เจาะปมสังหาร ‘นายกฯ เด’ เลือดล้างสัมพันธ์เก่าแก่ อดีต ส.ส.ฉลอง-อ้างหนี้ แต่เบื้องลึกพลิกอีกมุม!
คอลัมน์ อาชญากรรม : อาชญา ข่าวสด
ลานจอดรถ อบจ.นนทบุรี กลายเป็นฉากสังหารสะเทือนขวัญ
เมื่อนักการเมืองรุ่นใหญ่ตัดสินใจลั่นไกจ่อยิงนายก อบจ. มิตรสหายที่คุ้นเคยกันมานานหลายสิบปีจนสิ้นใจ
คำอ้างเรื่อง “ทวงหนี้ 11 ล้านบาท” และคำให้การหลายอย่างที่ขัดแย้งกับความเป็นจริง กำลังทิ้งเงื่อนงำชวนสงสัย
อะไรคือปมความแค้นที่ซ่อนอยู่ใต้เงาความสัมพันธ์?
สิบโมงเช้าเศษวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2569 เหตุการณ์อุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญได้บังเกิดขึ้นภายในบริเวณลานจอดรถข้างสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี (อบจ.นนทบุรี) ภายในศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรี ถนนรัตนาธิเบศร์
เมื่อนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรีหลายสมัย ก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด 9 มิลลิเมตร จ่อยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ หรือนายกฯ เด นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ขณะกำลังขึ้นรถยนต์ประจำตำแหน่งเพื่อเดินทางไปปฏิบัติภารกิจภายนอก
ภาพจากกล้องวงจรปิดบันทึกวินาทีสังหารไว้ได้ชัดเจน นายยอดคนขับรถประจำตัว เดินนำหน้า พ.ต.อ.ธงชัย ลงมาจากอาคารเพื่อเปิดประตูรถยนต์อเนกประสงค์วอลโว่ หมายเลขทะเบียน กษ 88 นนทบุรี โดย พ.ต.อ.ธงชัยก้าวขึ้นนั่งประจำที่นั่งด้านหน้าคู่กับคนขับ
ในขณะเดียวกัน นายฉลองเดินตามมาทางด้านหลังโดยซ่อนอาวุธปืนไว้ในมือขวา ก่อนจะตรงเข้าเคาะกระจกรถ เมื่อ พ.ต.อ.ธงชัย ลดกระจกลงเพื่อพูดคุย นายฉลองได้ชักอาวุธปืนขึ้นมาจ่อ
พ.ต.อ.ธงชัยพยายามยกมือซ้ายปัดป้องพร้อมกล่าวคำห้ามปราม
แต่นายฉลองกลับลั่นไกลั่นปืนใส่ในระยะกระชั้นชิด
คมกระสุนเจาะเข้าที่บริเวณลำคอซึ่งเป็นจุดสำคัญตัดหลอดเลือดแดงใหญ่ ส่งผลให้ พ.ต.อ.ธงชัยบาดเจ็บสาหัสและเสียเลือดมาก
นอกจากนี้ กระสุนยังพลาดไปถูกข้อมือขวาของนายยอดคนขับรถ จนได้รับบาดเจ็บด้วยเช่นกัน
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลนครนนทบุรีเข้าปั๊มหัวใจและเร่งนำตัว พ.ต.อ.ธงชัยและคนขับรถส่งโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าเป็นการด่วน
คณะแพทย์พยายามรักษายกใหญ่ ให้เลือดมากกว่า 20 ถุง แต่เนื่องจากบาดแผลฉกรรจ์และการเสียเลือดปริมาณมาก สุดท้าย พ.ต.อ.ธงชัยก็สิ้นลมหายใจ
หลังก่อเหตุ นายฉลองเดินหลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุ แล้วเรียกรถจักรยานยนต์รับจ้างเดินทางออกจากศูนย์ราชการ
แต่ระหว่างแล่นผ่านหน้า สภ.รัตนาธิเบศร์ ตำรวจที่เพิ่งรับแจ้งเหตุร้ายกำลังรุดออกจากโรงพักเห็นเข้าพอดี จึงรีบตามไปสกัดรถจักรยานยนต์รับจ้าง บริเวณหน้าศูนย์จำหน่ายรถยนต์ที่อยู่ห่างไป 200 เมตร พร้อมอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ

ก่อนนำตัวมาสอบสวนเครียดโดยมี พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และนายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ร่วมตรวจสอบการสอบปากคำ
นายฉลองให้การอ้างว่าตนไม่ได้คิดจะหลบหนี แต่เรียกรถจักรยานยนต์รับจ้างให้มาส่งที่โรงพักเพื่อขอเข้ามอบตัว ส่วนแรงจูงใจมาจากเรื่องทวงหนี้ 11 ล้านบาท และถูกปฏิเสธจนเกิดการปะทะอารมณ์
แต่ข้ออ้างดังกล่าวกลับขัดแย้งกับคำให้การของจักรยานยนต์รับจ้างที่ถูกตำรวจนำตัวมาสอบปากคำนานเกือบ 6 ชั่วโมง
ผู้ขับขี่ระบุว่า นายฉลองไม่ได้บอกให้ไปส่งที่โรงพักแต่อย่างใด แต่จุดหมายปลายทางที่ระบุอยู่ที่วัดบางแพรกใต้ ที่อยู่ห่างไปเกือบ 10 กิโลเมตร
นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังให้การว่า ตลอดทางนายฉลองยกโทรศัพท์พูดคุยอยู่ตลอดเวลาโดยไม่มีอาการสำนึกผิด จนกระทั่งถูกตำรวจขับรถเข้าประกบจอด ทำให้ตนตกใจมากเพราะไม่ทราบมาก่อนว่าผู้โดยสารซ้อนท้ายเพิ่งก่อเหตุยิงคนตายมา
ต่อมาในช่วงเย็นวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนและหน่วยปฏิบัติการพิเศษควบคุมตัวนายฉลองไปตรวจค้นบ้านพักในซอยวัดบางแพรกใต้ ตำบลสวนใหญ่ เพื่อค้นหาเอกสารสัญญากู้ยืมเงินและพยานหลักฐาน พบเครื่องกระสุนปืนขนาด 11 มิลลิเมตร จำนวน 40 นัด และขนาด 9 มิลลิเมตร จำนวน 18 นัด
ส่วนปืน 9 กระบอกที่เคยจดทะเบียนไว้ นายฉลองอ้างว่าขายโอนลอยออกไปหมดแล้ว เหลือเพียงกระบอกที่ใช้ก่อเหตุเท่านั้น
พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเร่งด่วน โดย พ.ต.อ.พฤฒ จำรูญศาสน์ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ ระบุว่า พิจารณาพฤติการณ์ของผู้ก่อเหตุที่พกพาอาวุธปืนซึ่งมีทะเบียนถูกต้องของตนเองเข้ามายังสถานที่ราชการและดักรอพบผู้เสียชีวิต จึงมีความเห็นสั่งฟ้องในข้อหาหนัก คือ “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและโดยไตร่ตรองไว้ก่อน” พร้อมข้อหาพยายามฆ่า และความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ
เนื่องจาก พ.ต.อ.ธงชัยเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพรักของผู้คนในจังหวัดนนทบุรี พ.ต.อ.ศุภชัย ศรีศักดิ์ ผกก.สส.บก.ภ.จว.นนทบุรี จึงสั่งการให้จัดกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษ (S.W.A.T.) พร้อมอาวุธครบมือกว่า 20 นาย ตรวจตราคุ้มกันบริเวณหน้าห้องขัง สภ.รัตนาธิเบศร์ตลอดทั้งคืน
เพื่อป้องกันเหตุล้างแค้นอันอาจจะเกิดขึ้น โดยอนุญาตให้เพียงทนายความเท่านั้นที่เป็นผู้จัดหาอาหารและน้ำดื่มให้แก่ผู้ต้องหา
เช้าวันที่ 11 สิงหาคม เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนายฉลองที่มีสีหน้าเครียดขึ้นรถกระบะกันกระสุนนำขบวนส่งฝากขังยังศาลจังหวัดนนทบุรี
ทั้งนี้ ก่อนการเคลื่อนย้าย เจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้เดินทางมาเปรียบเทียบปรับนายฉลองเป็นเงิน 5,000 บาท ในข้อหาสูบบุหรี่ในสถานที่ราชการตามที่มีภาพปรากฏ และปรับ สภ.รัตนาธิเบศร์ ในฐานะสถานที่ราชการอีก 3,000 บาท รวมเป็นเงิน 8,000 บาท
ในชั้นศาล พนักงานสอบสวนยื่นคำร้องคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ มีอัตราโทษสูงถึงขั้นประหารชีวิต
ศาลจังหวัดนนทบุรีพิจารณาแล้วเห็นว่า พฤติการณ์แห่งคดีมีความร้ายแรงและอุกอาจ หากปล่อยชั่วคราวเกรงว่าจะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จึงมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว
ออกหมายขังส่งตัวนายฉลองเข้าเรือนจำทันที
แม้ผู้ต้องหาจะกล่าวอ้างว่าชนวนเหตุมาจากหนี้สิน 11 ล้านบาท แต่จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่และคำบอกเล่าของบุคคลในแวดวงการเมืองท้องถิ่น กลับให้ข้อมูลไปในทางตรงกันข้าม
กลุ่มเพื่อนสนิทและสมาชิกสภา อบจ.นนทบุรี ยืนยันว่า พ.ต.อ.ธงชัยมีฐานะทางการเงินที่มั่นคงและไม่มีปัญหาหนี้สิน
ขณะที่นายฉลองสูญเสียบทบาททางการเมืองและประสบปัญหาทางการเงินอย่างหนักในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และมีเพียง พ.ต.อ.ธงชัยที่คอยให้ความช่วยเหลือมอบเงินประคับประคองครั้งละหลายหมื่นถึงหลักแสนบาทมาโดยตลอด
แต่นายฉลองมาขอความช่วยเหลือบ่อยครั้งเกินไป
ระยะหลังเลยเริ่มพยายามเว้นระยะห่าง
ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับคำให้การของนายยอดคนขับรถประจำตัว พ.ต.อ.ธงชัย ซึ่งได้รับบาดเจ็บและอาการดีขึ้นจนพนักงานสอบสวนสามารถเข้าสอบปากคำได้
นายยอดยืนยันว่า เรื่องเงิน 11 ล้านบาทนั้นเป็นเรื่องเก่าสมัยที่ พ.ต.อ.ธงชัยเคยหยิบยืมมาทำธุรกิจหมู่บ้านจัดสรร แต่ชำระคืนพร้อมดอกเบี้ยรวมเกือบ 15 ล้านบาทไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ในอดีต
ซ้ำ พ.ต.อ.ธงชัยยังเคยยื่นมือช่วยเหลือนำเงินไปช่วยไถ่ถอนบ้านพักที่นายฉลองแอบภรรยานำไปจำนองขายฝากไว้จนบ้านเกือบหลุดจำนอง
โดยนายฉลองแวะเวียนมาหยิบยืมเงินทองบ่อยจนน่ารำคาญ ถึงขนาด พ.ต.อ.ธงชัยเคยบ่นว่า เหมือนใช้หนี้บุญคุณฉลองไม่จบเลย
นายยอดเล่านาทีก่อนเกิดเหตุว่า ก่อนเกิดเหตุนายฉลองไปรอพบ พ.ต.อ.ธงชัยที่หน้าห้องทำงานราว 20 นาที และได้พูดคุยกันสั้นๆ ก่อนที่ พ.ต.อ.ธงชัยจะเดินนำลงมาขึ้นรถ
ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น เพราะทั้งสองฝ่ายรู้จักมักคุ้นกันมานานหลายสิบปี
ประโยคสุดท้ายที่ พ.ต.อ.ธงชัยพูดกับนายฉลองขณะเห็นปืนคือ “อย่าทำอย่างนี้” ก่อนที่จะถูกยิงเสียชีวิต
ส่วนข้อกล่าวอ้างที่ว่าตนชักปืนก่อนนั้น นายยอดยืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะไม่ได้พกอาวุธและทำได้เพียงวิ่งหนีเอาชีวิตรอดไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ อส.
คดีนี้นับเป็นโศกนาฏกรรมทางอาชญากรรมที่ปิดฉากความสัมพันธ์อันยาวนานของสองนักการเมืองชื่อดังแห่งเมืองนนทบุรี
เสียงปืนในเช้าวันนั้น ไม่เพียงปิดฉากชีวิตของนายกฯ เด แต่ยังดับมิตรภาพหลายสิบปีลงทันที
ปมหนี้สินและคำกล่าวอ้างของผู้ต้องหาอาจถูกคลี่คลายในชั้นศาล
ทว่า สิ่งที่เหลือไว้ตรงจุดเริ่มต้น มีเพียงความสูญเสียและบทเรียนราคาแพงของการตอบแทนผู้มีพระคุณด้วยคมกระสุน
