bg-single

ทรัมป์กับภาษาสบถ แบบ *** (เซ็นเซอร์!) | กาแฟดำ

08.07.2025

กาแฟดำ | สุทธิชัย หยุ่น

ทรัมป์กับภาษาสบถ

แบบ *** (เซ็นเซอร์!)

โดนัลด์ ทรัมป์ ทำอะไรที่แหวกแนวไปจากนักการเมืองคนอื่นๆ ถึงขั้นตะโกนด้วยคำสบถหยาบๆ ก็ยังไม่เสียคะแนนความนิยม มิหนำซ้ำยังดูเหมือนจะสร้างกระแสให้กับตัวเองเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ทำไมการเมืองมะกันจึงเพี้ยนได้ถึงขนาดนี้

นักวิชาการหลายค่ายยังงงอยู่ไม่น้อย กำลังต้องมีงานวิจัยเรื่องนี้กันอย่างคึกคักกันเลยทีเดียว

เพราะนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศมีอันต้องเผาตำราเดิมทิ้งกันหมดแล้ว

บางคนเรียกทรัมป์ว่าเป็นผู้นำ “สายมึน” เพราะมี “ปากสุดแสบ”

ถือว่ามีความสามารถพิเศษคือด่าใครต่อใครได้จนโลกสะเทือน

โดนัลด์ เจ. ทรัมป์ คงต้องการจะขึ้นแท่นผู้นำแห่งยุค… ยุคด่ากราด ไลฟ์สด ด่าข้ามทวีป

พร้อมคำด่าสามัญประจำปาก ที่ฟังแล้วต้องกรอกน้ำล้างหูกันเป็นแถว

ในยุคก่อนหน้านั้น ผู้นำสหรัฐต้องเลือกคำพูดอย่างพิถีพิถัน ประณีต อ่อนหวาน สร้างแรงบันดาลใจอย่างนุ่มนวลและแนบเนียนแบบผู้ดี

เป็นแบบอย่างให้กับเยาวชนรุ่นหลังในเรื่องจริยธรรมและมารยาท

บางคนต้องซ้อมสุนทรพจน์ล่วงหน้าเป็นวัน

บางคนมีทีมแก้ไขคำพูดระดับกวีเอก

แต่พอถึงยุคทรัมป์… ลุงแกยึดหลักเดียวคือ “พูดให้สะใจ พูดให้ขึ้นเทรนด์โซเชียลมีเดีย” เป็นสรณะ

เช่น ตอนที่พูดถึงผู้นำต่างชาติที่มาขอเจรจาภาษี ลุงก็พูดแบบเน้นๆ ว่า “พวกเขากำลังจะมาขอจูบตูดฉันอยู่” (Kiss my ass)

(สารภาพว่าไม่รู้จะแปลอย่างไรจึงให้ฟังรื่นหูขึ้นกว่าเดิมสักเล็กน้อย)

ล่าสุด เมื่อทั้งอิสราเอลและอิหร่านละเมิดข้อตกลงหยุดยิงพร้อมกัน ลุงทรัมป์ก็ไม่พูดพล่ามทำเพลง ไม่ขอปรึกษาเจ้าหน้าที่ความมั่นคงอะไรทั้งสิ้น

ออกมาอุทานต่อหน้านักข่าวกลุ่มใหญ่ที่สนามหญ้าทำเนียบขาวก่อนขึ้นเฮลิคอปเตอร์แบบฟาดๆ ว่า :

“สองประเทศนี้แม่งไม่รู้ห่าอะไรเลย!” (They don’t know what the f…k they are doing)

ถ้าเชกสเปียร์ยังอยู่ คงต้องโยนปากกาแล้วบอกว่า “ยอมลุงแล้ว!”

เพราะนี่มันไม่ใช่ภาษาคลาสสิคแบบ King Lear แต่คือภาษาป้าในตลาดเช้าที่ทะเลาะกันเรื่องราคาปลาทูเหมาเข่งมากกว่า

แน่นอนว่า ผู้นำอเมริกาเคยพูดจาภาษานักเลงปากซอยมาก่อนเหมือนกันในบางกรณี

ลินดอน บี. จอห์นสัน เคยต่อว่าผู้นำแคนาดาที่มีจุดยืนต่อต้านสงครามเวียดนามว่า

“คุณพูดอย่างนี้เหมือนฉี่รดพรมบ้านผมเลยนะ”

นิกสันด่าแรงจนต้องใช้คำว่า “expletive deleted” (แปลว่า “คำหยาบเกิน ต้องลบออก”)

แต่ทรัมป์นี่ไม่สนใจฟิลเตอร์ใดๆ ทั้งสิ้น

ดิบ สด แรง กร้าว ครบสูตร!

จึงกลายเป็นปรากฏการณ์ที่การทูตกลายเป็นละครหลังข่าว

ลองนึกภาพผู้นำฝรั่งเศสอย่างมาครง ที่พอได้ยินคำว่า “kissing my ass” ก็คงจะแอบงงหนักมาก… คนฝรั่งเศสเขาจูบกันที่แก้ม ไม่ใช่จูบกันที่…นั่น!

หรืออดีตผู้นำหญิงเหล็กแมร์เคิลของเยอรมนีก็กะพริบตาถี่ๆ เหมือนจะส่งซิกเป็นรหัสมอร์สว่า “ช่วยด้วยค่ะ!”

ส่วนแคนาดา… สุภาพชนเสมอ อาจต้องเขียนจดหมายขอโทษมาว่า “เสียใจแทนปากผู้นำท่านด้วย เราหวังว่าไวรัสคำหยาบจะไม่ระบาดข้ามพรมแดน”

หรือคนที่น่าสงสารอาจจะเป็นนักแปลมืออาชีพที่สหประชาชาติที่มีหน้าที่แปลซับไตเติลประจำองค์การ

ซึ่งอาจจะขอพักร้อนยาวๆ ไปเลย

เพราะแปลคำว่า “shithole countries” เป็น 6 ภาษาในวันเดียว จนสมองไหม้

ทรัมป์จึงได้ชื่อว่าเป็น “ศาสดาแห่งภาษาดิบๆ แรงๆ รุ่นใหม่”

คำพูดของลุงไม่ได้หยาบแค่อย่างเดียว แต่พวกสาวกคงจะมองเป็นความศักดิ์สิทธิ์ไปอีกแบบ!

ถ้ามี “ธรรมะโดยทรัมป์” ก็คงมีคำสอนประมาณว่า :

“อย่าเอ่ยนามพระเจ้าโดยไร้ประโยชน์… เว้นแต่จะเอาไปด่าเดโมแครต”

“รักเพื่อนบ้านของเจ้า… แต่เขาโหวตให้พรรครีพับลิกันเท่านั้น”

“หากจะประสบความสำเร็จในชีวิตการเมือง จงเป็นผู้ชายปากจัด เพราะพวกนี้ขึ้นเทรนด์ X แน่นอน”

บางโบสถ์ในแถวรัฐมิดเวสต์ก็อาจจะเริ่มแจกพระคัมภีร์ฉบับ #TrumpTranslation Edition อันเป็นคัมภีร์แปลใหม่ทั้งเล่ม พร้อมฟังก์ชันอ่านออกเสียงแบบทรัมป์

ส่วนเนื้อหาจะมีข้อเท็จจริงแค่ไหนไม่สำคัญ เพราะเป้าหมายคือขอแค่เรตติ้ง!

นักวิชาการบางคนพยายามวิเคราะห์ว่าทรัมป์พูดหยาบเพราะอะไร?

เป็นเทคนิคของการสื่อสารงั้นเหรอ?

หรือเป็นแผนสงครามจิตวิทยา

หรือแค่พูดเพราะปากมันคัน?

มีการล้อกันเล่นในเหล่าบรรดานักการทูตต่างชาติประจำวอชิงตันว่าทุกคนควรพกที่อุดหูไว้ตอนพบทรัมป์

อเมริกาต้องตั้งตำแหน่งใหม่ที่เรียกว่า “ทูตประจำคำอธิบายศัพท์หยาบ”

มีหน้าที่หลักคือแปลคำพูดทรัมป์ให้ดูสุภาพและไม่จุดชนวนสงคราม เช่น :

ทรัมป์พูด : “ญี่ปุ่นหลอกแดกเรา”

นักแปลพูด : “ท่านประธานาธิบดีเห็นโอกาสปรับดุลการค้า”

ทรัมป์พูด : “พวกนั้นมันหัวเราะใส่เรา ต่อไปนี้ฟาดปากมันเลย!”

นักแปลพูด : “ท่านผู้นำมั่นใจว่าทุกประเทศให้ความเคารพต่ออเมริกา”

ทรัมป์พูด : “ผมรู้เรื่องทหารมากกว่าพวกนายพลทั้งหลายทั้งหมด”

นักแปล : [เงียบ. หลบสายตา. ลาออก]

แต่ถ้าวิเคราะห์กันจริง ๆ ก็อย่าคิดว่าแค่คำพูดเท่านั้นที่มัน “จี๊ด” เพราะภาษาทรัมป์สะท้อนวิธีคิดแบบครบสูตร

เหมือนเห็นโลกเป็นรายการเกมโชว์

ใครไม่ยอมตาม โดนตัดคะแนน โดนไล่ออก โดนด่าเป็น “ไอ้โง่” ทันที

คำว่า “ไม่รู้ว่ากำลังทำเหี้xอะไรอยู่” อาจจะฟังตลกในกลุ่มเพื่อน แต่พอประธานาธิบดีพูดกลางเวทีโลก มันกลายเป็นปุ่มกดระเบิดแบบไม่ตั้งใจ

ผมจะไม่แปลกใจถ้าวันหนึ่งจะมี “หอจดจำคำพูดทรัมป์” พร้อมป้ายเตือน :

“ห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 17 โดยไม่มีผู้ปกครอง”

พร้อมหูฟังแบบมีเซ็นเซอร์อัตโนมัติ (ซึ่งต้องระวังเพราะเผลอๆ จะระเบิดเพราะรับคำหยาบไม่ไหว)

นักประวัติศาสตร์จะงง นักภาษาศาสตร์จะร้องไห้ แต่นักสแตนด์อัพคอมเมเดี้ยนจะได้ทองคำฝังมุกตลอดชีพ

แน่นอน ภาษาการเมืองย่อมหยาบได้, ดิบได้ในบางโอกาส

เพราะผู้นำอาจจะต้องการสื่อตรงๆ ให้เร้าใจหรือควบคุมอารมณ์ไม่อยู่เพราะถูกยั่วยุ

แต่ถ้าพูดทุกประโยคเหมือนกำลังเล่น X (หรือ Truth Social ของทรัมป์เอง) ตอนเมาเบียร์ (ซึ่งลุงไม่ดื่ม) นั่นก็ดูจะเกินเลยกติกาสากลไปหน่อย

ทรัมป์ไม่ได้แค่ลดมาตรฐานคำพูดของผู้นำ เขาเอามาตรฐานไปโยนทิ้งในชักโครก แล้วกดน้ำไปพร้อมกับคำว่า “Political Correctness”

แต่เอาเถอะ อย่างที่ลุงแกพูดไว้เอง…

“ฉันจะไปรู้อะไรล่ะ ไอ้บ้า!”

แต่นักวิเคราะห์ไม่น้อยบอกว่าทรัมป์ไม่ได้พูดหยาบเพราะหลุด

เอาเข้าจริงๆ เขาตั้งใจพูด

เพราะการพูดคำหยาบของทรัมป์เป็นกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่ปากไว

เขารู้ว่าพูดแบบนี้แล้วคนจะพูดถึง จะมีทั้งคนด่าและคนชื่นชม

และในยุคโซเชียลมีเดีย เสียงดังมีค่ามากกว่าความสุภาพ

คำพูดแรงๆ เหล่านี้เหมือนเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์ “ทรัมป์คือคนจริง ไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม ไม่เสแสร้ง”

สำหรับแฟนคลับ นี่คือเสน่ห์ สำหรับฝ่ายตรงข้าม มันคือหายนะ

ซึ่งน่าจะสรุปได้ง่ายๆ ว่าทรัมป์พูดหยาบเพราะเขาเชื่อว่ามันทำให้เขาดู “แน่”

เขาอาละวาดแบบโผงผางเหมือนคนพูดจาตรงใจคนดูและคนฟัง

คำหยาบของเขาคือเครื่องมือสร้างพลัง สร้างภาพ และสร้างความแตกแยกในเวลาเดียวกัน

และในโลกทุกวันนี้ บางครั้งคำหยาบจากนักการเมือง กลับดังกว่าคำพูดที่มีสาระเสียอีก

และนั่นแหละคือความวิปลาสที่ทรัมป์สุดจะภูมิใจเป็นผู้นำขบวนการอย่างไม่ขวยเขินเลยแม้แต่น้อย!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์การเจรจาของอิหร่าน ผ่านหนังสือของ ‘อารักชี’
การกลับมาของนักการเมือง
ครบรอบ 2 ปี คดีฮั้ว ส.ว. กกต.จะกล้าส่งให้ศาลหรือไม่?
ร่างทรง | เรื่องสั้น : อรรถสิทธิ์ สมจารี
ฝุ่น
มึงรู้จักกูน้อยไป | กวีกระวาด : ในเมือง รักเสรี
APEC ในยุคเปลี่ยนผ่าน เศรษฐกิจและซัพพลายเชนสะดุด
จากช่องแคบฮอร์มุซ ถึงช่องแคบมะละกา
อีกสิบปีเราจะมีนายกฯ ชื่อ…?
กระแสตีกลับพรรคส้ม ดราม่าถล่ม เปิดตัว ‘สุรพล นิติไกรพจน์’ ตัวช่วย-ตัวฉุด ดร.โจ? หรือจะสู้ ‘ชัชชาติ’ ได้? แม้เผชิญกระแส ‘ระบอบอากง’
เหมืองทองที่ล่องแจ้ง
E-DUANG | ปรากฎการณ์ พนัส ไทยล้วน ความเป็นจริง ใน สังคมไทย