์ในปีต่อมา ของซะการีย์ยา อมตยา (กวีซีไรต์ปี 2553, ไม่มีหญิงสาวในบทกวี) และ เมื่อนั้นเหล่ากวีจึงตื่น ของจิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท (นักเขียนซีไรต์ปี 2560, สิงโตนอกคอก)

ที่ผมกล่าวว่าน่าสนใจ เพราะโชคชัยทำงานด้านกวีฉันทลักษณ์มาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นกรรมการตัดสินรางวัลเซเว่นบุ๊คอวอร์ดกับกรรมการคัดเลือกรางวัลซีไรต์ด้วย

ส่วนซะการีย์ยายังคงสร้างสรรค์บทกวีไร้ฉันทลักษณ์ และเล่มนี้เป็นผลงานลำดับที่ 3 ห่างจากผลงานเล่มที่สองถึงสิบปี

และจิดานันท์ที่สร้างสรรค์งานเขียนเรื่องสั้น นวนิยาย มีผลงานบทกวีไร้ฉันทลักษณ์เล่มแรก โดยสำนักพิมพ์อะโวคาโดบุ๊กส์

ตัวอย่าง

“ฉันกำลังหาเงินเพื่อตีพิมพ์บทกวีหกสิบบท

บทกวีอันสำมะหาสาระอันใดมิได้

ที่จะไม่มีใครอ่าน

และจะไม่มีใครเหลียวแลแยแสสด

กวีอันไม่อาจกวาดคว้ารางวัล

ไม่อาจกุมจิตใจผู้คน

ไม่อาจแม้กระทั่งลอดผ่านช่องกว้างที่สุดของลูกกรงคุก

ไปปลอบประโลมใจนักโทษการเมืองในประเทศมืดมิดแล้งหวัง

กวีที่อยากจะทำความอยากอาเจียนให้กับนักวิจารณ์

ทำความสำคัญแก่นักอ่าน

และทำให้บรรณาธิการโมโห

ฉันหวังจะหาสำนักพิมพ์ตาบอดสักแห่งหนึ่ง

เอาที่มืดมัวอย่างน่าขัน

และโง่งมอย่างน่าสมเพช

อาจเป็นนายทุนงั่งๆ ก็ได้

ฉันจะพูดจะหว่านล้อมเขาต่างๆ นานา

ให้เขายอมตีพิมพ์ให้

เธอว่าฉันจะทำไม่ได้เหรอ

แน่นอนสิฉันทำได้

ฉันผู้เดินผ่านความผุพังของวรรณกรรม

เป็นหนึ่งผู้ทำให้ธารน้ำศักดิ์สิทธิ์แปดเปื้อน

และทำให้สวรรค์ของกวีล่มลงด้วยการบุกถล่มของปีศาจ”

ในบทกวี The fool ซึ่งผมถอดความจากที่จิดานันท์อัดคลิปอ่านผลงานของตัวเองบางส่วนวันละบทลงเฟซบุ๊ก ร เรือในมหาสมุท มันสะท้อนความคิด ความรู้สึก การมองบทกวีในประเทศนี้ ที่การอ่าน การเขียน และการพิมพ์รวมเล่มอาจทำได้ง่าย แต่ขายยาก แม้จะมีชื่อเสียงหรือรางวัลมาก่อนก็ต้องพิมพ์จำนวนจำกัด

ดังนั้น ความน่าสนใจที่ผมกำลังกล่าวถึงก็คือ จิดานันท์ปรับตัวให้การเขียนและการอ่านกวีนิพนธ์มีความหมาย สื่อสุนทรียภาพ ทั้งส่งสารและน้ำเสียงร่วมสมัยผ่านเทคโนโลยี (ที่จะไม่มีใครอ่าน โดย ทำความสำคัญแก่การอ่าน) ด้วยตนเอง

และเมื่อพูดถึงผลงานเล่มแรก ทำให้ผมต้องย้อนกลับไปถึงการประกวดซีไรต์ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ในปี 2560-2561 ผลงานเข้ารอบสุดท้ายถูกแบ่งสัดส่วนเป็น ชาย 4 หญิง 4

ต่อมา ปี 2561-2563 เป็นกระแสดับเบิลซีไรต์ติดกัน 3 ปี ก่อนจะเว้นวรรคในปี 2564

และปี 2565-2567 เป็นกระแสผลงานเล่มแรกของกวี นักเขียน ได้แก่

กวีนิพนธ์ “จนกว่าโลกจะโอบกอดเราไว้” ของปาลิตา ผลประดับเพ็ชร์

รวมเรื่องสั้น “ด้วยรักและผุพัง” ของนริศพงศ์ รักวัฒนานนท์

นวนิยาย “กี่บาด” ของประเสริฐศักดิ์ ปัดมะริด

ซึ่งผลงานเล่มแรกทั้ง 3 เรื่องดังกล่าว มีข้อสังเกตดังนี้ “จนกว่าโลกจะโอบกอดเราไว้” นำเสนอแนวคิดร่วมสมัยที่เป็นปรากฏการณ์ทางสังคม โดยเฉพาะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 กวีนำเรื่องราวข่าวสารมารายงานผ่านบทกวีเชิงวิพากษ์ด้วยกลอนสุภาพ โดยใช้ภาษาเรียบง่ายกับความรักอันเป็นสากลที่มนุษย์ควรมีต่อกัน

ส่วนเล่ม “ด้วยรักและผุพัง” เป็นรวมเรื่องสั้นที่มีธีมความสัมพันธ์ชัดเจน จึงเป็นเอกภาพด้วยเนื้อหาที่สะท้อนผ่านครอบครัวคนจีนร่วมสมัย อีกยังประกอบด้วยเสียงเล่าหลากหลาย เรียบง่าย และกรรมการยังกล่าวถึงการออกแบบปกไว้ในคำประกาศ โดยใช้คำว่า paratext มาช่วยอธิบาย จนเป็นความแปลกใหม่ที่เป็นประเด็นให้ถูกพูดถึงและตั้งคำถามในวงกว้าง

แต่ผมมองว่ากรรมการไม่ได้ตัดสินรางวัลจากปก มันเป็นเพียงศิลปะและองค์ประกอบที่ถูกนำมากล่าวให้การประกวดรางวัลนี้มีกระแส เพราะหลังๆ ความนิยมของเวทีนี้ลดลงมาก

และเล่ม “กี่บาด” นวนิยายที่นำเสนอประเด็นเรื่องเพศผ่านรุ่นและการสืบทอดทอผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่มสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งสอดคล้องกับกระแสซอฟต์เพาเวอร์พอดี ทั้งนี้ แม้ภาพรวมผมจะมองว่าผลงานยังมีบาดแผล ในส่วนของเรื่องเล่า ความเชื่อมโยง ความสมเหตุผล ฉาก และการใช้ภาษาถิ่นที่ดูประดักประเดิด แต่เมื่อเป็นผลงานเล่มแรกจึงทำให้มองข้ามหลายจุดนี้ไปได้บ้าง ต้องติดตามผลงานเล่มต่อไป ซึ่งมันจะช่วยพิสูจน์ฝีไม้ลายมือ

เพราะผลงานหนังสือเล่มแรกได้รับการตีพิมพ์ว่ายากแล้วนั้น เล่มที่สองยากยิ่งกว่า

กลับไปที่ปกหนังสือเล่ม “ด้วยรักและผุพัง” กับการใช้ paratext หรือปรบท หมายถึง องค์ประกอบภายนอกที่ประกอบเป็นหนังสือเล่ม คือผมมองว่ากรรมการสายนักวิชาการย่อมชอบผลงานที่อ่านแล้วมีอะไรที่สามารถนำไปใช้เป็นประเด็นเชื่อมโยงกับทฤษฎีหรือแนวคิดในขณะนั้นได้ โดยอาจไม่เน้นเรื่องศิลปะการเขียนเท่าใด เพราะกรรมการสายนักวิชาการเหล่านั้นไม่ได้อ่านงานวรรณกรรมเพื่อความบันเทิงอย่างเดียว แต่อ่านวรรณกรรมเพื่อศึกษาเรียนรู้และโยงเข้าสู่ทฤษฎีทางวรรณกรรมด้วย

ความเห็นส่วนตัวมองว่าต่อไปกวี นักเขียนจะเขียนสะเปะสะปะอะไรไม่ได้ ต้องออกแบบ ใช้ระบบบรรณาธิการ นอกจากเนื้อหา ภาษา เทคนิค ชั้นเชิงวรรณศิลป์ที่ใช้สื่อสารแล้ว ควรต้องเสนอแนวคิดไว้ในผลงานให้เด่นชัด และที่สำคัญกวี นักเขียนต้องศึกษาทฤษฎีวรรณกรรมร่วมด้วย

จากเหตุผลที่ตั้งข้อสังเกต ทำให้ ‘หนังสือที่ได้รางวัล’ ไม่ได้หมายความว่าเป็น ‘หนังสือดี’ เสมอไป เมื่อกรรมการไปโฟกัสหรือให้น้ำหนักเรื่องอื่นมากกว่าการเขียนที่ควรต้องกลมกลืนและกลมกล่อม

เมื่อพูดถึงกรรมการ ผมคงต้องขอเสนอ (ทุกปี) อีกครั้ง ให้กรรมการคัดเลือกและตัดสินมีสัดส่วน 10 : 6 มากกว่า 8 : 8 และกรรมการคัดเลือกควรมีความหลากหลาย ทั้งนักอ่าน นักวิจารณ์ เจ้าของร้านหนังสืออิสระ บรรณาธิการอิสระ นักแปล นักเขียนบท ผู้กำกับละครหรือภาพยนตร์ เจ้าของเพจรีวิวหนังสือ โดยต้องเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถและถนัดสาขานั้นๆ ด้วย

ผมไม่ได้อคติกับนักวิชาการหรืออาจารย์มหาวิทยาลัย แต่ควรคัดสรรให้มาตัดสินตรงกับประเภทผลงาน และควรเป็นนักวิชาการหรืออาจารย์สายนักอ่าน ติดตามวงการวรรณกรรมไทยด้วย โดยเน้นสายวรรณกรรมปัจจุบันหรือสายวิจารณ์วรรณกรรม มากกว่าสายวรรณคดี

ที่สำคัญผมอยากให้เป็นนักวิชาการหรืออาจารย์มหาวิทยาลัยที่ไม่ใช่วัยเกษียณ ควรเปลี่ยนทุกปี กรรมการแต่ละคนควรเป็นแค่สาขาใดสาขาหนึ่ง ไม่ใช่หมุนเวียนสลับเก้าอี้เป็นได้ทุกประเภท ทุกเวทีในประเทศนี้ งานจะได้เปิดกว้าง หลากหลาย พัฒนา ไม่หยุดย่ำอยู่กับที่ หรือกระจุกรางวัลให้กับคนไม่กี่คน สำนักพิมพ์ไม่กี่แห่งเท่านั้น

กลับไปที่ผลงานบทกวีส่งประกวดซีไรต์ ปี 2568 จำนวน 69 เล่ม มีผลงานน่าสนใจหลายเล่ม หากดูจากชื่อเล่มและชื่อกวี ส่วนมากยังเป็นกวีชายมากกว่ากวีหญิง และเนื้อหาสะท้อนความเป็นปัจเจก ครอบครัว สังคม การเมือง ภาวะภายใน ธรรมชาติ ปรัชญา อุดมคติ ผ่านรูปแบบนิราศ บันทึกการเดินทางหรืออัตชีวประวัติ อาขยาน โดยปีนี้มี ‘ชื่อผลงาน’ หลายเล่มเกี่ยวกับแม่น้ำ แผ่นดิน บ้าน โลก สวน

หรือจะเป็นกระแสที่กรรมการจะหยิบยกมาใช้ยกย่องในปีนี้ กับสถานการณ์วิกฤตโลกรวน แผ่นดินไหว PM 2.5 ผ่านสำนึกเชิงนิเวศ

ที่ผมและนักอ่านคงต้องติดตาม ชวนตั้งคำถามถึงมาตรฐาน รสนิยมของกรรมการกันต่อไป และแอบหวังใจให้บทกวีไร้ฉันทลักษณ์ได้รับรางวัลบ้าง

หมายเหตุมติชนสุดสัปดาห์ รางวัลซีไรต์ปี 2568 ประเภทกวีนิพนธ์ คาดหมายว่าจะประกาศผลในวันที่ 27 กันยายน 2568



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (2)
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ปัญหาบางประการในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี
แตรฝรั่ง (3)
ตามสถิติเอเลียนน่าจะมีจริง แต่…
aespa คั้นชีวิตให้เปรี้ยวเข็ดฟันมากกว่าเดิม ด้วยอัลบั้มชุดใหม่ Lemonade
จาก ‘ทรงวิทย์’ ถึง ‘อุกฤษฎ์’ จาก ‘ศอ.ปชด.’ สู่ ‘ศบค.ชด.’ ‘อนุทิน’ ติดดาบ ‘ผบ.หยอย’ คุม ทุกชายแดน กรำศึกเขมร รอบสุดท้าย
‘โต เลิม’ เยือนไทย : เห็นอะไรในประวัติศาสตร์ และความสัมพันธ์ไทย-เวียดนาม
สุทธิชัย วีรกุลสุนทร ‘เฮียล้าน ลุยต่อ’ ป้องกันแชมป์ ส.ก.จอมทอง สมัย 7 ไม่หวั่นคู่แข่งเจนใหม่
‘บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ’ มองประเทศไทยที่ ‘หยุดนิ่ง’ ‘คนรุ่นหลัง’ จะ ‘ทุกข์ยาก’ กว่านี้
Prachachat Business Awards 2026 เปิดทำเนียบ 5 สุดยอดธุรกิจไทย ‘ฮั่วเซ่งเฮง’ รายได้สูงสุด ปตท.สผ.แชมป์จ่ายภาษี