bg-single

MatiTalk รมช.คมนาคม โต้ง สิริพงศ์ ว่าด้วย KPI กำแพง อุปสรรค และสิ่งที่ไม่คาดฝัน

21.08.2026

“ผมก็สายบู๊นะ แล้วก็สายเหยี่ยว ฟาดมาฟาดกลับ แต่ว่าการจะฟาด มันก็ต้องดูเวที สายบู๊ก็ไม่ได้แปลว่าต้องสู้ทุกเวที บางเวทีเราก็เลือกที่จะเปลี่ยนกลยุทธ์บ้าง แต่ผมก็มองว่าผมสายบู๊ แต่จริงๆ ผมถนัดสายบุ๊น แต่พอะเวลาทำงานมันก็อดจะบู๊ไม่ได้ทุกที” รมช.โต้ง สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดใจกับมติชนสุดสัปดาห์ ผ่านรายการ MatiTalk ถึงแนวทางการทำงานที่ผ่านมา

การได้เป็นรัฐมนตรีถือว่า เป็นหนึ่งในความฝัน ?

รมช.สิริพงศ์ ระบุว่า “ผมก็เป็นคนที่คิดว่า พอวันที่เราตัดสินใจเข้ามาทำการเมือง ก็เคยคิดเอาไว้ครับว่าสุดท้ายแล้ว เราจะไปจบที่ตรงไหน สิ่งที่ผมเคยหวังไว้ตั้งแต่วันแรกที่มาเป็นนักการเมือง ก็คือการมาเป็นฝ่ายบริหาร ฉะนั้นวันนึงพอได้เป็นฝ่ายบริหารถามว่าเกินจากความคาดหมายหรือไม่ ก็คงไม่ได้ไม่ได้เกินจากความคาดหมาย แต่นั่นมันก็พิสูจน์ให้เห็นว่าการที่เราพยายามทำงานในสิ่งต่างๆที่ผ่านมาในทุกบทบาทหน้าที่ ที่เราได้มีโอกาสทำ มันพิสูจน์ให้เห็นว่าในเรื่องของการเมืองมันไม่ได้หมายถึงแค่ต้องเป็นคนที่มีทุน หรือต้องเป็นคนที่มีเครือข่ายมากมายต่างๆ นานา แต่ถ้าเรามีความตั้งใจ เรามีความพยายาม แล้วเราพยายามที่จะเรียนรู้พัฒนาตนเอง มันก็เป็นอีกช่องทางนึง ที่มันเปิดกว้างให้แต่ละคนได้มีโอกาสในการทำงาน”

ตั้งแต่มารับตำแหน่งมีเคสมากมายที่ไม่คาดฝัน ทั้ง รถไฟชนรถเมล์ ถนนยุบ(หลายหน) ดราม่าที่สนามบิน

คือจริงๆ การรับมือกับเรื่องที่ไม่คาดฝัน ผมก็ได้เรียนรู้ที่จะรับมือ ตั้งแต่ตอนที่เป็นโฆษกรัฐบาลแล้ว ตอนเราเป็นโฆษกอยู่ดีๆก็จะมีเรื่องนู้นเรื่องนี้เรื่องนั้นเข้ามา แล้วตอนนั้นเราเองไม่ได้กำกับดูแลหน่วยต่าง ๆ โดยตรง ก็จะมีหน้าที่สื่อสารทำความเข้าใจให้กับประชาชนทราบ แต่พอมาอยู่กระทรวงคมนาคม พอมันเป็นหน่วยงานที่เรากำกับดูแลแล้วบังเอิญว่ามันจะมีบางเรื่องที่มันจำเป็นจะต้องติดต่อกับส่วนราชการเยอะมาก แล้วเวลามีเหตุแบบนี้มันไม่มี Single Command เช่นตอนรถไฟชนรถรถเมล์ ทุกคนมีหน้าที่ในการดำเนินการของเขา กู้ภัยต้องทำยังไง กทม.ต้องทำยังไง รถไฟต้องทำยังไงรถเมล์ต้องทำยังไง  พอเราเข้าไปพื้นที่ สิ่งนึงที่เราทำได้คือการบริหารจัดการสถานการณ์ รถไฟคุณจะต้องเคลื่อนขบวนออกก่อน แล้วต้องซ่อมราง แต่จะต้องเอารถเมล์ไปเก็บไว้ในอีกที่นึงเพื่อให้บริษัทประกันมาดู  หรือแม้แต่กรณีถนนยุบบางคนบอกมันเป็นเรื่องของวิศวกร แต่มันคงไม่ใช่ทั้งหมดเ พราะวิศวกรเขาก็รับผิดชอบเฉพาะหน้างานเขา แต่เวลาที่มันเกิดขึ้นในความเป็นจริงคือมันเกี่ยวกับทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมันเกี่ยวกับทั้งกทม.มันเกี่ยวกับทั้งเรื่องของโยธามันเกี่ยวกับทั้งปภ.แล้วใครล่ะที่จะเป็นคนที่บัญชาการทั้งหมดได้ เราก็ต้องมีการพูดคุยรับนโยบายท่านนายกฯ ท่านให้ Safety First จะต้องทำยังไง ก็ต้องคุยกับตำรวจ วางแผนให้จราจร ในขณะที่ต้องปิดถนน100%แก้หน้างานให้ได้ทันที อะไรแบบนี้เป็นต้น ถือว่ามันท้าทายทุกเรื่องแล้วมันก็ได้ฝึกประสบการณ์ที่ผ่านมาใน2-3เรื่องที่ผมได้มีโอกาสเข้าหน้างาน ผมคิดว่าเราก็แก้ปัญหาได้ดีในระดับหนึ่งเลย

ก็ถือว่าเป็นงานที่ท้าทาย แต่คือประเทศไทยเราใช้คำว่าถอดบทเรียนเยอะมากเวลามีเหตุ ก็ถอดบทเรียน ๆ ๆ วันนี้สิ่งที่กำลังพยายามทำอยู่ก็คือเอาบทเรียนที่มันมีมาในอดีตมาอุดดูรั่ว ซึ่งเวลาทำงานจริงๆมันก็ตอบไม่ได้หรอกเหมือนเราสร้างบ้านบางครั้งหลังคารั่วทั้งที่เราก็ว่าเราอุดแล้วนะ แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันอาจจะมีรั่วที่อื่นอีก เราก็ต้องทำระบบเผื่อเอาไว้ แล้ววิธีป้องกันน้ำรั่วมันก็มีหลายวิธีมาก ก็อยู่ที่งบประมาณ ผมได้เรียนรู้ว่าวิธีคิดของเราคือเราบางเรื่องมันอาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องใช้งบประมาณทั้งหมด แต่มันอาจจะเริ่มต้นจากการบริหารจัดการก่อนการ เข้มงวดกับกระบวนการในการดำเนินการก่อน แล้วลงรายละเอียดในเนื้องานก่อนมันก็อาจจะช่วยแก้ปัญหาได้เหมือนกัน

อุปสรรคในการทำงานที่เราพบเจอ

คือกระทรวงคมนาคม ปัญหาที่เจอกับเยอะที่สุด คือความประมาทของคน ความมักง่าย ความไม่ระวัง ความที่คิดว่ามันเป็นเรื่องปกติ ความที่หย่อนยานในเรื่องกฎระเบียบ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่ามันเป็นปัญหาใหญ่มากๆเลย ตอนที่ผมเคยไปเรียนที่ต่างประเทศ เวลาเจอตำรวจเรียกทีนึง ผมจะกลัวมากเลยเพราะการที่โดนตำรวจเรียกบางกรณีต้องไปจบที่ศาล  เช่น กรณีขับรถเร็วกว่ากำหนด คือกฎหมายที่เขาบังคับใช้รุนแรงมาก แต่สิ่งที่แลกกันคือทุกคนเคารพกฎจราจร  ไม่มีรถคันไหนเหยียบค่อมทางม้าลายเลย เขาบอกคาร์พูก็เคร่งครัดตามนั้น คือ2คนขึ้นไป ไม่มีคนเดียวแหลมเข้ามา ถ้าผิดมาก็โดนทันที เวลาเราเห็นกฎระเบียบที่มันเข้มข้น พอบังคับใช้ทุกอย่างก็จะเป็นไปตามมาตรฐา นแต่ของเราเหตุต่างๆที่เกิดขึ้นเกิดจากต้องทำมาหากิน หาเช้ากินค่ำไม่สะดวก เป็นอุปสรรค ความไม่ชิน ความไม่มีอะไรต่างๆ เหล่านี้ เราก็คิดว่าจริงๆถ้าเกิดว่าทำให้มันเป็นระบบ มันก็น่าจะดีกว่า ทั้งในเรื่องของความปลอดภัยและอื่น ๆ อีกมากมาย

หลายรัฐบาลพยายามจะชูเรื่องการลดค่าเดินทาง-ตั๋วร่วม จะได้เห็นจริง ๆ แล้ว ?

ตั๋วร่วม 17-45 บาท ภายในมกราคม 2570 เราจะได้เห็นแน่นอน คือตอนนี้ สิ่งที่กระทรวงคมนาคมโดย รมว.พิพัฒ์ กำลังขับเคลื่อนอยู่คือเราก็กำลังพยายามเร่งเครื่องเพื่อจะให้ตั๋วร่วม ที่จะชวยในเรื่องของการลดค่าครองชีพในเรื่องของรถไฟฟ้าทุกสายทุกสี ต่อเที่ยวเริ่มต้น17บาท แต่ไม่เกิน45บาท เดินทางเท่าไหร่ก็จ่ายเท่านั้น แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เกิน45บาท รัฐก็จะคืนส่วนต่างให้ โครงการนี้อาจจะเป็นลักษณะของปีต่อปีก่อน เนื่องจากว่าอาจจะมีรถไฟฟ้าบางสายที่จะหมดสัญญาในอีก2-3ปีข้างหน้า แล้วก็ค่อยมาว่ากัน แต่เราคิดว่าตอนนี้มันมีความจำเป็นที่จะต้องมาลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนแต่นโยบาย17-45ของเราอาจจะไม่ได้ถูกที่สุดนะครับ อาจจะมีบางนโยบายที่ถูกกว่านี้ แต่ผมคิดว่านโยบายนี้มันเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจสภาพการคลังสภาวะที่รัฐบาลท่านนายกฯอนุทิน เข้ามา ตอนนี้เราเป็นอนุทิน2ก็จริง แต่ว่าแต่ครั้งที่แล้วเราเข้ามาในตอนปลายปีงบประมาณ ก็เพิ่งจะมีครั้งนี้ที่เราได้ทำงบประมาณเองอย่างจริงจัง ซึ่งเราก็เป็นการจัดทำงบแบบฐานศูนย์ Zero Based Budding เราเข้ามาในสภาวะที่การเงินมันเต็มเพดานวงเงินกู้ เกือบจะทุกตัว มันมีข้อจำกัดเยอะมากประกอบกับสภาพเศรษฐกิจของโลกที่ไม่ดีด้วย ก็เป็นปัญหาที่จะต้องแก้ไขวันนี้เราก็เลยคิดว่านโยบาย17-45 ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ถูกที่สุด แต่มันเหมาะสมกับสถานการณ์ที่สุดและคนที่ได้ประโยชน์ก็คือประชาชน แล้วมันก็ไม่ใช่นโยบายที่มันจะเป็นภาระทางงบประมาณมากมายเพราะผมคิดว่าที่ผ่านมาประเทศเนี่ยเราบอบช้ำกับหลายนโยบายนะที่ใช้เงินในการจ่ายในการให้เปล่าโดยที่ไม่ได้ก่อให้เกิดผลิตภาพอะไรขึ้นมาเลย นโยบาย17-45 เราได้เห็นแน่ปี70 แล้วผมคิดว่าน่าจะเป็นนโยบายที่ถือว่าเป็นเรือธงแล้วก็เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจแบบนี้

นายกฯ บอกว่าจะวัด KPI เราตั้งเป้ากับแผนการทำงานของตัวเองอย่างไร ?

ผมเป็นคนทำงานประเภท enjoy success ส่วนตัวผมไม่ได้มีKPIอะไรหรอก ผมคิดแค่ว่าเวลาเราทำงาน เราอยากจะมีความสุขกับการทำงาน เราอยากจะทำงานให้มันสนุก การที่จะทำให้มันสนุกได้ด้วยสไตล์ผม ผมเป็นประเภทEnjoysuccessคือต่อให้ทำเรื่องเล็ก ๆ ถ้ามันสำเร็ จเราก็มีความสุข ฉะนั้น ผมก็จะตั้งเป้าเอาไว้เลยว่าทุกปัญหาที่ผ่านตาผม เราจะต้องแก้ให้ได้ในระยะเวลาที่เหมาะสม คือหมายความว่าบางเรื่องมันอาจจะต้องใช้เวลานาน บางเรื่องใช้เวลาไม่มาก ตามเวลาที่เหมาะสมผมก็จะเช็คลิสต์ไว้เลยว่าได้รับเรื่องร้องเรียน หรือมี สส.นั้นอภิปรายปัญหาต่าง ๆ เราแก้ให้จบหรือยัง ? ปัญหาเรื่องโครงสร้างที่มันจะต้องทำจะต้องมีการแก้ประกาศกระทรวงแก้กฎหมาย ผมเข้าใจว่าในหน่วยงานที่ผมกำกับดูแลน่าจะมีเรื่องที่อยู่ในระหว่างรับฟังความเห็น 10กว่าเรื่อง ที่เราคิดว่า มันจะแก้ได้ KPIของผมก็ไม่มีอะไรมาก แค่ทำงานให้มีความสุข ทำให้สนุก และการที่ผมจะสนุกกับการทำงานได้คือผมต้องแก้ปัญหาได้ครับ

กำแพงคืออะไร – ภูมิใจไทย กำลังต่อสู้อยู่อะไร ?

ผมคิดว่าแล้วแต่แล้วแต่คนจะมอง คือกำแพงที่อยู่ตรงหน้า บางคนเค้าก็บอกว่าเป็นอุปสรรค บางคนเขาก็บอกว่าเป็นเครื่องมือในการกั้นอาณาเขต บางคนเบอกว่าเป็นเครื่องป้องกัน ฉะนั้นกำแพงจะเป็นแบบไหน ผมคิดว่าแล้วแต่คนมอง

ส่วนภูมิใจไทย เราสู้กับตัวเองเลย เพราะครั้งนี้ภูมิใจไทยได้คะแนนเสียงเยอะที่สุดตั้งแต่มีพรรคมา เราเติบโตมาได้ ผมเชื่อว่าบนความคาดหวังนะ เพราะพรรคกระแสในโซเชียลน้อยมาก แต่พอคะแนนจริงในทางปฏิบัติ ถ้าเกิดว่าบอกว่าส.ส.เขต อาจจะมีข้อครหาต่างๆนานา แต่ดูคะแนนปารตี้ลิสต์ของภูมิใจไทยเราเยอะกว่าทุกครั้งที่เคยได้มานั่นหมายความว่าความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อพรรคภูมิใจไทยสูงขึ้นมากนะครับ ฉะนั้นสิ่งที่เราจะต้องต่อสู้เนี่ยเราต้องสู้กับตัวเองไม่ได้สู้กับใครเลย ทุกการกระทำของเราถ้ามันมีเหตุผลที่จะตอบสังคมได้ ผมคิดว่าสังคมเขาพร้อมจะรับฟัง แล้วทุกอย่างที่ทำถ้ามันเป็นประโยชน์กับประเทศ ผมคิดว่าประชาชนก็จะให้โอกาสเราอีกครับ

มีคนวิเคราะห์ว่ารัฐบาลอยู่ไม่ถึง 4 ปี ?

รมช.สิริพงศ์ ระบุว่า “นักวิเคราะห์ต่าง ๆ ไม่เคยบอกว่ารัฐบาลไหนจะอยู่ครบ4ปี อันนี้ธรรมดา ไม่เคยมีนักวิเคราะห์คนไหนที่วิเคราะห์ว่ารัฐบาลอยู่ครบเลย บางเรื่องก็วิเคราะห์ถูกบางเรื่องก็วิเคราะห์ผิด มันก็ดี สมมุติถ้าเค้าวิเคราะห์อะไรแล้วเราก็มาระวัง เราจะทำอะไรวางตัวยังไง มันเหมือนหมอดูทักอ่ะ ว่าจะเกิดเหตุ ทายแม่น-ไม่แม่นไม่รู้นะ แต่สิ่งนึงที่เราต้องทำคือระวังตัวมากขึ้น

ชมคลิป



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เส้นทางความรัก นก อุษณีย์ จนถึงวัน ขอ ‘ม่วย’ แต่งงาน
แนวคิดของมาเคียเวลลีเรื่องการตบตีเทพีแห่งโชค
MatiTalk รมช.คมนาคม โต้ง สิริพงศ์ ว่าด้วย KPI กำแพง อุปสรรค และสิ่งที่ไม่คาดฝัน
ธงทอง จันทรางศุ | ‘ช่องว่าง’ ในครอบครัว
เจาะปมสังหาร ‘นายกฯ เด’ เลือดล้างสัมพันธ์เก่าแก่ อดีต ส.ส.ฉลอง-อ้างหนี้ แต่เบื้องลึกพลิกอีกมุม!
ศ.สุชาติ ชี้แก้คอร์รัปชันไทย ต้องเริ่มจากผู้นำที่สะอาด ใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม
E-DUANG | จังหวะภาพ ทักษิณ ชินวัตร ชุมนุม มังกร ทาง การเมือง
โลหิตจาง | เรื่องสั้น : นพดล พลกูล
เมื่อฉันเห็นคนไทยร้องไห้หมู่ | กวีกระวาด : เจียม จ้อยจับใจ
ไส้เดือนหลงทาง
คุณค่าครู & คุณฆ่าครู | กวีกระวาด : วรากรณ์ พูลสวัสดิ์
ไอ้โม่งที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงคุณอนุทิน