ตรรกะที่ 1
“ไม่มีใบพกอีกแล้วในประเทศไทย” นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีที่ควบเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เจื้อยแจ้วมาดเท่อีกครั้งหนึ่งแล้ว
แต่ทำไมคนยังพกปืนไปยิงกันตาย!
วันก่อนเด็กนักเรียนวัย 14 ยิงปู่ย่าเสียชีวิตคาบ้าน ซ้ำยังเย็นชาพกปืนไปไล่ยิงครูที่โรงเรียน ก่อนที่จะจบชีวิตลงด้วยการ “อัตวินิบาตกรรม” รวมเบ็ดเสร็จ 7 ศพ ถัดมาอีกไม่กี่วัน “ฉลอง เรี่ยวแรง” อดีต ส.ส.นนทบุรี พกปืนที่ครอบครองอย่างถูกกฎหมายไปยิง “นายก อบจ.นนทบุรี” เสียชีวิตคารถยนต์ หน้าที่ทำการฯ
ถึงจะไม่อนุญาตให้พกปืนก็ช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ
ความจริงแล้วไม่มีรัฐใดในโลกที่จะคุ้มครองให้ความปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สินได้ทั่วถึงและทันการณ์ บางรัฐจึงใช้วิธีเกลือจิ้มเกลือด้วยการอนุญาตให้ประชาชนพกพาอย่างเปิดเผย ห้ามปกปิดซุกซ่อน ใครเห็นจึงครั่นคร้ามในความตายที่เท่าเทียมกัน
ส่วนประเทศไทย นายกรัฐมนตรียกเลิก “ใบพก” ทั้งยังเตือนไปยังบรรดาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วยว่า ไม่ว่าใครก็ตาม ไม่ใช่เฉพาะแต่ ส.ส. ถ้าเกิดมีเรื่องถูกตรวจค้นอาวุธปืนขึ้นมาพบผิดกฎหมายจะถูกตีความเป็นเรื่องผิดจริยธรรมไปด้วย จะถูกห้ามลงเลือกตั้ง ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง และจะหมดอนาคต
ไม่ต้องห่วง “ขาใหญ่” เอาตัวรอดได้
ที่ “หนาว” คือคนหาเช้าวันนี้แต่กินเมื่อวาน ซึ่งชีวิตต้องขวนขวาย ถึงคราวต้องวางแผนชีวิตใหม่เพื่อให้ชีวิตปลอดภัยจากโจรผู้ร้าย หลีกเลี่ยงการเดินทางไปค้าขายหรือทำธุระด้วยรถยนต์ในที่ไกลที่เปลี่ยวที่ผ่านป่าเขาหรือทุ่งเวิ้งว้างยามวิกาล
ตรรกะที่ 2
“ในเมืองไทยตอนนี้มีปืนเป็นสิบล้านกระบอก ไม่ไหว ประชากรมีเจ็ดสิบล้านคนเอง”
ประโยคนี้นายกฯ อนุทินตั้งใจจะบอกว่า คนไทย 70 ล้านคนกับจำนวนอาวุธที่ได้รับอนุญาต 10 ล้านกระบอก เทียบแล้ว “ทุกๆ 7 คนมีอาวุธปืน 1 กระบอก”
ความจริงแล้วเทียบวัดแบบนั้นไม่ได้
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยอมรับว่า มีอาวุธปืนในครอบครอง 12 กระบอก
นาย ก. นาย ข. นาย ค. นาย…
ตั้งแต่ชนชั้นกลางจนถึงชนชั้นสูงลิ่ว ตั้งแต่พอมีอันจะกินจนถึงขั้นเหลือกินเหลือใช้ล้นพ้น ตลอดจนเจ้าหน้าที่รัฐ ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ นักกีฬายิงปืน คนรักปืนชอบสะสมปืน ต่างก็มีอาวุธปืนถูกกฎหมายครอบครองกันคนละ 1-2 กระบอก ไปจนถึงหลายสิบหลายร้อยกระบอก
ปืนถูกกฎหมาย 10 ล้านกระบอก จึงไม่ได้มีความสัมพันธ์อันใดกับ “แนวโน้ม” การก่ออาชญากรรมด้วย “อาวุธปืน”
แล้วตัวเลขนั้นบอกอะไรได้บ้าง
ถ้าจะบอกได้ก็คือว่า ในเวลาหลายปีที่ต่อเนื่องกันมา ต้องมี “ใครบางคน” ในกระทรวงมหาดไทยได้ประโยชน์มหาศาลจาก “ใบ ป.5” หรือใบโควต้าปืน ซึ่งเป็นใบอนุญาตให้ประกอบการค้าอาวุธปืนอย่างถูกกฎหมาย
แต่ผู้มีอาวุธปืนถูกกฎหมายนั้นคงไม่มีใครเพี้ยนพกพาเอาปืนสวยๆ งามๆ ออกไปยิงคน
(ยกเว้นนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต ส.ส.นนทบุรีสักคนที่ก่อคดีฆ่าคนตายโดยเจตนา)
ตรรกะที่ 3
“ยิงโจรในบ้านก็ผิด”
อนุทินเรียนจบอะไรมาไม่เป็นไร แต่ก่อนจะพูดสิ่งใดออกสู่สาธารณะควรได้รับ “คำปรึกษา” ตรวจทาน และวางแผนจากทีมงาน
ถ้ายิงโจรในบ้านยังผิด สุจริตชนคนทั่วไปทั้งประเทศก็ “เสียว”!
แต่ “โจร” ยิ้มเยาะเพราะใช้ “ปืนเถื่อน” และมีความโชกโชนไม่พรั่นพรึงคุกตะราง ดังนั้น เมื่อเบอร์ 1 ของประเทศประกาศ “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” โจรจะบรรลุภารกิจสะดวกขึ้น
ยิงเจ้าของบ้านให้ตายเสียก่อนทุกอย่างก็จะง่าย!
การฆ่าคนไม่ว่าด้วยวิธีใด จะใช้อาวุธหรือไม่ใช้อาวุธ “ทำไม่ได้” มีโทษหนัก จุดประสงค์หนึ่งกฎหมายอาญาจึงมุ่งคุ้มครอง “ชีวิต” ไม่ให้ถูกประทุษร้าย
ถ้ามีภัยจากการถูกประทุษร้าย ทุกคนสามารถใช้สิทธิโดยชอบด้วยกฎหมาย กระทำเพื่อป้องกันตัวเอง ตามที่มาตรา 68 กฎหมายอาญา บัญญัติว่า
“ผู้ใดจำต้องกระทำการใด เพื่อป้องกันสิทธิของตนเองหรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตราย ซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด”
แม้ระบบกล่าวหาจะเริ่มขึ้นเมื่อถูกพนักงานสอบสวนกล่าวหา แต่จากการกระทำแบบเดียวกัน “ผู้กระทำ” อาจทำด้วยเหตุผลหรือพฤติการณ์แตกต่างกันต้องพิจารณาที่ “เจตนา” ของการกระทำ
การใช้สิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายพอสมควรแก่เหตุ เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นความผิดเลยนี้เรียกว่า “เหตุยกเว้นความรับผิด”
แต่ในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอันเนื่องมาจากนายอนุทินออกมาพูดว่า “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” นี้ เจ้าของบ้านจำเป็นต้องฝึกยิงให้แม่นไว้ อย่าขี้ตกใจลั่นกระสุนปึงปังจนกลาย “เกินกว่าเหตุ”
ตรรกะเกี่ยวกับปืนทั้งหลายของนายอนุทินตามที่พูดต่อสาธารณะแบบไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ไม่รู้แพะแกะช้างม้าวัวควายนั้นจึงอนุมานได้ว่า “อนุทินไม่รู้”
ปัญหาปึงปังเกิดขึ้นแท้จริงแล้วไม่ได้มาจาก “ปืน” แต่เป็นปัญหาของ “คน”
คนหนึ่ง – มีอำนาจหน้าที่และได้ประโยชน์จากการใช้ “อำนาจรัฐ” ตลอดมา
คนหนึ่ง – ได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นสุจริตชน มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง แต่ไม่มีวุฒิภาวะและคุณธรรมเพียงพอ จึงเป็นคนส่วนน้อยที่สร้างปัญหาจนทำให้นายกรัฐมนตรีลนลานเหมือนคนตื่นไฟ
อีกคนหนึ่ง – คือโจร
โจรจริงๆ ใช้ปืนเถื่อนกระทำความผิด ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยใบอนุญาตให้มีปืน หรือใบอนุญาตพกปืน
คนที่เดือดร้อนคือคนส่วนใหญ่ที่ซื้อปืนเอามาเก็บไว้กับบ้าน ซึ่งวันดีคืนดีก็มี “หนูไม่รู้” มาบอกว่า อย่าใช้ปืนยิงคนร้ายเข้าบ้านนะ “ผิด”!?!!!
