bg-single

รัฐบาลไทย เกี่ยวข้องอะไรกับคดีลิม กิมยา?

08.07.2025

Agora | กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์

วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

www.facebook.com/bintokrit

รัฐบาลไทย

เกี่ยวข้องอะไรกับคดีลิม กิมยา?

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา สำนักข่าวอัลจาซีรา (Al Jazeera) แห่งประเทศกาตาร์ ได้เผยแพร่ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง “Cambodia : Was the killing of ex-MP Lim Kimya a political assassination?” ความยาว 49.05 นาที ซึ่งเป็นตอนหนึ่งของรายการ 101 East Documentary ทางลิงก์ https://www.youtube.com/watch?v=FR39vs42N9I

บอกเล่าเหตุการณ์สังหาร “ลิม กิมยา” (Lim Kimya) นักการเมืองฝ่ายค้านของกัมพูชา ที่เกิดขึ้นอย่างอุกอาจกลางวันแสกๆ ใจกลางกรุงเทพมหานคร บริเวณป้ายรถโดยสารสาธารณะหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร ย่านบางลำพู ณ วันที่ 7 มกราคม 2568 ท่ามกลางสายตาผู้คนขวักไขว่ รวมทั้งภรรยาและพี่ชายของผู้ตายด้วย

ผมได้ชมสารคดีเรื่องนี้ตั้งแต่วันแรกที่ออกเผยแพร่และดูจบภายในทีเดียวด้วยความรู้สึกที่สะเทือนใจอย่างยิ่งต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

สารคดีนี้ถ่ายทอดเรื่องราวได้อย่างมีชั้นเชิง รวมทั้งมีข้อมูลแปลกใหม่ดึงดูดใจให้ติดตามชมจนจบรวดเดียวทั้งๆ ที่มีความยาวเกือบหนึ่งชั่วโมง

มีการแสดงหลักฐานต่างๆ ของคดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งคลิปเสียงที่อ้างว่าเป็นของสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่สั่งการให้ตามตัวนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามกลับมากัมพูชาให้ได้ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย

หลังจากที่ดูจบ ผมก็ยังคิดอยู่ในใจว่างานชิ้นนี้คงได้รับการกล่าวถึงอย่างมากในเมืองไทยแน่ๆ แต่ผิดคาดเพราะแทบไม่มีการพูดถึงเรื่องนี้ในสื่อมวลชนไทยและประชาชนทั่วไปเลย

จนกระทั่งหลังเหตุการณ์ปล่อยคลิปเสียงสนทนาระหว่างนายกรัฐมนตรี “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร กับฮุน เซน สารคดีนี้จึงโด่งดังขึ้นมาในชั่วข้ามคืน

เนื่องจากคลิปเสียงที่อยู่ในสารคดีไม่ได้เกี่ยวพันกับผู้นำกัมพูชาและนักการเมืองฝ่ายค้านของกัมพูชาเท่านั้น แต่ยังอ้างถึง “เคลียง ฮวด” (Khliang Huot) คนสนิทของฮุน เซน ซึ่งทำหน้าที่ล่ามในคลิปเสียงสนทนาระหว่างนายกฯ อุ๊งอิ๊งกับฮุน เซน อีกด้วย

เคลียง ฮวด คือชายที่นายกฯ แพทองธารเรียกว่า “พี่ฮวด” ผู้มีความใกล้ชิดกับนักการเมืองไทยหลายคนมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนเสื้อแดง อดีตนายกฯ ทักษิณ และตระกูลชินวัตร

สาระสำคัญของสารคดีเรื่องนี้อยู่ที่การสืบสวนว่าแท้ที่จริงแล้วกรณีลอบสังหารลิม กิมยา มาจากเรื่องการเมืองใช่หรือไม่

หากใช่ ทิศทางของคดีนี้จะเดินไปสู่ทิศทางหนึ่งซึ่งปลายทางสุดท้ายอาจเป็นฮุน เซน

แต่หากไม่ใช่ ทิศทางของคดีก็จะเดินไปสู่อีกทิศทางหนึ่งซึ่งปลายทางคงสิ้นสุดลงที่นักธุรกิจชาวกัมพูชาที่ถูกอ้างว่าเป็นผู้จ้างวานให้ฆ่าลิม กิมยา ด้วยเหตุผลส่วนตัว จากความขัดแย้งทางธุรกิจและผลประโยชน์อื่นๆ ตามคำสัมภาษณ์ของตำรวจไทยที่ปรากฏในสารคดีก็มีทิศทางที่ค่อนข้างแน่ชัดว่าคดีนี้ไม่ได้มีเหตุจูงใจทางการเมือง

แต่ข้อสันนิษฐานนี้ไม่ได้รับการยอมรับจากสมาชิกในครอบครัวของลิม กิมยา และนักการเมืองฝ่ายค้านของกัมพูชาคนอื่นๆ ที่ตกเป็นเหยื่อ รวมทั้งความเห็นของคนทั่วไปที่ติดตามสถานการณ์การเมืองของกัมพูชามาตลอด

สารคดีเปิดฉากนาทีแรกโดยเท้าความไปถึงเหตุการณ์รุนแรงในอดีตซึ่งเกิดขึ้นเมื่อ 28 ปีก่อนใน พ.ศ.2540 เมื่อมีผู้ปาระเบิดเข้าใส่ฝูงชนที่นำโดยสัม รังสี นักการเมืองฝ่ายตรงข้ามกับฮุน เซน ขณะกำลังเดินขบวนประท้วงทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 16 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก

ต่อมาในปี พ.ศ.2559 ก็เกิดเหตุสังหารนักวิจารณ์การเมืองที่ตรวจสอบตระกูลฮุน โดยมือปืนบุกเข้าไปปลิดชีพซึ่งๆ หน้ากลางร้านกาแฟในกรุงพนมเปญกลางวันแสกๆ

จนกระทั่งต้นปีนี้ที่ลิม กิมยา ถูกฆ่าที่หน้าวัดบวรฯ

การตายของแต่ละคนตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมาซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปรปักษ์กับฮุน เซน และกลุ่มอำนาจตระกูลฮุน

ได้ตอกย้ำให้เห็นถึงความรุนแรงทางการเมืองและเชื่อมโยงไปสู่การเมืองภายในประเทศกัมพูชาทั้งสิ้น

ดังนั้น ถึงแม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจของไทยจะอ้างว่านี่ไม่ใช่เรื่องการเมือง รวมทั้งฮุน เซน กับบุตรชายคือ “ฮุน มาเนต” นายกรัฐมนตรีกัมพูชาคนปัจจุบันจะปฏิเสธว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ตาม แต่เป็นเรื่องยากที่สาธารณะจะเชื่อว่าคดีเหล่านี้ไม่ใช่การฆาตกรรมทางการเมือง

และไม่เชื่อมโยงไปสู่ความขัดแย้งในการช่วงชิงอำนาจระหว่างรัฐบาลตระกูลฮุนและขั้วการเมืองฝ่ายค้านของกัมพูชา

มือปืนที่สังหารลิม กิมยา คือ “จ่าเอ็ม กองเรือ” อดีตทหารเรือวัย 41 ปี ซึ่งได้หลบหนีเข้าไปในกัมพูชาหลังปฏิบัติภารกิจสำเร็จ ทว่า ถูกจับกุมตัวได้ในวันต่อมาขณะทำการหลบหนีอยู่ที่พระตะบอง ก่อนที่กัมพูชาจะส่งตัวกลับมาให้ทางการไทยดำเนินคดีต่อไป

ผู้ต้องหาให้การว่าลงมือทำไปเพื่อตอบแทนบุญคุณให้กับคนผู้หนึ่งซึ่งถึงตอนนี้ก็ยังจับตัวไม่ได้ ทำให้ตำรวจไทยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าคดีนี้เป็นความขัดแย้งส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องการเมือง

แต่เมื่อผู้สื่อข่าวของอัลจาซีราถามถึงรายละเอียดของความขัดแย้งดังกล่าวก็ไม่พบว่ามีข้อมูลอะไรในเรื่องนี้

แน่นอนว่าสมาชิกของครอบครัวลิม กิมยา ทั้งภรรยาชาวฝรั่งเศส ลูกสาว และลูกชาย ต่างก็มองว่าข้อสันนิษฐานนี้เป็นเรื่องไร้สาระ

พวกเขายืนยันว่าลิม กิมยา ไม่มีความขัดแย้งหรือความแค้นส่วนตัวกับใครเลย การตายของลิม กิมยา มาจากเรื่องการเมืองอย่างแน่นอน

และพวกเขาจะต่อสู้เพื่อทวงถามความยุติธรรมโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ฮุน เซน และกลุ่มอำนาจตระกูลฮุน

ข้อสงสัยที่พุ่งเป้าไปที่ฮุน เซน และตระกูลฮุนมีน้ำหนักอย่างมากจากการที่มีหลักฐานซึ่งอ้างว่าเป็นคลิปเสียงของฮุน เซน สั่งการให้ตามไล่ล่าศัตรูทางการเมืองที่หลบหนีอยู่นอกประเทศกลับมาให้ได้ไม่ว่าจะเป็นหรือตาย

โดยในคลิปเสียงระบุว่ามีเคลียง ฮวด เป็นคนจัดการผ่านทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยซึ่งเป็นเครือข่ายของพวกเขา

สำหรับความน่าเชื่อถือของหลักฐานนั้น ฮุน เซน อ้างว่าคลิปเสียงดังกล่าวถูกปลอมขึ้นมา แต่อัลจาซีราได้นำคลิปเสียงดังกล่าวไปวิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญกลับปรากฏว่าเป็นของจริง เมื่อมีการตรวจสอบและยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญแล้วหลักฐานจึงมีน้ำหนัก

สําหรับคนไทยนั้นต่างก็ทราบกันโดยทั่วไปว่าตระกูลฮุนมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับตระกูลชินวัตรเป็นพิเศษมาอย่างยาวนาน

ฮุน เซน เดินทางมาเยี่ยมเยียนทักษิณ ชินวัตร ที่บ้านจันทร์ส่องหล้าแทบจะทันทีหลังออกจากชั้น 14 รพ.ตำรวจ นับเป็นผู้นำต่างชาติคนแรกที่ได้พบปะกับทักษิณอย่างใกล้ชิด

ก่อนที่สายสัมพันธ์นี้จะถูกสะบั้นไปในวันที่ 18 มิถุนายน 2568 หลังเหตุการณ์ปล่อยคลิปเสียงนายกฯ อุ๊งอิ๊ง

ดังนั้น การก่อเหตุในเมืองไทยสมัยรัฐบาลแพทองธารในช่วงต้นปีที่ความสัมพันธ์ของสองตระกูลยังคงแน่นแฟ้นอยู่จึงมีการคาดหมายว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ โดยผู้ชี้เป้าสังหารสามารถเฝ้าติดตามเหยื่อมาตลอดทาง และเดินทางกลับกัมพูชาภายในวันเกิดเหตุได้อย่างลอยนวล

คดีสังหารลิม กิมยา ยังคงอยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวน และคดีนี้จะไม่จบลงง่ายๆ เหมือนคดีที่ผ่านมา เพราะลิม กิมยา ถือสัญชาติฝรั่งเศสด้วย

ฉะนั้น รัฐบาลฝรั่งเศสจึงมีพันธะผูกพันในการกดดันและติดตามความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิตไปพร้อมๆ กับการต่อสู้ของสมาชิกในครอบครัวของเขา

นอกจากนั้นยังเกี่ยวพันกับอธิปไตยของประเทศไทย เนื่องจากหากมีกลุ่มการเมืองของต่างชาติสามารถดำเนินการสั่งเก็บใครก็ได้ในดินแดนไทยก็ย่อมกระทบกระเทือนต่อสถานภาพทางเอกราชของชาติไทยไปโดยปริยาย

งานนี้หนีไม่พ้นรัฐบาลแพทองธารที่จำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเบื้องหลังของคดีนี้ ด้วยการเร่งรัดดำเนินคดีให้โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ

หากทำได้สำเร็จก็จะพ้นจากข้อครหาที่มี อันเป็นผลพวงที่ตามมาทั้งจากคลิปเสียงสนทนาระหว่างนายกฯ ไทยกับฮุน เซน และคลิปเสียงสั่งการไล่ล่าศัตรูทางการเมืองที่ปรากฏในสารคดีของอัลจาซีรา

แต่หากอึกอักเงียบกริบขยับอะไรไม่ได้ ก็ย่อมกลายเป็นหอกที่คอยทิ่มแทงสั่นคลอนเสถียรภาพของรัฐบาลให้พังครืนลงมาได้ในอนาคต



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เหยี่ยวถลาลม | หนูไม่รู้
50 ปี 6 ตุลาฯ | สุรชาติ บำรุงสุข
บททดสอบสุดท้าย’บิ๊กต่าย’ ระบบตั๋วปะทะระบบคุณธรรม ระวังคลื่นลูกใหญ่ใน ก.พ.ค.ตร.
การกลับมาโสดอีกครั้งของ ปันปัน สุทัตตา
ออสเตรเลีย ยกระดับคุมปืน รับซื้ออาวุธปืนคืนจากประชาชน
เส้นทางความรัก นก อุษณีย์ จนถึงวัน ขอ ‘ม่วย’ แต่งงาน
แนวคิดของมาเคียเวลลีเรื่องการตบตีเทพีแห่งโชค
MatiTalk รมช.คมนาคม โต้ง สิริพงศ์ ว่าด้วย KPI กำแพง อุปสรรค และสิ่งที่ไม่คาดฝัน
ธงทอง จันทรางศุ | ‘ช่องว่าง’ ในครอบครัว
เจาะปมสังหาร ‘นายกฯ เด’ เลือดล้างสัมพันธ์เก่าแก่ อดีต ส.ส.ฉลอง-อ้างหนี้ แต่เบื้องลึกพลิกอีกมุม!
ศ.สุชาติ ชี้แก้คอร์รัปชันไทย ต้องเริ่มจากผู้นำที่สะอาด ใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม
E-DUANG | จังหวะภาพ ทักษิณ ชินวัตร ชุมนุม มังกร ทาง การเมือง