bg-single

เหยี่ยวถลาลม | หนูไม่รู้

21.08.2026

ตรรกะที่ 1

“ไม่มีใบพกอีกแล้วในประเทศไทย” นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีที่ควบเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เจื้อยแจ้วมาดเท่อีกครั้งหนึ่งแล้ว

แต่ทำไมคนยังพกปืนไปยิงกันตาย!

วันก่อนเด็กนักเรียนวัย 14 ยิงปู่ย่าเสียชีวิตคาบ้าน ซ้ำยังเย็นชาพกปืนไปไล่ยิงครูที่โรงเรียน ก่อนที่จะจบชีวิตลงด้วยการ “อัตวินิบาตกรรม” รวมเบ็ดเสร็จ 7 ศพ ถัดมาอีกไม่กี่วัน “ฉลอง เรี่ยวแรง” อดีต ส.ส.นนทบุรี พกปืนที่ครอบครองอย่างถูกกฎหมายไปยิง “นายก อบจ.นนทบุรี” เสียชีวิตคารถยนต์ หน้าที่ทำการฯ

ถึงจะไม่อนุญาตให้พกปืนก็ช่วยอะไรไม่ได้จริงๆ

ความจริงแล้วไม่มีรัฐใดในโลกที่จะคุ้มครองให้ความปลอดภัยแก่ชีวิตและทรัพย์สินได้ทั่วถึงและทันการณ์ บางรัฐจึงใช้วิธีเกลือจิ้มเกลือด้วยการอนุญาตให้ประชาชนพกพาอย่างเปิดเผย ห้ามปกปิดซุกซ่อน ใครเห็นจึงครั่นคร้ามในความตายที่เท่าเทียมกัน

ส่วนประเทศไทย นายกรัฐมนตรียกเลิก “ใบพก” ทั้งยังเตือนไปยังบรรดาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วยว่า ไม่ว่าใครก็ตาม ไม่ใช่เฉพาะแต่ ส.ส. ถ้าเกิดมีเรื่องถูกตรวจค้นอาวุธปืนขึ้นมาพบผิดกฎหมายจะถูกตีความเป็นเรื่องผิดจริยธรรมไปด้วย จะถูกห้ามลงเลือกตั้ง ห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมือง และจะหมดอนาคต

ไม่ต้องห่วง “ขาใหญ่” เอาตัวรอดได้

ที่ “หนาว” คือคนหาเช้าวันนี้แต่กินเมื่อวาน ซึ่งชีวิตต้องขวนขวาย ถึงคราวต้องวางแผนชีวิตใหม่เพื่อให้ชีวิตปลอดภัยจากโจรผู้ร้าย หลีกเลี่ยงการเดินทางไปค้าขายหรือทำธุระด้วยรถยนต์ในที่ไกลที่เปลี่ยวที่ผ่านป่าเขาหรือทุ่งเวิ้งว้างยามวิกาล

ตรรกะที่ 2

“ในเมืองไทยตอนนี้มีปืนเป็นสิบล้านกระบอก ไม่ไหว ประชากรมีเจ็ดสิบล้านคนเอง”

ประโยคนี้นายกฯ อนุทินตั้งใจจะบอกว่า คนไทย 70 ล้านคนกับจำนวนอาวุธที่ได้รับอนุญาต 10 ล้านกระบอก เทียบแล้ว “ทุกๆ 7 คนมีอาวุธปืน 1 กระบอก”

ความจริงแล้วเทียบวัดแบบนั้นไม่ได้

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยอมรับว่า มีอาวุธปืนในครอบครอง 12 กระบอก

นาย ก. นาย ข. นาย ค. นาย…

ตั้งแต่ชนชั้นกลางจนถึงชนชั้นสูงลิ่ว ตั้งแต่พอมีอันจะกินจนถึงขั้นเหลือกินเหลือใช้ล้นพ้น ตลอดจนเจ้าหน้าที่รัฐ ข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ นักกีฬายิงปืน คนรักปืนชอบสะสมปืน ต่างก็มีอาวุธปืนถูกกฎหมายครอบครองกันคนละ 1-2 กระบอก ไปจนถึงหลายสิบหลายร้อยกระบอก

ปืนถูกกฎหมาย 10 ล้านกระบอก จึงไม่ได้มีความสัมพันธ์อันใดกับ “แนวโน้ม” การก่ออาชญากรรมด้วย “อาวุธปืน”

แล้วตัวเลขนั้นบอกอะไรได้บ้าง

ถ้าจะบอกได้ก็คือว่า ในเวลาหลายปีที่ต่อเนื่องกันมา ต้องมี “ใครบางคน” ในกระทรวงมหาดไทยได้ประโยชน์มหาศาลจาก “ใบ ป.5” หรือใบโควต้าปืน ซึ่งเป็นใบอนุญาตให้ประกอบการค้าอาวุธปืนอย่างถูกกฎหมาย

แต่ผู้มีอาวุธปืนถูกกฎหมายนั้นคงไม่มีใครเพี้ยนพกพาเอาปืนสวยๆ งามๆ ออกไปยิงคน

(ยกเว้นนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต ส.ส.นนทบุรีสักคนที่ก่อคดีฆ่าคนตายโดยเจตนา)

ตรรกะที่ 3

“ยิงโจรในบ้านก็ผิด”

อนุทินเรียนจบอะไรมาไม่เป็นไร แต่ก่อนจะพูดสิ่งใดออกสู่สาธารณะควรได้รับ “คำปรึกษา” ตรวจทาน และวางแผนจากทีมงาน

ถ้ายิงโจรในบ้านยังผิด สุจริตชนคนทั่วไปทั้งประเทศก็ “เสียว”!

แต่ “โจร” ยิ้มเยาะเพราะใช้ “ปืนเถื่อน” และมีความโชกโชนไม่พรั่นพรึงคุกตะราง ดังนั้น เมื่อเบอร์ 1 ของประเทศประกาศ “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” โจรจะบรรลุภารกิจสะดวกขึ้น

ยิงเจ้าของบ้านให้ตายเสียก่อนทุกอย่างก็จะง่าย!

การฆ่าคนไม่ว่าด้วยวิธีใด จะใช้อาวุธหรือไม่ใช้อาวุธ “ทำไม่ได้” มีโทษหนัก จุดประสงค์หนึ่งกฎหมายอาญาจึงมุ่งคุ้มครอง “ชีวิต” ไม่ให้ถูกประทุษร้าย

ถ้ามีภัยจากการถูกประทุษร้าย ทุกคนสามารถใช้สิทธิโดยชอบด้วยกฎหมาย กระทำเพื่อป้องกันตัวเอง ตามที่มาตรา 68 กฎหมายอาญา บัญญัติว่า

“ผู้ใดจำต้องกระทำการใด เพื่อป้องกันสิทธิของตนเองหรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตราย ซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด”

แม้ระบบกล่าวหาจะเริ่มขึ้นเมื่อถูกพนักงานสอบสวนกล่าวหา แต่จากการกระทำแบบเดียวกัน “ผู้กระทำ” อาจทำด้วยเหตุผลหรือพฤติการณ์แตกต่างกันต้องพิจารณาที่ “เจตนา” ของการกระทำ

การใช้สิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายพอสมควรแก่เหตุ เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นความผิดเลยนี้เรียกว่า “เหตุยกเว้นความรับผิด”

แต่ในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอันเนื่องมาจากนายอนุทินออกมาพูดว่า “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” นี้ เจ้าของบ้านจำเป็นต้องฝึกยิงให้แม่นไว้ อย่าขี้ตกใจลั่นกระสุนปึงปังจนกลาย “เกินกว่าเหตุ”

ตรรกะเกี่ยวกับปืนทั้งหลายของนายอนุทินตามที่พูดต่อสาธารณะแบบไม่รู้หัวนอนปลายเท้า ไม่รู้แพะแกะช้างม้าวัวควายนั้นจึงอนุมานได้ว่า “อนุทินไม่รู้”

ปัญหาปึงปังเกิดขึ้นแท้จริงแล้วไม่ได้มาจาก “ปืน” แต่เป็นปัญหาของ “คน”

คนหนึ่ง – มีอำนาจหน้าที่และได้ประโยชน์จากการใช้ “อำนาจรัฐ” ตลอดมา

คนหนึ่ง – ได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นสุจริตชน มีอาวุธปืนไว้ในครอบครอง แต่ไม่มีวุฒิภาวะและคุณธรรมเพียงพอ จึงเป็นคนส่วนน้อยที่สร้างปัญหาจนทำให้นายกรัฐมนตรีลนลานเหมือนคนตื่นไฟ

อีกคนหนึ่ง – คือโจร

โจรจริงๆ ใช้ปืนเถื่อนกระทำความผิด ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยใบอนุญาตให้มีปืน หรือใบอนุญาตพกปืน

คนที่เดือดร้อนคือคนส่วนใหญ่ที่ซื้อปืนเอามาเก็บไว้กับบ้าน ซึ่งวันดีคืนดีก็มี “หนูไม่รู้” มาบอกว่า อย่าใช้ปืนยิงคนร้ายเข้าบ้านนะ “ผิด”!?!!!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เหยี่ยวถลาลม | หนูไม่รู้
50 ปี 6 ตุลาฯ | สุรชาติ บำรุงสุข
บททดสอบสุดท้าย’บิ๊กต่าย’ ระบบตั๋วปะทะระบบคุณธรรม ระวังคลื่นลูกใหญ่ใน ก.พ.ค.ตร.
การกลับมาโสดอีกครั้งของ ปันปัน สุทัตตา
ออสเตรเลีย ยกระดับคุมปืน รับซื้ออาวุธปืนคืนจากประชาชน
เส้นทางความรัก นก อุษณีย์ จนถึงวัน ขอ ‘ม่วย’ แต่งงาน
แนวคิดของมาเคียเวลลีเรื่องการตบตีเทพีแห่งโชค
MatiTalk รมช.คมนาคม โต้ง สิริพงศ์ ว่าด้วย KPI กำแพง อุปสรรค และสิ่งที่ไม่คาดฝัน
ธงทอง จันทรางศุ | ‘ช่องว่าง’ ในครอบครัว
เจาะปมสังหาร ‘นายกฯ เด’ เลือดล้างสัมพันธ์เก่าแก่ อดีต ส.ส.ฉลอง-อ้างหนี้ แต่เบื้องลึกพลิกอีกมุม!
ศ.สุชาติ ชี้แก้คอร์รัปชันไทย ต้องเริ่มจากผู้นำที่สะอาด ใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม
E-DUANG | จังหวะภาพ ทักษิณ ชินวัตร ชุมนุม มังกร ทาง การเมือง