bg-single

แนวคิดของมาเคียเวลลีเรื่องการตบตีเทพีแห่งโชค

21.08.2026

คอลัมน์ Agora : กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์ วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ www.facebook.com/bintokrit

แนวคิดของมาเคียเวลลีเรื่องการตบตีเทพีแห่งโชค

แนวคิดอย่างหนึ่งของนิคโคโล มาเคียเวลลี (Niccol? Machiavelli) ที่มีชื่อเสียงอย่างมากก็คือเรื่องของ “โชค” (luck) และ “โชคชะตา” (fortune) ซึ่งปรากฏอยู่ในงานเขียนชิ้นสำคัญของเขาเรื่อง The Prince (เจ้าผู้ปกครอง) บทที่ 25 The role of luck in human affairs, and how to defend against it (บทบาทของโชคในกิจการของมนุษย์ และวิธีการรับมือกับมัน)

ทัศนะของมาเคียเวลลีในเรื่องนี้ค่อนข้างเรียบง่าย แต่มีความแปลกแหวกแนว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับยุคสมัยก่อนหน้าที่งานชิ้นนี้จะเผยแพร่ออกมา รวมทั้งในยุคปัจจุบันซึ่งมีมุมมองเรื่องเพศและความสัมพันธ์ระหว่างชายกับหญิงที่แตกต่างออกไป

มาเคียเวลลีเป็นนักการเมืองแห่งนครฟลอเรนซ์ในอิตาลี และเป็นนักคิดที่มีชื่อเสียงด้านปรัชญาการเมือง แนวคิดของเขาได้รับการกล่าวถึงมาตลอดทุกยุคทุกสมัยแม้เขาจะล่วงลับไปร่วมห้าร้อยปีแล้ว ทัศนะอย่างหนึ่งซึ่งเขาเสนอไว้ใน The Prince ช่วงท้ายก็คือ คำแนะนำแก่นักปกครองต่อท่าทีในการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจพลิกผันเปลี่ยนแปรไปได้ทุกเมื่อ

โดยเขาปฏิเสธการยอมแพ้แก่โชคชะตาและท่าทีที่ไม่ยอมปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ มาเคียเวลลีมีทัศนะเรื่องโชคชะตาที่แตกต่างจากคนร่วมสมัยเดียวกัน เนื่องจากช่วงเวลานั้นยุโรปถูกครอบงำด้วยแนวคิดทางศาสนามาอย่างนานไม่น้อยกว่าพันปี จึงทำให้ผู้คนมีความคิดฝังหัวเรื่องชะตาชีวิตที่ถูกลิขิตไว้แล้ว

ซึ่งความเชื่อเช่นนี้เป็นอันตรายต่อผู้ปกครอง และยังทำให้มนุษย์มีทัศนคติที่ยอมจำนนอีกด้วย

มาเคียเวลลีเริ่มต้นบท 25 ด้วยการกล่าวว่า “…คนจำนวนมากเชื่อและยังคงเชื่ออยู่ต่อไปว่าโลกดำเนินไปตามโชคชะตาและพระเจ้ากำหนด ไม่ว่ามนุษย์จะฉลาดหลักแหลมเพียงใดก็มิอาจฝืนโชคชะตาที่ฟ้ากำหนดได้ ดังนั้น จึงไม่มีทางปกป้องตัวเอง อันนำมาสู่ข้อสรุปว่าเปล่าประโยชน์ที่จะดิ้นรนฝืน จึงปล่อยชีวิตให้ไหลไปตามโชคชะตาว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด” (ในสำนวนของ Tim Parks เขียนว่า …many people have believed and still do believe that the world is run by God and by fortune and that however shrewd men maybe they can’t do anything about it and have no way of protecting themselves. As a result they may decide that it’s hardly worth making an effort and just leave events to chance.)

แทนที่จะยอมแพ้แก่โชคชะตา มาเคียเวลลีเสนอแนวทางที่ต่างไปจากที่ศาสนจักรพร่ำสอน เขากระตุ้นเร้าให้เชื่อมั่นใน “เจตจำนงเสรี” (free will) ซึ่งถึงแม้จะมิอาจควบคุมทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ก็ทำให้รับมือกับสถานการณ์ที่ผันแปรได้ โชคชะตาเป็นสิ่งที่มนุษย์เลือกไม่ได้ ทว่า มันกำหนดความเป็นไปของชีวิตได้เพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น ส่วนอีกครึ่งที่เหลืออยู่ในเงื้อมมือของมนุษย์ให้เตรียมการและตัดสินใจว่าจะรับมืออย่างไร

เฉกเช่นสายน้ำเชี่ยวกรากที่ผลาญทำลายสิ่งต่างๆ รอบตัว มนุษย์หยุดยั้งความเป็นไปของสายน้ำไม่ได้ แต่สามารถวางแผนบริหารจัดการล่วงหน้าได้ว่าหากภายภาคหน้าเกิดน้ำไหลบ่าขึ้นจะรับมือด้วยวิธีใด หากผู้ปกครองตระหนักในสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เขาย่อมตระเตรียมให้ดีที่สุดสำหรับวางแผนจัดการพื้นที่รอบสายน้ำนั้น ตลอดจนผู้คนโดยรอบพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบ

หากเปรียบสายน้ำเป็นดั่งโชคชะตาซึ่งมนุษย์มิอาจควบคุมบงการได้ แต่มนุษย์มีความสามารถเต็มที่ในการเลือกว่าจะอยู่กับสายน้ำอย่างไร และนี่คือสิ่งที่ต้องลิขิตเอาเอง

อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องยากที่จะบอกว่าผู้ปกครองแต่ละคนต้องใช้วิธีใดในการเตรียมพร้อมและลิขิตชีวิตให้ประสบความสำเร็จ เพราะวิธีการเดียวกันที่ผู้ปกครองคนหนึ่งทำแล้วสำเร็จก็อาจล้มเหลวเมื่อผู้ปกครองอีกคนทำก็ได้

ในขณะเดียวกัน หากพิจารณาผู้ปกครองสองคนที่ประสบความสำเร็จทั้งคู่ก็กลับพบว่าพวกเขาไม่ได้ใช้วิธีการเดียวกันเลย ดังนั้น จึงไม่สามารถสรุปได้ง่ายๆ ว่ามีสูตรสำเร็จในการปกครอง

ยกตัวอย่างให้ละเอียดขึ้นก็คือ ผู้ปกครองคนหนึ่งเป็นคนสุขุมรอบคอบและมักตัดสินใจในเรื่องต่างๆ อย่างระมัดระวัง แต่กลายเป็นว่าผู้ปกครองลักษณะเช่นนี้ก็มีทั้งประสบความสำเร็จและล้มเหลว ในขณะที่เมื่อตรวจดูผู้ปกครองที่ประสบความสำเร็จก็พบว่าแม้บางคนรอบคอบสุขุม แต่บางคนกลับใจร้อนวู่วามกล้าได้กล้าเสีย

เมื่อไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวว่าผู้ปกครองที่ประสบความสำเร็จใช้วิธีการใดอย่างเฉพาะเจาะจง มาเคียเวลลีก็เสนอว่ามีอยู่สิ่งหนึ่งซึ่งเป็นลักษณะสำคัญที่นักปกครองต้องมี คือการปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ แนวทางเช่นนี้เป็นสิ่งที่พูดง่ายแต่ทำยาก เนื่องจากโดยทั่วไปแล้ว ผู้ปกครองที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องมาก่อน ย่อมยึดติดกับนิสัยและแบบวิธีการเดิมซึ่งตนเคยทำสำเร็จ ครั้นถึงยามที่สถานการณ์แปรเปลี่ยนไป จึงยากที่จะยอมละทิ้งความคุ้นชินที่ประพฤติปฏิบัติมานาน

เพราะฉะนั้นต่อให้เป็นผู้นำที่เก่งกล้าสามารถและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ก็ตาม วันหนึ่งเมื่อโลกเปลี่ยนไป ผู้นำคนนั้นก็อาจพ่ายแพ้และสูญสิ้นอำนาจได้ การดื้อรั้นทะนงตนจนบังเกิดอคตินี้เองที่ทำให้ไม่ปรับตัว กระทั่งนำพาหายนะมาสู่ผู้ปกครอง แม้ว่าโดยบุคลิกภาพและคุณภาพส่วนตัวของผู้นำคนนั้นจะไม่ได้ด้อยลง หรือไม่ได้ทำสิ่งใดที่ผิดแผกไปจากที่เคยทำมาเลยก็ตาม

ซึ่งมาเคียเวลลีคิดว่านี่เป็นความล้มเหลวที่อธิบายได้ ไม่ใช่เพราะโชคชะตาฟ้าลิขิตอย่างที่คิดกัน

อย่างไรก็ตาม มาเคียเวลลีปิดท้ายด้วยคำแนะนำที่ดูแปลกแหวกแนวแต่ก็เข้าใจได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมองจากบริบทยุคสมัยของเขาที่ผู้ชายเป็นเพศที่มีบทบาททางการเมืองอยู่เพียงฝ่ายเดียว โดยอำนาจปกครองเป็นเรื่องของบุรุษเพศ นอกจากนั้น ท่าทีนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ภายในครัวเรือนยุคนั้นอีกด้วย จากสถานะอำนาจในบ้านที่ผู้ชายเป็นใหญ่ และผู้หญิงก็มักนิยมชมชอบผู้ชายเข้มแข็งดุดัน จนบางทีก็ดูค่อนข้างก้าวร้าว

หากพูดแบบภาษาอินเตอร์เน็ตทุกวันนี้ก็คือสไตล์ชายแทร่ ซึ่งผู้หญิงมักเผลอใจไปหลงใหลหนุ่มแบดบอยแบบถึงร้ายก็รัก

มาเคียเวลลีเสนอว่าแม้โชคชะตามีมากมายหลายแบบ แต่โชคชะตาทั้งหลายเปรียบได้กับสตรีหรือเทพีแห่งโชค หากชายใดต้องการกุมโชคชะตาเอาไว้ให้อยู่มือก็ควรใช้กำลังตบตีเธอ (fortune is female and if you want to stay on top of her you have to slap and thrust.)

ผู้ปกครองที่เก่งกล้าสามารถพึงเลือกแนวทางดุดัน เด็ดขาด กล้าได้กล้าเสีย มากกว่าสุขุม รอบคอบ ใจเย็น เช่นเดียวกับอิสตรีที่มีแนวโน้มปันใจให้ชายหนุ่มที่ร้อนแรงมากกว่าบุรุษเงียบขรึมที่สงวนท่าที ไม่แสดงออกในทางหนึ่งทางใด และดูจืดชืด

คนที่เข้มแข็งควบคุมเทพีแห่งโชคได้จะเป็นผู้ปกครองที่กร้าวแกร่ง และหาญกล้าเผชิญหน้าต่อทุกสถานการณ์ที่ผ่านเข้ามา



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เส้นทางความรัก นก อุษณีย์ จนถึงวัน ขอ ‘ม่วย’ แต่งงาน
แนวคิดของมาเคียเวลลีเรื่องการตบตีเทพีแห่งโชค
MatiTalk รมช.คมนาคม โต้ง สิริพงศ์ ว่าด้วย KPI กำแพง อุปสรรค และสิ่งที่ไม่คาดฝัน
ธงทอง จันทรางศุ | ‘ช่องว่าง’ ในครอบครัว
เจาะปมสังหาร ‘นายกฯ เด’ เลือดล้างสัมพันธ์เก่าแก่ อดีต ส.ส.ฉลอง-อ้างหนี้ แต่เบื้องลึกพลิกอีกมุม!
ศ.สุชาติ ชี้แก้คอร์รัปชันไทย ต้องเริ่มจากผู้นำที่สะอาด ใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม
E-DUANG | จังหวะภาพ ทักษิณ ชินวัตร ชุมนุม มังกร ทาง การเมือง
โลหิตจาง | เรื่องสั้น : นพดล พลกูล
เมื่อฉันเห็นคนไทยร้องไห้หมู่ | กวีกระวาด : เจียม จ้อยจับใจ
ไส้เดือนหลงทาง
คุณค่าครู & คุณฆ่าครู | กวีกระวาด : วรากรณ์ พูลสวัสดิ์
ไอ้โม่งที่ซ่อนอยู่หลังกำแพงคุณอนุทิน