E-DUANG
แต่ละภาพในการปรากฏตัวของ ทักษิณ ชินวัตร มีความหมาย มีบทบาทเป็นอย่างสูงในทางการเมือง
ไม่ว่าเมื่อเดินทางไป”ต่างประเทศ”
ไม่ว่าเมื่อเดินทางไปร่วมในงานศพ ไม่ว่าเมื่อรับเชิญในการปาฐถาแสงความเห็น
ก็ดูผลสะเทือนจาก”อุบลราชธานี”นั่นปะไร
การนั่งเรียงอยู่เคียงระหว่าง ทักษิณ ชินวัตร กับ อนุทิน ชาญวีรกูล ก็ทรงความหมายยิ่งแล้ว
ยัง อนุทิน ชาญวีรกูล เข้าไปกราบแนบตักอีก
อย่าว่าแต่การพบกับบุคคลบางคนเลย แม้กระทั่งแทบไม่มีวงจรได้เข้าไปอยู่ในเทศะเดียวกัน
ก็ยังเป็นข่าวอึกทึกถึงขั้น”โมนาโค โมเดล”
ดังนั้น การปล่อยภาพ ทักษิณ ชินวัตร ยืนถ่ายร่วมกับคนสำคัญจำนวนหนึ่งแห่งพรรคเพื่อไทยอันปล่อยออกมาโดย ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ จึงเกิดคำถาม
กลายเป็นความร้อนแรงหนึ่งในทางการเมือง
ภาพนั้นเป็นการยืนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันแวดล้อมร่าง ทักษิณ ชินวัตร โดย
1 ภูมิธรรม เวชยชัย
1 นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช 1 นพ.สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี และ 1 ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ
ไม่ถึงระดับ”ชุมนุมมังกร”แต่โดยนัยนั้น”ซ่อนพยัคฆ์”
ลำพังมีภาพ ภูมิธรรม เวชยชัย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช นพ.สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี ก็ร้อนอยู่แล้ว
เมื่อมีภาพ ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ยิ่งแรงอย่างชนิดแรงส์
รู้กันอยู่ว่ารากฐานเดิมของ ภูมิธรรม เวชยชัย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช นพ.สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี เป็นอย่างไร
เมื่อมี ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ เข้ามาอีก
จึงไม่เพียงประสานความจัดเจนของเดือนตุลาคม 2516 เดือนตุลาคม 2519 หากแต่ยังประสานเข้ากับเดือนเมษายน พฤษ ภาคม 2553 เข้ามาอีก
คำถามก็คือ ทำไมต้องเป็น ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ
เมื่อเห็น ภูมิธรรม เวชยชัย เห็น นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เห็น นพ.สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี
1 เกิดนัยประหวัดถึงพรรคไทยรักไทย
ตระหนักในแรงบันดาลใจอันส่งมอบระหว่างพรรคไทยรักไทยมายังพรรคเพื่อไทย
แล้วกลิ่นอายแห่ง CARE คิด เคลื่อน ไทย ก็ปรากฏ
ขณะเดียวกัน 1 เกิดนัยประหวัดมายังการตัดสินใจในเดือนสิงหาคม 2566 ของพรรคเพื่อไทย อันไม่เพียงทำให้ ทักษิณ ชินวัตร ได้กลับบ้าน
หากแต่พรรคเพื่อไทยยังอยู่ในสถานะอันเป็นคนจัดรัฐบาล
แม้จะตามมาด้วยเหตุการณ์เดือนสิงหาคม 2567 เหตุการณ์ เดือนสิงหาคม 2568 และเหตุการณ์เดือนกันยายน 2568 อันมากด้วยความผันผวน
แต่พรรคเพื่อไทยก็ได้โอกาสหลังเดือนกุมภาพันธ์ 2569
สถานการณ์ของพรรคเพื่อไทยหลังเดือนกุมภาพันธ์ 2569 อาจต่างจากอดีต
ไม่ว่าอดีตแห่งยุคพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน
ไม่ว่าอดีตเมื่อเดือนมกราคม 2544 เดือนกุมภาพันธ์ 2548 หรือเดือนกรกฎาคม 2554
แต่พรรคเพื่อไทยก็ยังมี 74 ส.ส.อยู่ในมือ
